วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พุทธคยา-กุสินาราคลินิก คณะแพทย์ไทย รถฉุกเฉิน 1.5 ล้าน


 พุทธคยา- กุสินาราคลินิก คณะแพทย์ไทย รถฉุกเฉิน 1.5 ล้าน ช่วยชีวิตนักแสวงบุญชาวพุทธ

 กุสินารา รัฐอุตตรประเทศ อินเดีย – เริ่มแล้วช่วงฤดูกาลจาริกแสวงบุญ 4 สังเวชนียสถาน ในอินเดีย-เนปาล ปีนี้ ผู้แสวงบุญชาวไทยนับหมื่นๆ คน จะได้รับการดูแลอย่างดีจาก “พระไทย” ที่ได้รับบทเรียนถึงชีวิตมาแล้ว เพราะความขาดแคลนด้านการแพทย์

 วันนี้ สถานพยาบาลกุสินาราคลินิก (Kusinara Clinic for Body and Mind) เริ่มให้ความช่วยเหลือพยาบาลแก่ผู้แสวงบุญตามรอยพุทธสถานและชาวฮินดู มุสลิม ในรัศมี 5 กิโลเมตร ด้วยนโยบาย 2 รูปีอินเดีย รักษาทุกโลก ในดินแดนสังเวชนียสถาน ที่มีผู้เดินทางไกล ปีละนับหมื่นๆ คน มาแสวงบุญ 

 

 ในเขตสังเวชนียสถานนี้ ขาดแคลนแพทย์ดูแล หากป่วยในระหว่างเดินทางหรือมีโรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวานที่คนไทยเป็นมากขึ้น หากไม่เตรียมพร้อม จะหาอินซูริน สถานที่รักษาพยาบาลฉุกเฉินยากยิ่ง ทำให้ต้องถึงขั้นเสียชีวิต

 แต่ละปีมีคนป่วยจากโรคทางเดินอาหาร 2,000 กว่าคน โรคภูมิแพ้ ทางเดินหายใจ เคยมีเสียชีวิตแล้ว 2 คน อย่างคุณรำเพย ด้วยโรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวาน ที่ไม่ได้เตรียมอินซูลีนมาฉีด เตรียมแต่ยากิน และขาดการส่งต่อที่ทันเวลา ขาดความรวดเร็วเพียงพอ จึงได้เสียชีวิตในระหว่างนำส่งกลับ

 ปีนี้ ทีมแพทย์ได้เดินทางมาเตรียมรับผู้แสวงบุญ นำทีมโดยนายแพทย์กระทรวงสาธารณสุข และพยาบาลคุณนิรมล พจน์ด้วง จากศูนย์มะเร็งแห่งชาติ คุณไชตนรินทร์ ไชยรินทร์ จากศูนย์มะเร็ง ชลบุรีและคุณยุพิน คำกรุ จากศูนย์มะเร็ง อุดร ร่วมเดินทางมาพร้อมยา เตรียมรับสถานการณ์อย่างเต็มที่ ชุดแรก 1-22 พย. นี้ และทีมอื่นๆ ก็เตรียมเดินทางมารับช่วงต่อไปตลอดะระยะเวลา 4 เดือนจากนี้ไป

 

 กุสินารา สังเวชนียสถานที่ดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้า บริเวณสาลวโนทยาน ที่นี่มีวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ สร้างน้อมถวายเป็นพุทธบูชาและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สิริราชสมบัติครบ 50 ปี และวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา โดยเจ้าคุณ พระราชรัตนรังษี พระธรรมทูตสายอินเดีย เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินีและประธานสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2542

 นับแต่นั้นมา  มีผู้ศรัทธาทำบุญเดินทางมาแสวงบุญตามรอยเส้นทางพุทธภูมิมากขึ้นจนปัจจุบันในช่วงระยะเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ปีละกว่า 20,000 คน การบริการรักษาพยาบาลภายใต้พระพุทธบารมีจนเป็นที่รู้จักมากขึ้นกระทั่งชาวท้องถิ่นขนานนามว่า Thailand Clinic มีผู้เห็นประโยชน์สละทรัพย์ตั้งกองทุน ทำบุญทั้งเป็นประจำรายเดือนและรายสะดวก สนับสนุนให้ทุกวันพระใหญ่ ถือว่าเป็นวันแผ่พุทธานุภาพยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่ายาทุกชนิดให้คนไข้ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก

