วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กระต่ายแก้วกินสะตอ ฉลองถ้วยและช่วยผู้ประสบภัย



กระต่ายแก้วกินสะตอ ฉลองถ้วยและช่วยผู้ประสบภัย

เสร็จสิ้นฤดูกาลไทยพรีเมียร์ลีค สปอนเซอร์คัพกันไปแล้วนะครับ ทีมบางกอกกล๊าส ก็จบลงด้วยการรั้งอันดับ ของตารางในจำนวน 16 ทีม แต่ในฤดูกาลหน้า จะมี 18 ทีมด้วยกัน

แต่ว่าในขณะนี้แม้จะหมดการแข่งขันนั้นไปแล้ว ก็ยังมี โตโยต้า คัพ ซึ่งบุรีรัมย์เอฟซี จะชิงกับ สโมสรการท่าเรือ ที่สนามศุภชลาศัย ในเย็นวันที่ ๒๑ พ.ย. ๒๕๕๓ (สโมสรการท่าเรือ เอาชนะ สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ไป 2-1)

ปีแห่งรสชาติของชีวิต รสชาติของเกมกีฬา

ในปีนี้นับได้ว่าเป็นปีที่สโมสรบางกอกกล๊าสมีเหตุการณ์แปลก ๆ และหนักหนาสาหัสกันหลายอย่าง หลายรูปแบบ และเข้มข้นกว่าปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสนามใหม่ในรังของกระต่ายแก้ว จากเดิมใช้สนามที่คลอง ๖ การเปิดใช้อัฒจันท์ใหม่ โซน Regency  (R1, R2) การแข่งขันในแต่ละแมตที่เอาแน่นอนไม่ได้ จนมีการปรับเปลี่ยนกันในครึ่งปีหลัง มีนักเตะใหม่เข้ามาหลายคนด้วยกัน เรื่องร้าย ๆ ก็ยังถาโถมเข้ามาในนัดสุดท้ายก่อนปิดฤดูกาล เกิดเหตุแฟนบอลตีกันในนัดที่ ๓๐ พอดี โดยในครั้งนี้ สโมสรบางกอกกล๊าส ถูกปรับไป 100,000 บาท และห้ามให้แฟนบอลเข้าชมการแข่งขันนัดเหย้าอีก นัด ถือว่าเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดในความรู้สึกของแฟนคลับของสโมสรบางกอกกล๊าส และเป็นสิ่งเตือนใจที่ดีอย่างยิ่ง ในการดำเนินการต่าง ๆ  ทั้งทางด้านความปลอดภัย การจัดการของสโมสร ทั้งทางด้านการควบคุมกองเชียร์ของทางด้านแฟนบอลเอง

จะว่าไปแล้ว แฟนบอลเองก็ควรจะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ซึ่งไม่ได้ยุ่งยากหนักหนาอะไร แค่เป็นคนเชียร์และคนชมที่อยู่ในกรอบในมารยาทอันควรเท่านั้น  อันไหนหลบได้ก็ควรหลบ และอดทนต่อสิ่งยั่วยุต่าง ๆ ถ้าเราห้ามใจตัวเองได้ ดูแลตัวเองได้ คนทั้งกลุ่มก็จะไม่ต้องมาหนักใจ และไม่เสียหน้าเสียเกียรติอย่างที่เกิดขึ้น การแข่งขันในเกมกีฬาควรจะเป็นสิ่งที่ยกระดับจิตใจของเราให้สูงขึ้น ผลจะออกมาอย่างไร แพ้ ชนะ หรือ เสมอ มันก็คือสิ่งที่เป็นไปแล้ว สิ่งที่สำคัญคือเราต้องพิจารณากับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร ยอมรับมัน ให้เหตุผลกับตัวเอง หรือจึงจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ถ้าเราเอาแต่ฉุนเฉียว หงุดหงิดกับเกมและผลของการแข่งขัน เราก็คงรู้สึกแย่ ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้

ความโชคร้ายที่ผ่านพ้น ฟ้าหลังฝนอันสดใส แชมป์สิงคโปร์คัพ 2010

แต่ความโชคร้ายก็ไม่ได้หมายถึงทีมบางกอกกล๊าสจะไม่มีโอกาสอื่น เพราะในปีนี้ แม้จะตกรอบ ทีมสุดท้าย โตโยต้าคัพไป แต่บางกอกกล๊าสก็ไปคว้าแชมป์สิงคโปคัพ ที่เอาชนะทีม แทมปิเนส โรเวอร์ 1-0 เมื่อวันที่ 14พ.ย.2553 ที่ผ่านมา ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นทีมจากสโมสรของไทยเพียงทีมเดียวที่ไปร่วมแข่งขัน นับเป็นผลงานที่โดดเด่นที่สุดสำหรับฤดูกาลนี้

                ที่ผ่านมา ความลุ่ม ๆ ดอน ๆ ของการทำทีมของสโมสร ก่อนจบฤดูกาลไทยพรีเมียร์ลีค ทำเอาแฟนบอลส่ายหน้ากันเป็นแถว ๆ แต่นับเป็นความโชคดีที่แฟนบอลของบางกอกกล๊าสส่วนใหญ่ เป็นผู้ที่มีวิจารณญาณที่ดี และมาเชียร์บอลกันเป็นครอบครัว ยังคงเหนียวแน่นในการเป็นแฟนคลับ และยังคงให้โอกาสสโมสรเสมอ

