วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหมียวของมี๊กับนังจิก


ขอโทษนกกระจอกทุกตัว  :::  ที่เรียก "นังจิก" เป็นแค่การหยอกล้อเท่านั้น

::::::::::

หน้าบ้านของคุณลุงมีต้นตะขบใหญ่แผ่ร่มเงาครึ้ม  ผลของมันเมื่อสุกได้ที่จะมีสีแดงช้ำ  รสชาติของมันหวานแสบคอซึ่งคิดว่าทุกคนน่าจะเคยลิ้มลองกันมาแล้ว บางคนว่าอร่อย บ้างก็ว่ารสชาติแย่...แล้วแต่รสนิยม

 แต่ที่ตีปีกกันอื้ออึงเทคะแนนสิบเต็มให้ลูกตะขบ...คือเจ้าสัตว์ติดปีกตัวจริง !!!

หลุมดินที่ตะขบฝังรากอยู่ตอนนี้ ต้อนรับไม้นานาพันธุ์มานับไม่ถ้วนตั้งแต่เราย้ายเข้ามาอยู่  เริ่มด้วยต้นแก้วที่ผลิดอกสีขาวกลิ่นหอมหวานออกฉุน เบื่อเข้าคุณลุงก็เอาต้นราชาวดีสูงชะลูดมาปลูกแทน ก่อนมันจะทยอยออกช่อดอกผอมเพรียวสีขาวส่งกลิ่นหอมเย็น

ผ่านไปไม่ถึงสองปีความหอมก็เริ่มไม่สำคัญ ไปวัดแถวทางใต้ไปเจอเอาต้นสร้อยอินทนิล ทีนี้ลานหน้าบ้านก็เลยกลายเป็นซุ้มสร้อยอินทนิลอยู่พักหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นซุ้มการเวก พอเบื่อเข้าที่นี้อะไรที่หยิบจับเข้าปากได้น่าจะให้ประโยชน์สูงกว่า  ตอนนั้นเองที่ต้นเชอร์รี่อนาคตจะมีลูกแดงอวบไม่หวานกลับมาต่อว่าได้ (ตามคำโฆษณาสรรพคุณของคนขาย) นำร่องเข้ามา  แต่ก็นั่นแหละ ใจคนก็เน๊าะ...มันรวนเร เชอร์รี่ยังไม่ขยับออกดอกออกผลคุณลุงของเราก็เบื่อจะกวาดใบของมัน 

แล้วยังไงดี? ไอ้ที่กินได้แล้วไม่ต้องรอนาน? จากนั้นวันหนึ่งไม่รู้อะไรดลใจ (นั่นสิ...อะไรน้อ...ช่างดลใจ) คุณลุงนักปลูกของเราก็หิ้วต้นไม้ใบรีแหลมเข้ามาในบ้าน แล้วประกาศต่อหน้าสมาชิกทุกคนในครอบครัวว่า...

 ...มันคือตะขบ!!!

ตะขบเป็นไม้ปลูกง่ายโตวันโตคืนไม่ทำให้ใครผิดหวัง  ใช้เวลาไม่นานตะขบยังรุ่นก้านบอบบางก็แผ่กิ่งกว้างให้ร่มเงารกครึ้ม กลางคืนมันเป็นมุนสงบของสมาชิกตัวขนร้องเหมียวๆของบ้าน ตอนพลบมันเป็นแหล่งรวมพลของขบวนการคนใช้ในซอย กลางวันร่มเงาของมันนอกเขตรั้วยังเป็นที่พักหลบแดดของแม่ค้าส้มตำตัวดำ  ผู้อย่าให้สีผิวมาบิดเบือนมุมมองของเพื่อนๆในการประเมินฝีมือ

 ...อีกทั้งมันยังเป็นจุดแวะสังสรรค์กันของฝูงนกกระจอก

 และนังจิกคือหนึ่งในนั้น

ว่ากันถึงปูมหลังของนังจิกต้องขอบอกว่ามืดมน ท่ามกลางพวกพ้องที่ส่งเสียงจ้อกแจ้ก-อาศัยกิ่งก้านตะขบพักขา  ปากก็เจาะแทะลูกตะขบกันอย่างอิ่มหนำสำราญ—นังจิกโดดเด่นล้ำหน้าเพื่อน อันเป็นที่มาของสมญานาม “จิก”

