วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ร่วมทอดกฐินกับชาวบ้านโพนงาม ต.นาคำ จ.นครพนม...(2)


ทำบุญทอดกฐินที่บ้านโพนงาม ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม...ตอนที่2

   หลังจาก....ออกจากประเทศลาวก็ราวๆ3โมงเย็น คณะทอดกฐินชาวโพหัก50ชีวิตก็รีบมุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทาง  ซึ่งก็คือ ร.ร.บ้านโพนงาม ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ซึ่งเป็นจุดที่เราจะนอนพักกันในคืนนี้และเป็นหมู่บ้านที่พวกเราจะไปทำบุญทอดกฐินกัน ก็กะกันว่าน่าจะไปถึงจุดหมายซึ่งก็คือ ร.ร.บ้านโพนงามให้ทันประมาณ 1 ทุ่ม...เพราะมีชาวบ้านและเด็กนักเรียนมารอต้อนรับอยู่...แต่ไปถึงจริงๆก็ปาเข้าไปร่วม3ทุ่มกว่าๆ   ก็คิดว่าเด็กๆและชาวบ้านคงกลับบ้านกันหมดแล้วเพราะคณะของเราไปถึงค่อนข้างช้ากว่ากำหนดการมาก...มาถึง ร.ร.บ้านโพนงามตอน3ทุ่มนิดๆ ปรากฎว่าชาวบ้านและเด็กๆยังคงรอคณะของเราอยู่แถมเตรียมอาหารและการแสดงไว้รอต้อนรับ...

ชาวบ้านและเด็กๆดีใจกันใหญ่ที่คณะของเรามาถึงเสียที..(เพราะหากขืนช้ากว่านี้คงหนีกลับบ้านกันหมดแน่ๆ)

อาหารที่ชาวบ้านเตรียมไว้รอต้อนรับ..มีหลายอย่างค่ะแต่ไม่ได้ถ่ายไว้เพราะมาถึงก็ขอลงมือทานก่อนเลย..กำลังหิวค่ะ..อร่อยทุกอย่าง..

ระหว่างทานอาหาร เด็กๆก็มีการแสดงหลายชุดมาช่วยเพิ่มความบันเทิงให้คณะของเรา....

การแสดงสวยงามทุกชุดค่ะ..ขอปรบมือให้เด็กๆและคณะครูที่ฝึกสอนค่ะ

...คณะของเราซึ้งใจมากกับการต้อนรับที่ได้จากชาวบ้านหมู่บ้านโพนงาม คณะครูและนักเรียนร.ร.บ้านโพนงาม ….

แอบถามเด็กๆว่ามารอกันตั้งแต่กี่โมง..เด็กๆตอบว่า6โมงเย็น...เรารู้สึกผิดเลยที่ทำให้เด็กๆต้องรอนาน...ขอโทษจ้าหนูๆ...

ชาวบ้านได้เตรียมรำวงไว้สร้างความบรรเทิงให้คณะของเราด้วย...ซึ่งก็เป็นที่ถูกใจคุณป้าคุณลุงในคณะของเรามาก...คุณป้าคุณลุงหลายคนออกไปแดนซ์กันจนถึงเที่ยงคืนกว่าจะได้นอน...

หมู่บ้านโพนงามเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ในตำบลนาคำ อำเภอศรีสงคราม ลักษณะบ้านเรือนก็เป็นบ้านไม้หลังเล็กๆ ถนนหนทางบางแห่งยังคงเป็นถนนดิน...

จุดหมายที่เราจะไปทอดกฐินในวันรุ่งขึ้นก็คือสำนักสงฆ์ป่าสัก ที่อยู่ไม่ไกลจากรร.บ้านโพนงามมากนัก .... คืนนั้นคณะของเราก็นอนกันที่ ร.ร.บ้านโพนงาม.......

เช้ามาเราก็มาทำบูญเลี้ยงพระตามแบบฉบับชาวบ้านโพนงาม  มีชาวบ้านมาร่วมทำบุญกันหลาย...

เดินแถวใส่บาตรด้วยข้าวเหนียว

เช้านี้ดูทุกคนมีความสุขกันมาก...

ชาวบ้านตระเตรียมของสำหรับทำบุญให้คณะของเราทุกอย่าง

ทุกคนในคณะปลื้มใจมากๆกับการต้อนรับอย่างดีที่ได้จากชาวบ้านโพนงาม...

จุดหมายที่จะไปทอดกฐินก็คือสำนักสงฆ์ป่าสัก...