                ในครั้งนั้น คุณศุภสิน ลีลาฤทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่ง ว่า “เราเตรียมพร้อมมากถ้วยใบนี้มาก และนักเตะทุกคนต่างรู้ว่า จะต้องทำอะไรบ้างในหน้าที่ของตนเอง และขอบคุณทุกคนที่ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และต้องขอบคุฯแฟนบอลทั้งที่นี่ และอยู่ในสนาม ลีโอ สเตเดี้ยม ที่ตามเชียร์พวกเรา”

                ในการคว้าแชมป์สิงคโปคัพครั้งนี้ ถือเป็นของขวัญชิ้นสำคัญสำหรับแฟนบอลในช่วงสิ้นปีนี้ และก็ทำให้แฟน ๆ มีความสุขกันถ้วนหน้า

ฉลองชัยไปพร้อมกับการทำกุศล

                ในวันเสาร์ที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา สโมสรฯ จึงได้จัดงานเล็ก ๆ เพื่อเป็นการขอบคุณแฟนบอล โดยการจัดการแข่งขันอุ่นเครื่องกับทีม สโมสรฟุตบอลสงขลา ที่เดินทางมาจากแดนใต้ ในการจัดงานในครั้งนี้ มีแฟนบอลให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก แม้จะไม่ได้ประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง

                แฟนบอลเริ่มทยอยกันเข้ามาชมในสนาม โดยไม่มีการเก็บบัตรผ่านประตู แต่มีกล่องรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทางภาคใต้ และจะได้รับแจก “แก้ว” คนละ ใบ เพื่อรับเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน ทั้งน้ำเปล่า น้ำอัดลม และ “ลีโอ” ยกเว้นเครื่องเคียงกับแกล้ม ต้องจัดหากันมาเอง

                วันนี้มีการจำหน่ายของที่ระลึกลดราคา 30% ทำให้แฟนบอลบางกอกกล๊าสเหมากันยกใหญ่ น่าเสียดายที่ต้องซื้อเป็นเงินสด ถ้ารับบัตรเครดิต ผมอาจจะซื้อได้มากกว่านี้ และเป็นช่วงก่อนสิ้นเดือนด้วย ไปอุดหนุนมาหลายรายการครับ

                ในงานวันนี้สามารถรวบรวมเงินบริจาคได้ 53,026.50 บาท และสโมสรได้สมทบอีก  46,973.50  บาท รวมเป็น 100,000 บาท และได้ส่งมอบให้ตัวแทนของสโมสรสงขลาเรียบร้อยแล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากแฟนบอลสโมสรบางกอกกล๊าสคงจะเป็นประโยชน์ช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยได้บ้าง และขออนุโมทนาบุญกุศลนี้ด้วยครับ

สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส ห้ำหั่นกับ สโมสรฟุตบอลสงขลา 5-2

 การแข่งขันในวันนี้ เป็นไปด้วยความสนุกสนานมันฮา เพราะถือเป็นการอุ่นเครื่องแบบฉันมิตรตามจิตศรัธากันจริง ๆ ขนาดว่าจะเปลี่ยนตัวกี่คนก็ได้ เปลี่ยนเข้าเปลี่ยนออกยังไงก็ตามใจชอบ เพราะเล่นกันแบบสบาย ๆ ในช่วงแรก ๆ บางกอกกล๊าสก็ส่งดาราลงไปพอสมควร รวมถึง ชาตรี ฉิมทะเล ศูนย์หน้าหมายเลข 29 แล้วก็เปลี่ยนให้ตัวสำรองได้เล่นกันทุกคน

                ทีมบางกอกกล๊าสมีผู้รักษาประตูที่มีชื่อที่ขึ้นด้วย ก ไก่ ถึง ๓ คนด้วยกัน คือ กิตติศักดิ์  ระวังป่า กฤษณะ กลั่นกลิ่น และ กฤษกร  เกิดผล ในวันนี้ ผู้รักษาประตูอยากเป็นกองหน้าบ้าง โดยกฤษณะ กลั่นกลิ่น เปลี่ยนตัวลงไปเล่นในครึ่งหลัง จนสามารถทำประตูได้ด้วย

                ในนัดนี้มีนักเตะหน้าใหม่ผิวสี ที่มาทดสอบฝีมือ ชื่อ โจ ทำให้แฟนบอลสงสัยว่า เขาคือใคร ก็อาจจะได้มาร่วมงานกันหรือเปล่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาครับ และฝีมือด้วย

                ผลการแข่งขัน บางกอกกล๊าส ชนะไป 5-2 โดยครึ่งแรก โดนนำไปก่อน 0-2 (1-2) ในครึ่งหลังทำได้ ประตู จบการแข่งขัน นักเตะก็มาขอบคุณกองเชียร์ตามธรรมเนียม และมีโอกาสให้แฟนบอลได้ถ่ายรูปอย่างใกล้ชิด ส่วน สุธี นั้นใจดี ตอบแทนแฟนบอลด้วยการแจกเสื้อหลายตัว แต่ผมไม่ได้ เพราะผมซื้อมาแล้วครับ

