วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กฤษฎีกาค้าน ก.ม.จัดตั้ง "จ.บึงกาฬ" ทำสัดส่วนผู้แทนวุ่น


          กฤษฎีกาชำแหละร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ พบปัญหาเพียบ ทั้งชื่อจังหวัดไม่เหมาะสม แถมยังส่งผลถึงการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. เหตุราษฎร อ.เฝ้าไร่ ไม่ยอมย้ายไปรวมกับ จ.บึงกาฬ ขณะที่ ส.ว.ก็วุ่นหนัก อาจทำให้จำนวน ส.ว.เหลือ 149 คน หรือพุ่งเป็น 151 คน ไม่ตรงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซ้ำหาก ส.ว.หนองคายสิ้นสมาชิกภาพ ไม่รู้จะให้จังหวัดไหนเป็นผู้เลือก ส.ว.ใหม่

          คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 2 ได้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ.... ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยพบว่ามีหลายประเด็นที่อาจทำให้เกิดปัญหาตามมา ทั้งในเรื่องชื่อจังหวัด การแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. รวมถึงการเลือกตั้งและการสรรหา ส.ว.

          เรื่องชื่อจังหวัด คณะกรรมการกฤษฎีกามีข้อสังเกตว่า ในการกำหนดชื่อ จ.บึงกาฬ แม้ว่าจะมาจาก อ.บึงกาฬ แต่ก็เป็นเพียงอำเภอหนึ่งในบรรดา 8 อำเภอที่แยกออกมาจาก จ.หนองคาย และโดยความสำคัญในทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์แล้ว ก็เคยเป็นเพียงชื่อบึงขนาดเล็ก แต่โดยที่การตั้งชื่อจังหวัดควรคำนึงถึงความรู้สึกของราษฎรในอำเภออื่น การมีความหมายที่ดี เป็นมงคล และสื่อความหมายถึงประวัติความเป็นมาของท้องที่ด้วย เช่นเดิมใช้ชื่อว่าเมืองไชยบุรี เป็นต้น

          อีกทั้งร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งจังหวัดนี้ อาจตราขึ้นในเวลาที่ใกล้เคียงกับการเฉลิมฉลองพระชนมพรรษา 7 รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นหากสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการในวาระที่ 1 แล้ว อาจขอพระราชทานชื่อจังหวัดเช่นเดียวกับกรณีการตั้งอำเภอใหม่ในระยะหลังก็ได้

          เรื่องสัดส่วนของ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง คณะกรรมการกฤษฎีกามีข้อสังเกตว่า โดยที่ จ.หนองคาย แบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 2 แต่ละเขตมี ส.ส.ได้ 3 คน ในการตั้ง จ.บึงกาฬ ร่างกฎหมายได้กำหนดให้ ส.ส.ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.หนองคาย ก่อนวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ เป็น ส.ส.หนองคาย และให้ ส.ส.ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.หนองคาย ก่อนวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ เป็น ส.ส.ที่ได้รับเลือกจาก จ.บึงกาฬ

          แต่ปัญหาก็คือ ในการแบ่งเขต จ.บึงกาฬ มีประเด็นเกี่ยวกับ อ.เฝ้าไร่ ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 และควรจะต้องอยู่ในเขต จ.บึงกาฬ แต่ราษฎรในเขต อ.เฝ้าไร่ ไม่ประสงค์จะให้ย้ายอำเภอไปอยู่รวมใน จ.บึงกาฬ ดังนั้นจึงทำให้ราษฎรในเขตเลือกตั้ง จ.หนองคาย มีจำนวนมากกว่าราษฎรในเขตเลือกตั้ง จ.บึงกาฬ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสัดส่วนจำนวนราษฎรที่นำมาคำนวณเป็นเกณฑ์จำนวน ส.ส.ที่จะพึงมีได้ในแต่ละเขตจังหวัดสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไป

          นอกจากนั้น ยังพบปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ว.ของ จ.บึงกาฬ ด้วย เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 111 วรรค 1 และ 2 กำหนดให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 150 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด จังหวัดละ 1 คน และมาจากการสรรหาซึ่งมีจำนวนเท่ากับ ส.ว.ทั้งหมด หักด้วยจำนวน ส.ว.ที่มาจากเลือกตั้ง และในกรณีที่มีการเพิ่มหรือลดจังหวัดในระหว่างวาระของ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่

          โดยที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในปัจจุบันมี ส.ว.จำนวน 150 คน แบ่งเป็น ส.ว.ที่มาจากการสรรหา 74 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี และจะครบวาระในเดือน ก.พ.2554 และ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง 76 คน จาก 76 จังหวัด มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี จะครบวาระในเดือน มี.ค.2547 ดังนั้น เมื่อร่าง พ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับแล้ว จะส่งผลต่อการเลือกตั้งและการสรรหา ส.ว.ดังนี้

          1.กรณีร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลใช้บังคับก่อนครบวาระ ส.ว.ที่มาจากการสรรหา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องดำเนินการสรรหา ส.ว.จำนวน 73 คน โดยต้องลดจำนวน ส.ว.ที่มาจากการสรรหาลง 1 คน (เพราะจังหวัดเพิ่มเป็น 77 จังหวัด) แต่ กกต.ก็ยังไม่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ว.บึงกาฬ ได้ทันที เนื่องจากมาตรา 111 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ในกรณีที่มีการเพิ่มหรือลดจังหวัดในระหว่างวาระของ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่

           ดังนั้นเมื่อดำเนินการสรรหา ส.ว.จำนวน 73 คนแล้ว และนำมาคำนวณรวมกับ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง 76 จังหวัด ก็จะประกอบด้วย ส.ว. 149 คน ซึ่งจะไม่ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในมาตรา 111 วรรค 1 และจะต้องคงจำนวน ส.ว.149 คน จนกว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ว.ในครั้งต่อไป โดยกรณีนี้ไม่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ว.บึงกาฬได้ เนื่องจากการว่างของตำแหน่ง ส.ว.ของ จ.บึงกาฬ ไม่ได้มีเหตุมาจากมาตรา 120 ของรัฐธรรมนูญ

           2.ในกรณีที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลใช้บังคับหลังครบวาระ ส.ว.ที่มาจากการสรรหา โดย กกต.ได้จัดให้มีการสรรหาวุฒิสภาครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ต่อมา ร่าง พ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับ และได้มีการจัดตั้ง จ.บึงกาฬ เป็นจังหวัดลำดับที่ 77 ของประเทศไทย กกต.ก็ยังไม่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ว.บึงกาฬได้ เนื่องจากมาตรา 111 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ในระหว่างการเพิ่มหรือลดจังหวัดในระหว่างวาระของ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ โดย กกต.จะสามารถจัดการเลือกตั้ง ส.ว.บึง
กาฬได้ เมื่อครบตามวาระของวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง คือเดือน มี.ค.2557

           ในกรณีนี้หากคำนวณตาม ส.ว.ที่มาจากการสรรหา 74 คน และ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน จะได้จำนวนรวมของ ส.ว. 151 คน เกินกว่าที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 111 วรรค 1

            3.ในกรณีที่สมาชิกภาพของ ส.ว.หนองคายที่มาจากการเลือกตั้งต้องสิ้นสุดลงตามมาตรา 119 ของรัฐธรรมนูญในระหว่างปี 2554-2557 ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างนั้น จะต้องดำเนินการอย่างไร และจังหวัดใดจะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ว.ดังกล่าว เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดิมมาจากพื้นที่ทั้ง จ.หนองคาย และ จ.บึงกาฬ

โดย ปกรณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net