ไม่มีใครคาดเดาหรือวิเคราะห์อดีตของนังจิกถูกที่มันมีความแค้นฝังรากลึก แต่สิ่งที่คนในบ้านเห็นคือความจงเกลียดจงชังของนังจิกที่มีต่อสัตว์หน้าขนตัวขนของบ้านเรา

นับได้ว่านังจิกมาถูกที่ถูกเวลา ที่บ้านของเราตอนนั้นนอกจากมีลูกตะขบรสชาติถูกปากให้กินไม่รู้หมดมันยังค้นพบว่า...มีแก๊งตัวขนที่มี “ลิ้นเป็นเครื่องมือทำสวย” หลายตัวเป็นเป้าล่อ  ช่วงเวลานั้นที่บ้านมีแก๊งตัวขนของนังจิกอยู่ห้าตัว  พวกแมวทุกตัวรู้แก่ใจว่าเจ้าพวกทำเสียงหนวกหูอยู่สูงบนต้นไม้เอามากินได้ แต่คงเพราะความคุ้นเคยหรือขี้เกียจแมวบ้านเราไม่เคยสนใจจะล่า  หรือแม้แต่แหงนคอมอง

 แต่ตัวที่สนใจถึงขั้นกระเหี้ยนกระหือกลับเป็นนังจิก

เหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาครั้งแรกเกิดขึ้นในบ่ายวันหนึ่ง ท่ามกลางความเงียบสายลมโชยผ่านไอแดดร้อนชวนให้งีบหลับ (อย่าเพิ่งหลับกันล่ะ เสียงหนึ่งก็ดังมาจากหน้าบ้าน คนในบ้านเดินไปหาหน้าต่างเพื่อมองไปยังถนน

 ภาพที่เห็นเรียกเสียงฮาได้ทุกครั้งที่เล่า

นังจิกกำลังกางปีกโผนขึ้นลงเพดานบินต่ำกว่าปกติ เรี่ยจากพื้นไม่ถึงหนึ่งเมตร ชั่วเวลาที่คิ้วขมวดมุ่นยังไม่ถึงกับลงหลักสร้างริ้วรอย  ทุกคนก็เห็นเป้าล่อของนังจิก

::::::::::

^ ...ฮิปโป้  -   ใบส้ม    -  ต้มแตง... ^

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::: 

 อูแม่เจ้า........นังจิกรังแกลูกช้านนนนน !!!!

ใบส้มคู้ตัวหัวก้มงุดอยู้ข้างกระถางต้นไม้บ้านเยื้องกัน ทุกครั้งที่มันโงหัวนังจิกจะแถลงต่ำ จิกหัวจิกตัวใบส้มแล้วแต่จังหวะอำนวย จนลูกน้อยของเราหัวสั่นหัวคลอนอย่างน่าสงสาร...โธ่ถัง สักพักนังจิกจะดีดตัวจ้อยของมันขึ้นสูงหนีกรงเล็บของใบส้มที่ตวัดตอบโต้อย่างหงุดหงิด และคงไม่มีอะไรดีกว่าให้ทำ

เวลาผ่านไป เอาล่อเอาเถิดกันอยู่นานจนใบส้มเริ่มเบื่อ เจ้าลูกสาวของเราตัดสินใจเสี่ยง มันใช้กลยุทธ์วิ่งหนีไปตั้งหลัก   กว่าจะรอดปลอดภัยก็สะใจนังจิกมัน

นับจากวันนั้นความน่าสะพรึงกลัว (ออกจะน่ารำคาญ) ก็รับรู้กันทั่วในหมู่แมว ใครจะไปใครจะมานังจิกไม่ว่า  แต่ถนนหน้าบ้านไม่ใช่ที่ของไอ้พวกตัวขน...นี่น่าจะใช่คติประจำใจของเจ้านกตัวนี้ และนังจิกจะไม่ว่าถ้าคนเดินผ่าน—ซึ่งนับว่ามันรู้จักอยู่ หมาน้อยหมาใหญ่ทั้งไอ้หลงไอ้เหลือสองพ่อลูกนังจิกไม่เคยสนใจ

