วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แวะเที่ยวเวียงจันทน์1วัน..ก่อนไปทอดกฐินที่บ้านโพนงาม จ.นครพนม


แวะเที่ยวเวียงจันทน์1วัน ก่อนไปทำบุญทอดกฐินที่บ้านโพนงาม ต.นาคำ จ.นครพนม...ตอนที่1

เมื่อได้รับคำชวนให้ไปร่วมทำบุญทอดกฐินที่จังหวัดนครพนมก็รีบรับคำทันที่เพราะติดใจในอัธยาศัยการต้อนรับอันดีและอบอุ่นของชาวบ้านในแถบภาคอีสานหลังจากที่ได้เคยรับเมื่อครั้งที่เดินทางไปทำบุญยังจังหวัดมหาสารคามเมื่อหลายปีที่แล้ว....

ต้องยอมรับว่าการไปทอดกฐินที่จังหวัดในแถบภาคอีสานทุกครั้งจะได้รับการต้อนรับอย่างเต็มที่ด้วยไมตรีจิตที่อบอุ่นอย่างดีจากชาวบ้าน จนทำให้ติดใจอยากไปเยือนทุกปี...ชาวบ้านจะมารวมตัวกันที่วัดเพื่อตระเตรียมการต้อนรับชาวต่างถิ่นที่จะมาเยือนล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน แม้ว่าผู้ไปเยือนจะมิได้คาดหวังอะไรมากนักแต่เมื่อลงจากรถแล้วเราทุกคนก็ซึ้งใจกับการต้อนรับของชาวบ้านที่ตระเตรียมไว้เป็นอย่างดี...คณะกฐินของเราที่ไปครั้งนี้ส่วนมากจะเป็นผู้สูงอายุ

คณะกฐินจากโพหักร่วม 50 ชีวิตได้เดินทางออกจากโพหักในเวลา 5โมงเย็นของวันศุกร์ที่ 12 พย. โดยมีกำหนดการไปเที่ยวประเทศลาวก่อนในวันเสาร์..การเดินทางเป็นแบบสบายๆไม่เร่งรีบใช้เวลาเดินทางร่วม 11 ชั่วโมงก็ถึงจังหวัดหนองคายแม้ว่าตลอดการเดินทางลุงโชเฟอร์ผู้ใจดีจะแวะตามปั๊มให้เหล่าบรรดาผู้สูงอายุในคณะกฐินได้ลงไปยืดเส้นยืดสายบ่อยครั้งก็ตาม แต่พอถึงจุดหมายพวกเราก็เดินกันแทบไม่เป็นเพราะว่าขามันแข็งเรียกว่าเมื่อยกันสุดๆ 

คณะของเราถึงจังหวัดหนองคายราวๆตี 4ครึ่ง ก็แวะล้างหน้าล้างตาและดื่มกาแฟยามเช้ากันที่วัดโพธิ์ชัย...หลังจากทำภารกิจเสร็จก็ไปไหว้ขอพรหลวงพ่อพระใสสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่จังหวัดหนองคาย แล้วก็รอเวลาที่รถบัสที่จะมารับคณะของเราเข้าประเทศลาวที่วัดโพธิ์ชัยนี้เลย....

นี่คือรถบัสคันที่มารับคณะของเราไปเที่ยวเวียงจันทน์ในครั้งนี้....

ราวๆ10โมงเช้ารถจากประเทศลาวก็มารับพวกเราชาวคณะกฐินไปเที่ยวประเทศลาวโดยเข้าไปทางสะพานมิตรภาพไทยลาว จ.หนองคาย...การไปครั้งนี้เราใช้บริการจากบริษัททัวร์จึงค่อนข้างสะดวก...ค่าบริการนำเที่ยว1วันพร้อมอาหารกลางวัน1มื้อก็ตกราวๆหัวละ500บาท

ใช้เวลาไม่นานจากวัดโพธิ์ชัยเราก็เดินทางโดยรถบัสของลาวข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาวมาถึงด่านตรวจของฝั่งลาว  ที่ด่านตรวจฝั่งลาวมีร้านค้าปลอดภาษีหลายร้านซึ่งกะว่าขากลับคงได้แวะช็อปกัน.. เราเสียเวลาตรงนี้ไม่นานเพราะมากับบริษัททัวร์การทำเรื่องผ่านด่านจึงค่อนข้างรวดเร็ว...

