วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เดินย่ำดินในอินเดีย





จากทริปของญาติธรรมที่เดินทางไปแสวงบุญชาวพุทธ
ที่ไปเยือนพุทธคยาเมืองอินเดียมาเมื่อกลาง
เดือนนี้เอง
"คนเล่าเรื่องบล๊อกนี้ไม่ได้ไป แต่คนที่ไปไม่ได้มาเล่าเรื่อง"
เพราะตอนนี้ป่วยเข้า รพ.ด้วยไปติดเชื้อไวรัสมาจากอินเดีย..
ก็ขอเกริ่นกันก่อนครับ เที่ยวเมืองนี้ต้องรักษาเนื้อรักษาตัวระวัง
สุขภาพกันหน่อย เพราะมักจะไปติดเชื้อไวรัสกลับมารักษากัน
ก็มากหลายรายแล้ว ไม่ว่าจะติดเชื้อทางลมหายใจ ทางเดินอาหาร
และการติดเชื้อทางผิวหนัง น้องเราเจ้าของภาพ-เรื่องนี้ติดเชื้อผิวหนัง
ขาบวม-อักเสบเขียวปัดเลย ก็ยังดีที่เคยมีเพื่อนอาจารย์ มช.ท่านหนึ่ง
ไปทดลอง-วิจัย ในสถาบันศึกษาแท้ๆ ติดเชื้อกลับมารักษาไม่ทัน
เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมานนี้เอง...



ก่อนที่จะไปสู่พุทธสถาน-พุทธคยา ตามเป้าหมายของทิปนี้
เราขอเลียบหมู่บ้านชานเมือง และ ชนบทในพื้นที่จากเมืองต่างๆ
ที่จะได้เห็นมุมมองชีวิต-ความเป็นอยู่ ของคนเดินดินในอินเดีย
ที่วันนี้ก็ยังมีการแบ่งชนชั้นกันอยู่ในวรรณะ ต่างๆได้แก่ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ และ ศูทร แม้รัฐบาลจะประกาศให้ประชาชนทุกชน-ชั้นมีสิทธิ์
เท่าเทียมกันแล้วก็ตาม..ไอ้เจ้าไกด์ทริปนี้คุยว่าเค้าอยู่ในวรรณะ
กษัตริย์ โอ้..จอรท์.."ถามว่าจะรู้ได้ไง เค้าว่าชนชาติเค้าดูกันออกเอง"
เจอคนขี้คุยหรือเป่าว่ะเนี้ย...?



ตลาดย่อยชานเมืองก็ยังมีชีวิต-สีสรร รูปแบบการแต่งกายพื้นเมือง
มุมที่รถทัวร์แวะจับจ่ายซื้อของใช้ และ ของที่จะนำเอาไปทำบุญกัน
ผู้คนก็ไม่มากมายนัก แต่การจราจรที่เห็นก็ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยนัก




เจ้าหน้าที่ก็ยืนถือกระบองรักษาการณ์อยู่ ก็ยืนดูธรรมดาน่ะเอง
มีรถเฉี่ยวปาดหน้ากันนิดหน่อย ไอ้เจ้าของรถก็ต่างถือไม้ลงมายืนชี้หน้า
ด่ากันไป-มา กูด่ามึง-มึงด่ากู ทำท่าเหมือนจะฟาดกระบานกันแน่..
เจ้าไกด์เค้าก็บอกว่า"มันด่ากันจนเหนื่อยแล้ว เดี๋ยวก็เลิกกันไปเองแหละ"
เออ.จริงแฮะ.บ้านเมืองนี้หากใครลงมือทำร้ายร่างกายก่อน คนนั้นเป็นผู้ผิด


ชีวิตของชาวไร่ ชาวนาในชนบทริมเส้นทาง ส่วนใหญ่ก็จะพบกับความ
ยากจนมีพื้นที่การเกษตรไม่มากมาย พอมีพอกินในครอบครัว และ
แบ่งขายเพียงบางส่วน สภาพที่อยู่อาศัยที่ต้องอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยง
ชนิดเรียกว่า"กินด้วยกัน นอนด้วยกัน"




คุยๆกันไปแก้เหงา เอาภาพชีวิตแปลกหูแปลกตา มาดูกันก่อนครับ
เพื่อเตรียมคุยต่อเป็นเรื่องเป็นราว สู่ปูชณีย์สถานจากอดีตในพุทธกาล
ของช่วงต่อไป ก็ยังให้สงสัยว่าไอ้น้องสาวเรามันเที่ยวย่ำดินไปแบบนี้นี่เอง
ถึงได้ไปติดเชื้อไวรัสมาเป็นของฝาก..เป็นบ้านชาวเขาภาคเหนือละก็..
แม้วมันจะหัวร่อ..บอกว่า "โส-น้า-น่า- 555"...




ไอ้ร้านผลไม้ริมทางมองผ่านๆก็น่ากินดี แต่ตอนอีตาพ่อค้าหยิบขึ้นมา
แล้วเอาผลไม้เช็ดกับเสื้อบ้าง-กางเกงบ้าง โอ้ย..ใจอ่อนเลยหว่ะ..
แบบนี้มีหวังน่ากลัวติดเชื้อทางเดินอาหารแหง ๆ ??



การเดินทางชานเมืองไปสู่ท้องถิ่นชนบท ยานพาหนะที่ยังนิยมใช้
กันอยู่คือรถม้าราคาก็ไม่แพงมากนัก คนไปเที่ยวก็ชอบเพราะได้เปลี่ยน
บรรยากาศนั่งรถยนต์ มาทดลองนั่งบ้างมันก็โก้ดี ...




พอเดินทางเข้าใกล้สถานที่ท่องเที่ยว ก็ได้เรื่องเลยครับ
เด็กพนักงานต้อนรับตามมากันเป็นขบวน ทั้งคนแก่ คนพิการ ขอทาน
ทั้งน้าน..เหมือนกับเชิงดอยสุเพทฯและวัดพระบาทฯ ในอดีตเลยครับ
เด็กขอทานอินเดียนี่เรื่องมันยาว-ยุ่งยากดี ก็แก้กันเอาเองจ๊ะ..



คนจรจัดเหล่านี้คงจัดอยุ๋ในพวกจัณทาล ที่ถือว่าไม่มีวรรณะนั่งประจำ
ขอทานอยู่ เป็นระยะ ระหว่างทางก็จะได้ยินเสียง มหาราชา มหารานี
ตลอดเวลา คือเขาสรรเสริญ-เยินยอเราเพื่อขอเงินเราทั้งน้าน..ฮ่า ฮ่า..



ตอนนี้ก็แวะพักจิบน้ำชา-กาแฟ ร้อนๆตามมี ตามเกิดพักก่อน
ออกเดินทางขึ้นเขา"คิชฌกูฏ-ราชคฤห์" สถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า ณ มูลคันธกุฎิ กุฎิหลังแรกที่พระพุทธองค์ทรง จำพรรษา
เป็นพรรษาแรก หลังจากตรัสรู้ ...(ตอนต่อไป)

 

โดย cm_coffee

 

กลับไปที่ www.oknation.net