วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รวยความสุข มีอยู่มีกิน เพราะ พอเพียง


 

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นเรื่องง่าย ไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ต้องพูดมาก แต่ให้ลงมือทำ

สัมภาษณ์
นายงามรัก จานทอง
นางสาว ทัศนีย์วรรณ แสงอรุณ
คณะกรรมการโครงการรักษ์ป่า ตำบลปากทรง

 ตำบลปากทรง อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร - ตำบลนำร่อง โครงการรักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบลวิถีพอเพียง  โดยนายงามรัก จานทอง คณะกรรมการโครงการรักษ์ป่า ตำบลปากทรง และเลขานุการเครือข่ายของรักษ์ป่าภาคใต้ เป็นตำบลนำร่องมาตั้งแต่ปลายปี 50 ที่ชุมชนได้ร่วมกันวางแผนและหาข้อสรุปเพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการโครงการฯ

 

 แผนตำบลตามแนววิถีพอเพียง ได้ถอดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ออกมาเป็นหลักการพึ่งตนเองของชุมชน เพื่อให้ครบ 4 องค์ประกอบหลักในการดำรงชีวิตโดยมีเป้าหมายว่า ท่ามกลางวิกฤต ถ้าหากต้องปิดตำบล ชุมชนจะอยู่ได้อย่างไร?

 ชุมชนสรุปบทเรียนของตนเองแล้วว่า จะต้องเน้นหลักการพึ่งตนเองได้นั่น ต้องมีครบปัจจุบัน  4 อย่างคือ คือ ปัจจัยด้านอาหาร ปัจจัยด้านพลังงาน ปัจจัยการผลิต และองค์ประกอบความรู้เรื่องการจัดการและนำไปสู่การทำแผน การปฏิบัติในแต่ละหมู่บ้านของตำบล

 

 ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อชุมชน คนอยู่กับป่าของตำบลปากทรง จึงเกิดขึ้นที่บริเวณนี้ทที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปากป่า เริ่มจากการตั้งฐานการเรียนรู้ 4 ฐาน คือ ฐานจัดการดิน น้ำ ป่า คน มี 20 กิจกรรม

 แผนงานแรกเริ่มจากแผนงานอาหารปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ การทำกิน พึ่งตนเอง เกษตรอินทรีย์ เศรษฐกิจพอเพียง คัดสรรคนที่อยูในพื้นที่ที่ทำเรื่องวิถีพอเพียงเพื่อเป็นกำลังใจและเป็นตัวอย่าง เป็นแนวทางกับคนอื่นๆ จากนั้น จึงเริ่มแผนจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ล่องแก่ง แผนเทคโนโลยีพลังงานชุมชน และเชื่อมเครือข่าย “รักษ์ป่าสร้างคน วิถีพอเพียง ภาคใต้” ขึ้น ตามปฏิญญา เกาะสาหร่าย 

 

 นางราศรี หนูนุ้ย เป็นครัวเรือนที่ทำเศรษฐกิจพอเพียง ได้รับการคัดสรรเป็นครัวเรือนต้นแบบ สามารถพึ่งตนเองได้ ปลูกพืชผักหลากหลาย ปลูกต้นทำมัง ใบทำมังเอามาตำน้ำพริกกลิ่นเหมือนน้ำพริกแมงดา ใบทำแกงเผ็ดได้ เผ็ดได้ ส้มแป้น ใบส้มป่อย เน้นปลูกผักป่า ผักพื้นบ้านและนำมาทำอาหาร เป็นสมุนไพร เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา เตาเผาถ่าน ปลูกผักหวานตัดดอกเหมือนแปลงกุหลาบ ทำปุ๋ยหมัก เป็นครัวเรือนต้นแบบ 

 ครอบครัวนี้ ได้รับรางวัลครัวเรือนเศรษฐกิจพอเพียง อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร

 

 บ้านคุณราตรี อยู่ริมสวนก็เป็นบ้านตัวอย่าง อากาศปลอดโปร่ง บ้านนี้เน้นมากเรื่องความสะอาด มีอาหารพอกิน สามารถหยิบของใกล้บ้านมาทำเป็นอาหาร เช่น ผัก ปลา ไก่ มีอาหารพอเพียงพึ่งตัวเองได้ ปลูกผักเป็นสวนหย่อม 

 นอกจากกินได้ยังประดับบ้านสวนงาม เป็นครัวเรือนต้นแบบของ ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ

 โดยเฉพาะ ต.ปากทรง อ. พะโต๊ะนี้ เป็นแหล่งต้นน้ำ เหมาะแก่การท่องเที่ยวทางน้ำ มีสภาพเป็นภูเขาสลับซับซ้อน สวยงามสมบูรณ์ ในอดีตเคยเป็นแหล่งทำเหมืองแร่ ปัจจุบันส่วนใหญ่ ปลูกกาแฟ สวนผลไม้ ยางพาราและปาล์มน้ำมัน ฯลฯ