 

 ขณะนี้มีผู้ป่วยมาขอรับบริการทั้งนักพรต ฤๅษี พุทธคริสต์ อิสลาม ฮินดู สิกข์ ภิกษุสงฆ์ นักเรียนนักศึกษาไทย และนักแสวงบุญนานาชาติ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน พม่า ศรีลังกาสวิสเซอร์แลนด์ อเมริกา เยอรมัน ฝรั่งเศส เกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน เวียดนามอินเดีย ธิเบต ภูฎาน ลาว เขมร และเนปาล

 สถิติผู้ป่วยที่ผ่านมาเฉลี่ย คนไข้วันละ 108 คน ในรอบ 5 ปีจากวันก่อตั้งรักษาคนไข้ไปแล้ว 150,000 ราย ค่าใช้จ่ายเดือนละ 330,000 บาท ได้จากคนไข้ 120,000 บาท นอกนั้นจากผู้ร่วมทำบุญบริจาคทั้งสิ้น เฉพาะครึ่งแรกของปี 2548 มี 13,449 คนแล้ว ทำให้สัมพันธภาพระหว่างประเทศงดงาม กิตติศัพท์ชาวไทยแผ่ไพศาลพระพุทธศาสนากว้างไกลไปทุกทิศ...

 เจ้าคุณ พระราชรัตนรังษี พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย ประธานสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล กล่าวว่า การเตรียมการให้ทันกับฤดูกาลแสวงบุญเริ่มจาก พฤศจิกายน 2553 - กุมภาพันธ์ 2554 ที่น่ายินดีก็คือ วันนี้ กุสินาราคลินิก ได้รับมอบจากผู้มีจิตศรัทธา นำโดยนายเอนก จงเสถียร  กรรมการบริหาร MMP CORPORATION ได้มอบรถพยาบาล มูลค่า 1.5 ล้านบาท พร้อมอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อส่งต่อผู้ป่วยให้ถึงมือแพทย์โดยเร็ว เพื่อหวังช่วยชีวิตนักแสวงบุญชาวพุทธที่จาริกในดินแดนพุทธภูมิอย่างโดยเดี่ยวและลำบากกว่าศาสนาใดๆ

 

 วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เป็นจุดศูนย์กลางที่ตั้งอยู่ในอินเดีย ด้วยแรงศรัทธา สถานพยาบาล “กุสินาราคลินิก” ที่ทำหน้าที่แจกจ่ายยาให้ผู้ป่วยแล้วยกระดับขึ้นเป็น กุสินาราโพลิคลินิก มีอาคารพยาบาล ห้องตรวจจ่ายยา ห้องเอกซเรย์ ห้องตรวจเลือด ห้องรอการตรวจ มีอาคาร ธรรมเภสัช ที่พักรักษาผู้แสวงบุญและก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ

 ด้วยการเตรียมชุดแพทย์เคลื่อนที่ในช่วง “เฉลิมพระชนมพรรษา” 4-12 ธค.2553 นี้ คณะแพทย์ไทยได้เตรียมเคลื่อนที่ไปดูแลสุขภาพให้ผู้เข้าร่วมประชุม คณะสงฆ์และนักบวช ในการประชุมสังคยานาพระไตรปิฏกโลก ที่พุทธคยา ด้วย

 นายเอนก จงเสถียร  กรรมการบริหาร MMP CORPORATION กล่าวว่า ได้ร่วมเดินทางเส้นทางแสวงบุญมา 7 ครั้งแล้ว ทุกครั้งที่มา กลับไปแล้ว รู้สึก รักเมืองไทยมากขึ้นทุกที จึงตั้งใจว่า จะมาให้ได้ทุกปี 