หลังจากทำบุญเสร็จ..ก็เป็นการนำกองกฐินไปถวายที่สำนักสงฆ์ป่าสักที่อยู่ไม่ไกล...

ดนตรีพร้อม...นางรำพร้อม...

ขบวนก็พร้อม

นำขบวนด้วยลุงที่เป็นผู้ถือไม้กวาด..คอยกวาดทาง..ไม่ทราบเหมือนกันว่าสื่อความหมายอย่างไร..เพราะลืมถามค่ะ...

ชาวบ้านถือเครื่องกฐินตามประเพณีนำขบวน..

ตามด้วยคณะกฐินชาวโพหัก ...

ประเพณีการทอดกฐินของชาวบ้านโพนงามสิ่งที่ต้องใช้ก็ต้องมี เสื่อ หมอน อยู่ด้วย..

บายศรีที่ชาวบ้านจัดทำไว้ให้คณะของเรา..สวยงามค่ะ

ระหว่างทางมีพระคอยประพรมน้ำมนต์และสวดให้พรผู้ร่วมในกองกฐิน..

คณะกฐินเดินทางมาถึงสำนักสงฆ์ป่าสัก

เงินทอดกฐินที่ได้ในครั้งนี้ทางสำนักสงฆ์จะใช้เพื่อทำศาลาขนาดเล็กหลังนี้ให้เสร็จสมบูรณ์

ดูด้วยสายตาก็กว้างประมาณ3.5เมตร ยาวประมาณ9 เมตร

กุฎิของพระในสำนักสงฆ์แห่งนี้...

หมอทำขวัญกำลังทำพิธีบายศรีสู่ขวัญให้กับชาวคณะกฐินของเรา..อันเป็นพิธีต้อนรับแขกผู้มาเยือนของชาวบ้านในแถบภาคอีสานที่พบเห็นได้ในทุกหมู่บ้าน

หลังจากผูกข้อมือบายศรีสู่ขวัญเสร็จคณะของเราก็รีบล่ำลาเดินทางกลับ....ชาวบ้านก็ใจดีเหลือเกินอุตส่าห์เตรียมเสบียงซึ่งก็คือข้าวเหนียวและปลาทอดให้คณะของเราไว้ทานระหว่างเดินทาง..พร้อมแจกผ้าขาวม้าป็นที่ระลึก...คนเฒ่าคนแก่ก็อวยพรให้คณะของเราเดินทางกลับด้วยความปลอดภัย...

หลังจากออกจากบ้านโพนงามแล้วคณะของเราก็มุ่งตรงไปยังพระธาตุพนม...เพื่อสักการะองค์พระธาตุ...สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่จังหวัดนครพนม...

พระธาตุพนม ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูง ภายในวัดพระธาตุพนมมีหอนอน บ่อน้ำพระอินทร์ สระสถูปอัฐิพระธาตุ    ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีลงความเห็นว่า พระธาตุพนมสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1200-1400  ลักษณะของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาเดียวกัน กับปราสาทของขอม และได้ทำการบูรณะเรื่อยมาในปี พ.ศ. 2485 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้น เอกขึ้นเป็น "วรมหาวิหาร"

มีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยอิฐ กว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.6 เมตร มีกำแพงล้อมองค์พระธาตุ 4 ชั้น องค์พระธาตุตั้งอยู่บนภูกำพร้า (เนินดินสูงจากพื้นธรรมดาประมาณ 3 เมตร) ภายในบริเวณมีบึงขนาดใหญ่เรียกว่าบึงธาตุพนม ในวันเพ็ญเดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประจำปีเพื่อเป็นการนมัสการพระธาตุพนม

ในพระธาตุพนม บรรจุพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า ซึ่งประมาณ พ.ศ. 8 พระอุตรเถระและพระโสณเถระ สมรทูตของพระเจ้าอโศกมหาราช ได้อัญเชิญมา และพระมหากัสสปะเถระได้นำมาประดิษฐานไว้บนภูกำพร้า ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ พระธาตุพนมได้รับการบูรณะและอุปถัมภ์โดยกษัตริย์แห่งล้านช้าง

ปิดท้ายด้วยภาพบรรยากาศริมแม่น้ำโขงที่ตลาดอินโดจีน...ยามเย็นค่ะ

ทริปนี้ได้ทั้งทำบุญและได้ทั้งความสนุก..ระคนกับความเมื่อยล้าที่ต้องนั่งรถนานกว่า11ชั่วโมง......

โดย นกน้อยแห่งโพหัก

 

กลับไปที่ www.oknation.net