สำหรับโปรแกรมเที่ยวในเวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาว จุดแรกเราก็แวะกันที่พระธาตุหลวง..หรือ พระเจดีย์โลกะจุฬามณี ซึ่งเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งแห่งนครหลวงเวียงจันทน์ และเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ ตามตำนานกล่าวว่าพระธาตุหลวงมีประวัติการก่อสร้างนับพันปีเช่นเดียวกันพระธาตุพนมในประเทศไทย และปรากฏความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของดินแดนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงอย่างแยกไม่ออก สถานที่นี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างของประเทศลาว ดังปรากฏว่าตราแผ่นดินของลาวที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้มีรูปพระธาตุหลวงเป็นภาพประธานในดวงตรา...ความพิเศษของพระธาตุหลวงคือด้านในพระธาตุจะประดิษฐานพระอุรังธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก)ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า..

สวยงามค่ะด้านหน้าของพระธาตุหลวงจะมีอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ซึ่งถือเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งของชาติลาว

ตามตำนานอุรังคนิทานได้กล่าวไว้ว่า พระธาตุหลวงสร้างขึ้นคราวเดียวกับการสร้างเมืองนครเวียงจันทน์ หลังจากก่อสร้างพระธาตุพนมแล้ว ผู้สร้างคือ บุรีจันอ้วยล้วย หรือ พระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ เจ้าเหนือหัวผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก พร้อมกับพระอรหันต์ 5 องค์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัว   เหน่า 27 พระองค์ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากเมืองราชคฤห์ ประเทศอินเดีย ตามตำนานดังกล่าวระบุศักราชการสร้างว่าอยู่ในช่วง พ.ศ. 238


จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2109 หลังจาก พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช วีรกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรล้านช้าง ได้ทรงย้ายราชธานีเมืองเชียงทองหลวงพระบาง ลงมายังนครเวียงจันทน์ได้ 6 ปีแล้ว พระองค์จึงได้มีพระบรมราชโองการให้สร้างองค์พระธาตุหลวงขึ้นมาใหม่ ในเขตพระราชอุทยานทางด้านทิศตะวันออกของกรุงเวียงจันทน์ โดยสร้างครอบพระธาตุองค์เก่าที่มีมาแต่โบราณกาล เมื่อสร้างพระธาตุหลวงเสร็จแล้ว จึงทรงขนานนามพระธาตุนี้ว่า "พระธาตุเจดีย์โลกจุฬามณี” หรือ “พระธาตุใหญ่” (แต่คนส่วนมากมักเรียกว่า “พระธาตุหลวง”) และมีพระราชโองการให้อุทิศข้าพระธาตุจำนวน 35 ครอบครัว อยู่เฝ้ารักษาพระธาตุนี้ พร้อมทั้งที่ดินสำหรับให้ครอบครัวของข้าพระธาตุทำกิน


 

องค์พระธาตุมีความสูง 45 เมตร รูปลักษณะคล้ายดอกบัวตูม อันหมายถึงสัญลักษณ์คำสอนของพระพุทธเจ้า

วัดพระธาตุหลวง วัดคู่บ้านคู่เมืองของลาว เช่นเดียวกับ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดคู่บ้านคู่เมืองของไทย

  

ชาวลาวนิยมนุ่งผ้าซิ่นเวลาเข้ามาทำบุญหรือไหว้พระ..

นับเป็นพระธาตุที่มีความสวยงามมากค่ะ...

แม่ค้าขายน้ำผึ้ง..สามารถพบเห็นได้ทั่วไป

กรองน้ำผึ้งกันตรงนั้นเลย...สดๆใหม่ๆ

ที่เวียงจันทร์ตอนนี้กำลังจะจัดงานฉลอง 450ปี ..นครเวียงจันทร์

ไกด์สาวบอกพวกเราว่าที่ลาวมีกฎหมายที่เคร่งครัดมาก ดังนั้นจึงไม่มีการประท้วงหากใครประท้วงถือว่าขัดต่อความสงบสุข..โดนจับเข้าคุกอย่างเดียว...ดังนั้นที่ลาวจึงไม่มีม็อบ(ไม่รู้ว่าไกด์นางนี้พูดประชดคนไทยหรือเปล่า)....

ทำเนียบรัฐบาลของลาว..เรียกว่า สำนักงานนายกรัฐมนตรี..

จุดที่สองที่เราแวะก็คือประตูชัย....หรือสวนปะตูไช

เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงาม...