เป้าหมายของมันเลือกเฟ้นแล้วเฉพาะสมาชิกขนปุยในบ้านเท่านั้น

แมวทุกตัวเอือมนังจิก จะเล่นงานมันนังจิกก็ทำตัวลอยสูงสุดเอื้อม ดังนั้นทุกตัวต้องวางแผนเส้นทางกันใหม่โดยเลี่ยงถนนหน้าบ้าน ใครจะไปบ้านเยื้องกันทางซ้ายไปดูไอ้หลงไอ้เหลือนอนอึ้ดทึ่ดฝันหวาน ต้องข้ามกำแพงเลาะไปซ้ายสองหลังก่อนจะข้ามถนนแล้วค่อยวกกลับ 

ทุกตัวเริ่มใช้ทางอ้อม

ใบส้มแมวสาวนักเที่ยวเลือกใช้เส้นทางหลังบ้านสบายใจแฮ ไม่ต้องมีเรื่องขัดเคืองใจกับนังจิก  ส่วนฮิปโป้สาวใหญ่เย่อหยิ่งจอมกร่างประจำบ้าน เที่ยวไกลสุดก็แค่ริมรั้วกับประตูหน้าอยู่แล้ว ส่วนสองแม่ลูกอดีตนักพเนจร-บัวลอยกับกลมเกลี้ยง-ก็ไม่ไปไหนไกล นอกจากนอนตัวกลมหรือเล่นซนอยู่ในบ้าน

^ ...กลมเกลี้ยง - บัวลอย... ^

แต่เป็นใครก็ไม่ลำบากเท่าต้มแตงแมวหนุ่มนักเดินทาง หัวจิตหัวใจรักผจญภัยของมันเรียกร้องให้ย่ำไปทุกที่  ดังนั้นมันจึงเป็นเป้าล่อขาประจำของนังจิก    ทุกขาเข้าขาออกบ้านต้มแตงต้องสวมหัวใจนักรบกองโจรแทรกตัวเข้าในพื้นที่ศัตรู

มันต้อง วิ่ง-หมอบ-ซุ่ม แล้ว วิ่ง-หมอบ-ซุ่ม ไปตลอดทาง

ข้างนังจิกซึ่งแฝงกายเร้นลับยากจะชี้ว่ามันคือตัวไหน-หรืออยู่ตรงไหน-ท่ามกลางกิ่งใบดกหนาและพวกพ้อง ก็จะบินโผออกมาทันที  มันแลนดิ้งต่ำลงเหนือหัวหนุ่มน้อยต้มแตงของเรา มันจะโฉบลงจิกหัวอย่างอาฆาตสองสามจึ้ก แล้วลอยตัวสูงรักษาระดับ  เมามันกับงานอดิเรกของมันไปเรื่อยจนสุดเขตสมรภูมิ...นั่นคือไกลออกไปหนึ่งหลังทั้งซ้ายและขวาของบ้าน พ้นจากเขตบ้านสามหลังนี้หรือไม่ต้มแตงก็มุดเข้าประตูบ้านตรงข้ามได้นั่นแหละนังจิกถึงจะพักรบ และบินหายกลับมาประจำการบนกิ่งตะขบสมทบกับพวกพ้อง

หลังจากเวลาผ่านไปไม่เท่าไหร่ คนในบ้านและเพื่อนแมวด้วยกันก็พบว่า...ต้มแตงสุดหล่อหน้าซื่อของเรากลายเป็น ไ อ้ แ ห ว่ ง ไปซะฉิบ......หัวกลมบ๊อกที่เคยมีขนดกสีดำขาวถูกนังจิกเจาะจนแหว่งวิ่นเป็นหย่อม   ไม่เว้นแม้บนหลังอานอัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อ

แมวหนุ่มนักล่าสวาทที่เหมียวสาวในละแวกยอมอ่อนระทวยมาสิ้นมาดเอาก็คราวนี้

 ผลงานนังจิกล้วนๆเลยนะเนี่ย !!!

.

.

.

.

.

.

.

"พยัคฆ์ร้ายขนกระจุย"

:

โปสเตอร์ได้รับการออกแบบโดย บล๊อกเกอร์พันธุ์สังหยด

ขอขอบคุณจากใจเจ้าของบลีอกมา ณ ที่นี้ค่ะ


.

.

.

.

.

.

.

ไม่ต้องส่งมาชิงโชคนะเพื่อนๆ  เพราะไม่มีรางวัลให้จ้ะ

.

.

.

.

ขอขอบคุณบางภาพจากอินเตอร์เนต

ขอขอบคุณ

เพลง : father and son   :::   ศิลปิน : mark Knopfler

โดย rosawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net