 

 ครั้งแรกที่มานั้น เป็นชุดบุกเบิกเส้นทางนี้ ไม่มีเส้นทางบินกรุงเทพ –พุทธคยา-พาราณสี  แต่ละแห่งต้องเดินทางด้วยรถยนต์ ถนนขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ ความยากลำบาก อาหารที่ไม่คุ้นเคย ถนนที่ขรุขระ หลุมบ่อ ห่างไกล ต้องเดินทางนับเป็นวันๆ กว่า 10 -12 ชั่วโมงขึ้นไป

 การเดินทางมาอินเดียแล้ว ทุกครั้ง เดินทางครบ 4 สังเวชนียสถานทุกครั้ง

รักเธอประเทศไทย

 

 ชาวพุทธที่เดินทางมาแสวงบุญในอินเดีย-เนปาล วันนี้ ไม่ได้ยากลำบากอย่างที่คิด ความยากลำบากนั้น พระไทยและวัดไทย ได้เตรียมทุกอย่างไว้ให้ ทั้งน้ำสะอาด อาหาร ที่พัก จองล่วงหน้าไว้ให้พร้อม เป็นการเดินทางที่ห่างไกลและใช้เวลามาก ถูกดัดแปลงให้เป็น “โรงธรรมเคลื่อนที่” ตลอดเวลา 8-10 ชั่วโมงของการเดินทางแต่ละเมือง

 ยิ่งทำบุญ ยิ่งเดินทาง ยิ่งได้มาเยือน ยิ่งได้เห็นพุทธศาสนา ยิ่งรู้ถึงพุทธประวัติมากขึ้น ยิ่งทำให้เห็นศรัทธา ได้เห็นความยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปราถนาของคณะสงฆ์ไทยที่ได้ตั้งมั่นศรัทธาเผยแพร่ศาสนาที่ดินแดนพุทธภูมิ 

 ก่อนเดินทางข้ามแดนไปยังสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล ณ.จุดผ่านแดนนี้  ไม่ว่าจะค่ำมือแค่ไหนของการเดินทาง เพราะเส้นทางที่ไม่อาจกำหนดสภาพการณ์ได้ เมื่อมาถึงชายแดนอินเดีย-เนปาล ก่อน 2 กม. ด่านโสเนารี Sonauli สวรรค์บนดินของนักแสวงบุญไทย เพราะเป็นวัดที่เริ่มต้นด้วยการสร้างห้องน้ำ “ขั้นเทพ” เตรียมรองรับ มีมุมอินเดียน้อย ดื่มน้ำสะอดา กินโรตีแสนอร่อยรองท้องยามเดินทาง มะหมี่สำเร็จรูป น้ำชา เกาแฟ มีพร้อม ร้านขายของที่ระลึก OTOP ฝีมือนักเรียนไทย

 

 ที่แห่งนี้รู้จักกันดี ในนาม 960 สุดยอดที่ท่านเจ้าคุณได้ซื้อที่ดินเตรียมสร้างพุทธวิหาร สร้างวัดไทยนวราชรัตนราม 960 ไว้ให้แวะพักอิริยาบท ก่อนผ่านแดนไปแสวงบุญเมืองลุมพินี เนปาล

 เจ้าคุณ พระราชรัตนรังษี  พระธรรมทูตสายอินเดีย คณะสงฆ์ไทย กล่าวว่า หน้าที่ของพระคือ สร้างวัด คณะสงฆ์ไทยจะทำหน้าที่รวบรวมศรัทธารสร้างวัดในพุทธภูมิให้มากขึ้น ไม่มีวันหยุด

 ที่สำคัญทุกคนที่มาเห็นแล้ว รู้สึกรักประเทศไทยมากขึ้น ทุกที ตามระยะเวลาการเดินทางมาห่างไกลและยากลำบาก ผู้คนแร้นแค้นนี้

โดย ลุงแจ่ม

 

กลับไปที่ www.oknation.net