 ผลงานของ คุณวน วงษ์ศรีนาค หรือพี่แจ่ม ได้รางวัลยอดเยี่ยมด้านเกษตรอินทรีย์ ของ ต.พะโต๊ะ บ้านอยู่กลางป่าหน้าบ้านปลูกข้าวแทนหญ้าญี่ปุ่น เอาไว้พอกินในครัวเรือนในแต่ละปี นำไม้ไผ่มาทำเป็นแปลงปลูกผัก เจาะและใส่ดินปลูกผัก ปลูกต้นไม้ ขุดคูรอบบ้าน ทำให้บ้านเย็น เลี้ยงปลารอบบ้านและนำน้ำรดผักได้ด้วย 

 

 คุณวน ได้พัฒนาสร้าง “แบรนด์” กาแฟบ้านคลอง กาแฟอินทรีย์ตาแจ่ม กาแฟโรบัสต้า ไม่ใส่ปุ๋ยเคมี ไม่ใส่ยาฆ่าแมลง กระบวนการผลิตทั้งหมดทำเองทุกอย่างตั้งแต่คั่ว มีโฮมสเตย์ให้พัก  

 ต.ปากทรงมีกิจกรรมท่องเที่ยว ป่าท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ป่าต้นน้ำพะโต๊ะ ช่วงฤดูน้ำหลาก ก.ค. - ก.ย. ล่องแก่งสนุกมาก กิจกรรมล่องแก่งมีแก่งหลักๆ 7-8 แก่ง ระยะทาง 10 กม. หรือจะเดินป่าที่หน่วยจัดการและอนุรักษ์ต้นน้ำพะโต๊ะ เรียนรู้เรื่องการจัดการป่าต้นน้ำที่ชุมชนมีส่วนร่วม ที่นี่มีที่เดียว ดอกบัวผุดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 85 ซม. ต.พะโต๊ะเป็นสันคาบสมุทรมาลายู กระโถนฤาษี มีที่หมู่บ้านลองเรือ 

 

 ก้าวต่อไปของพะโต๊ะ คือ กิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรชุมชน มีการรณรงค์เพื่อรักษาป่าเอาไว้ ต้นไม้ไม่ใช่ปลูกและทิ้งเอาไว้ แม้ว่ารัฐบาลจะไม่เห็นด้วย นั่นคือ โครงการธนาคารต้นไม้ ภาคประชาชนตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ของตัวเอง ต้องตัดก่อนถึงจะมีค่า 

 หลักวิถีพอเพียงเน้นให้ต้นไม้มีค่าตั้งแต่ปลูก โดยให้รัฐส่งเสริมให้ “ต้นไม้มีค่า” เป็นการนำร่องโครงการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ แล้วพัฒนาเป็นธนาคารต้นไม้  เริ่มตั้งแต่ปี 49 เปิดเวทีธนาคารต้นไม้ 50 จังหวัด 1,000 กว่าสาขา สมาชิก 500,000 คน ปลูกต้นไม้ประมาณ 3 ล้านต้น ไม่ต้องถางป่าปลูกในพื้นที่เดียวกันแก้ไขปัญหาโลกร้อน ที่ ต.ปากทรง 

 หลักการคือต้องมีที่ดินเป็นของตัวเอง ต้องปลูกในที่ของตัวเอง เข้าเป็นสมาชิก ต้องดูแลเอง คิดมูลค่าและตัดเพื่อเป็นสินค้า ถ้าจ้างพนักงานป่าไม้ไปดุแลป่าเงินเดือนๆ ละเท่าไหร่ ค่าเพาะ ค่ากล้า ค่าดูแลรักษา ปีละประมาณ 100 บาท คืนเป็นมูลค่า กรรมการไปตรวจ รอด ก็ 100 ช่วงแรกอยู่ในช่วง 10 ปีก่อน ผืนแผ่นดินที่ปลูกได้รับการรับรองสิทธิ 

 ตอนนี้กรรมการธนาคารต้นไม้รับรอง บันทึกไว้ ต้นไม้ทุกต้นแก้ปัญหาโลกร้อนได้
 แนวคิดที่ใหเอาไปใช้หนี้ได้ โดยเฉพาะ ธกส. ปีละ 500 เอาต้นไม้ค้ำประกัน พอต้นมไมีมูลค่าเท่าหนี้ ก็เอาไปคืน ก้าวค่อไปคือทำให้รัฐบาลรับรองทั้งกระทรวงการคลัง กองทุนฟื้นฟูเกษตร เป็นต้น

เรื่อง ลุงแจ่ม คมชัดลึก

ภาพ ณัฐสิทธิ์ แก้วแจ่ม

โดย ลุงแจ่ม

 

กลับไปที่ www.oknation.net