คุณศุภสิน ลีลาฤทธิ์ สุดยอดกุนซือกระต่ายแก้ว

                และแล้วเมื่อเวลาผ่านไป ผู้ชายคนนี้ก็ได้พิสูจน์ในหลายเรื่องราวให้กับทุกคนได้ประจักษ์ ไม่ว่าจะเป็นการทำทีม การจัดการ การดูแลนักฟุตบอล และที่สำคัญการเอาใจใส่ในเรื่องแฟนบอล

                การเป็นผู้ดูแลทีมบอลในช่วงท้ายฤดูกาล และการนำทีมไปคว้าแชมป์สิงคโปคัพ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นด้วยฝีมือล้วน ๆ รวมถึงการจัดการเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ การดูแลแฟนคลับอย่างใกล้ชิด การรับฟังปัญหาและติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวสารต่าง ๆ ของแฟนบอล  เพื่อตอบสนองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม จนบางครั้งถูกมองว่าอ่อนไหวต่อแรงกดดันของแฟนบอลจนเกินไป

                การบริหารจัดการในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ใช่สิ่งง่ายที่จะให้ผลออกมามีความสมบูรณ์ หรือได้รับความพึงพอใจสูงสุด ได้ประโยชน์กันเป็นส่วนใหญ่ เพราะต้องวิเคราะห์และตัดสินใจให้ดี คงไม่มีใครคนไหนอีกแล้วที่จะ “แคร์” ความรู้สึกของแฟนบอลได้มากขนาดนี้

เป็นเรื่องธรรมดาที่จะได้เห็น ชายผู้นี้ ทำหน้าที่เหมือน Staff ทั่วไป คอยควบคุมการจำหน่ายบัตร การดูแลความปลอดภัย ดูแลความเรียบร้อย ต้อนรับแขก ถ่ายภาพ ปะปนอยู่กับผู้ชมทั่วไป ตลอดงาน

                จึงนับได้ว่า ทีมบางกอกกล๊าส และแฟนบอลบางกอกกล๊าสโชคดีที่มีผู้บริหาร ผู้ดูแลทีมที่มีฝีมือทั้งทางด้านบริหารจัดการ และทางด้านการแข่งขันอย่างยอดเยี่ยมเช่นนี้ จึงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ทีม มีแฟนคลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และยังคงเหนียวแน่น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปีต่อไป ทีมบางกอกกล๊าสคงจะประสบความสำเร็จมากขึ้น และพัฒนาต่อไปในทุก ๆ ด้าน

ปีแห่งการทุ่มเทของประธานแฟนคลับ “พี่เอ้”

 ด้วยการทำงานที่เสียสละอย่างยิ่งทางฝ่ายตัวแทนของแฟนคลับตลอด 2ปีที่ผ่านมา “พี่เอ้” หนุ่มใหญ่ที่ทำหน้าที่ทุกอย่างในกิจกรรมการแข่งขันฝ่ายแฟนคลับของบางกอกกล๊าส ซึ่งเป็นการทำงานอย่างอาสาสมัคร เสียสละเวลาและกำลังกายในการดูแล ดำเนินการอย่างขันแข็งตลอดเวลาที่ผ่านมา การเข้าประชุมแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การวางแผนดูแลความสะดวกของแฟนบอล การวางแผนการเชียร์ ชายผู้นี้ได้พยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้วจนหมดวาระลงในปีนี้

                จากการพูดคุยกับพี่เอ้ ซึ่งได้ให้แนวทางในอนาคตว่า ปีหน้าคงจะมีคนรุ่นใหม่มาดูแลแทน แต่ก็คงจะเน้นเรื่องการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ชม ระบบการรักษาความปลอดภัย การวางแผนเชียร์ และการพัฒนาด้านความเป็นระเบียบของแฟนคลับในการชมการแข่งขัน         

                อย่างไรก็ดี พี่เอ้ ก็ยังคงเป็นแฟนคลับคนหนึ่งของบางกอกกล๊าสอยู่เสมอ และยังเป็นที่ปรึกษา ทำงานอยู่เบื้องหลังต่อไป ในนามของแฟนคลับ ต้องขอขอบคุณ พี่เอ้ มา ณ โอกาสนี้ ที่ทุ่มเททำงานทุกอย่างเพื่องานที่จะออกมาดี และนับเป็นการทุ่มเทเสียสละที่ไม่มีค่าตอบแทนใด ๆ นอกจากความสุขและความพอใจของทุก ๆ ฝ่าย คนทำงานแบบนี้ในสังคมไทยมีน้อย จึงต้องควรยกย่องนับถือไว้


 ส่วนในวันที่ ๑๘ ธันวาคม นี้ ทางแฟนคลับ ได้จัดงาน กระต่ายหมายจันทร์ขึ้น ตามรายละเอียดด้านล่างนะครับ





























































โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net