ประตูชัย (ปะตูไช)ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเวียงจันทน์บนถนนล้านช้าง  สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2512 เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ ประตูชัยแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รันเวย์แนวตั้ง เพราะการก่อสร้างประตูชัยแห่งนี้ ใช้ปูนที่อเมริกาซื้อเพื่อนำมาสร้างสนามบินใหม่ในนครเวียงจันทน์ในระหว่างสงครามอินโดจีน แต่ไม่ทันได้สร้างเพราะอเมริกาแพ้สงครามในอินโดจีนเสียก่อน จึงนำปูนซีเมนต์มาสร้างประตูชัยแทน ลักษณะสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลของประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมในสมัยนั้น แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน

ไกด์สาวบอกกับพวกเราว่าเวลาสั่งก๋วยเตี๋ยวในลาวต้องบอกว่า 1 ถ้วย ถ้าบอกว่า1 ชามเค้าจะใส่เป็นกะละมังมาให้..กินได้5คน..

ชาวคณะที่ร่วมทางในครั้งนี้...

...ทะเบียนรถยนตร์ในลาวหากเป็นป้ายขาวคือรถป้ายแดง และหากเป็นป้ายเหลือง..คือรถยนตร์ส่วนบุคคล..

หนูน้อยที่อายุน้อยสุดในคณะเรา...

ธงประจำชาติลาว...ดวงเดือน 

ธงประจำพรรคการเมืองของลาว

จะเห็นบ้านแทบทุกหลังในเวียงจันทร์จะประดับธงคู่นี้..เป็นเพราะจะกำลังมีงานเฉลิมฉลองนครเวียงจันทร์

รถสกายแล็ปที่พบเห็นได้ทั่วไปในลาว...

ป้ายหยุด...แต่ป้ายนี้น็อตมันหลุดค่ะป้ายเลยเอียง..

จุดที่สามที่แวะคือ วัดศรีเมือง(สีเมือง).... เปรียบเสมือนวัดหลวงที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญ ด้านในมีพระพุทธรูปที่สำคัญและมีเป็นที่ประดิษฐาน "เสาหลักเมือง"


วัดศรีเมือง ตั้งอยู่บนถนนเชษฐาธิราช ทางทิศตะวันออกของสถานทูตฝรั่งเศส เป็นวัดแห่งหนึ่งในนครเวียงจันทน์ที่มีประชาชนลาวเดินทางไปสักการะบูชาเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ภายในวัดศรีเมืองเป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองประจำนครเวียงจันทน์ วัดศรีเมืองสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2106 ...

สักการะเจ้าแม่ศรีเมือง...

ชุดที่ใช้ไหว้สักการะ..เทียน2เล่ม ดอกบัว3ดอก ต้นโพธิ์เงินหรือทอง1ต้น ทุกอย่างจะใส่ไว้ในถาดที่ทางวัดเตรียมไว้ให้...

ต้นผึ้งเป็นอีกหนึ่งเครื่องสักการะ..ทำด้วยเทียน..

มีเรื่องเล่าว่านางสี หญิงงามที่ยึดมั่นในรัก เมื่อผิดหวังได้มากระโดดน้ำตายที่บ่อน้ำหลังโบสถ์ ดวงวิญญาณของนางสิงสถิตในวัดนี้ เพื่อคอยพิทักษ์รักษาบ้านเมือง

ไกด์สาวแนะนำเราว่า..การไหว้ขอพรนั้นสามารถขอพรได้ทุกอย่าง ยกเว้นอย่างเดียวคือห้ามขอพรให้สมหวังในรักเพราะส่วนมากผู้ที่ขอพรลักษณะเช่นนี้จะต้องมีอันเลิกลากันไปทุกคู่...


และจุดสุดท้ายที่แวะคือร้านค้าปลอดภาษีตรงชายแดนฝั่งลาว...ไม่มีรูปให้ดูเพราะต้องรีบซื้อของ...ไม่งั้นเดี๋ยวจะไปถึงนครพนมมืดเกินไป...แต่มีข้อแนะนำว่าการซื้อของที่ตลาดปลอดภาษีนี่ให้ต่อรองราคาเยอะๆ....อย่างเช่นพ่อค้าบอกราคากระเป๋า1,500บาท ถ้าต่อดีๆราคาอาจจะเหลือ 900 บาทได้...


ออกจากลาวก็ราวๆ3โมงเย็น มุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางคือ ร.ร.บ้านโพนงาม ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ซึ่งเป็นจุดที่เราจะนอนพักกันในคืนนี้และเป็นหมู่บ้านที่พวกเราจะไปทำบุญทอดกฐินกัน ....ขอโพสต์ต่อในตอนที่2ดีกว่าเพราะขืนโพสต์ต่อเลยมันจะยาวเกินไป...

โดย นกน้อยแห่งโพหัก

 

กลับไปที่ www.oknation.net