วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไม่ยุบพรรค ปชป. เทียบไม่ได้กับคดียุบพรรคอื่นๆ !!! ...


เชื่อว่า น่าจะ งง ไปตามกัน กับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนายทะเบียนพรรคการเมือง (ประธาน กกต.) ส่งฟ้องเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด 15 วัน หรือเท่ากับคดีขาดอายุความ ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นใดๆที่ศาลจะต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงอื่นใดว่าคดีนี้มีความผิดจริงตามฟ้องหรือไม่ ...

 

... เมื่อมันผิดตั้งแต่ส่ง แล้วเสียเวลาไต่สวนทำไม ? ...

 

วันนี้มีเพื่อนรุ่นพี่ส่งคำอธิบายเกี่ยวกับประเด็นที่สงสัยนี้มาให้ แล้วก็เลยมีคำอธิบายขยายไปประเด็นที่กำลังมีการเอาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ไปเปรียบเทียบกับคดียุบพรรคอื่นก่อนหน้านี้ กับข้อกล่าวหาศาล 2 มาตรฐาน ว่า เรื่องอายุความเอามาใช้ในกรณีพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียว ในขณะที่การพิจารณาคดียุบพรรคอื่น ศาลกลับไม่ได้เอามาพิจารณา

 

บทความคำอธิบายนี้ พอที่จะทำให้ข้อสงสัยคลี่คลายไปได้รึเปล่า ...

 

ที่มา ... PANTIP.COM : P9972175 ความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับอายุความ 15 วันที่กำลังถูกกระพืออกไป กรุณาใช้สติสักนิด

www.pantip.com

 

 

โดยสรุป.. กรณีการขอยุบพรรค ปชป. นั้น เป็นความผิดในฐานความผิดที่แตกต่างไปจากการยุบพรรค พปช.หรือพรรคอื่นๆ และกฎหมายกำหนดเรื่องเกี่ยวกับอายุความไว้ต่างกัน มาแต่ต้นแล้ว

 

คดี ยุบพรรคพลังประชาชนหรือพรรคอื่นๆนั้น อัยการสูงสุดผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค เนื่องจากปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า ได้กระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  2540 มาตรา 237 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 94 (1) (2) และมาตรา 95 ...  ในขณะที่กรณีขอยุบพรรคประชาธิปัตย์ถูกกล่าวหาเรื่องการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ อันเป็นความผิดตามมาตรา 93

 

เมื่อปรากฎว่าพรรคการเมืองที่ถูกร้องให้ถูกยุบตาม ความผิดมาตรา 94 คือ ...

1. กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตาม วิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือกระทำการตามที่รัฐธรรมนูญให้ถือว่าเป็นการกระทำเพื่อให้ ได้มาซึ่งอำนาจโดยวิธีการดังกล่าว

2. กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา หรือระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีผลทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

3. กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ

4. กระทำการอันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร หรือขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือ

และ 5. กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 21 วรรคหนึ่ง มาตรา 43 มาตรา 65 มาตรา 66 มาตรา 69 หรือมาตรา 104

 

มาตรา 95 ได้บัญญัติไว้ว่า เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียน หรือเมื่อนายทะเบียนได้รับแจ้งจากคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองและได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าพรรคการเมืองกระทำผิดตามมาตรา 94 ให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งต่ออัยการสูงสุด พร้อมด้วย หลักฐาน เมื่ออัยการสูงสุดได้รับแจ้งให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้าอัยการสูงสุดเห็นสมควร ก็ให้ยื่นคำร้องเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมือง ถ้าอัยการสูงสุดไม่ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญก็ให้นายทะเบียนตั้งคณะทำงานขึ้นคณะหนึ่ง

 

... จะเห็นว่าในมาตรา 95 มีข้อกำหนดว่าให้อัยการสูงสุดพิจารณาให้เสร็จใน 30 วัน แต่ไม่มีข้อกำหนดว่า อัยการสูงสุดหรือนายทะเบียนจะต้องส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญในกี่วัน ... ซึ่งต่างจากความผิดในกรณีขอยุบพรรค ปชป. ตามมาตรา 93 ที่ ระบุว่า ...

 

ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีเหตุต้องเลิกตามข้อบังคับพรรคการเมืองแต่พรรคการเมืองนั้นยังมีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ หรือในกรณีที่พรรคการเมืองใดไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 42 วรรคสอง หรือมาตรา 82 ให้ยุบพรรคการเมืองนั้น เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าพรรคการเมืองใดมีเหตุตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนโดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันที่ความปรากฏต่อนายทะเบียน เมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองตาม คำร้องของนายทะเบียน ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น

 

นั้นคือมาตรา 93 บัญญัติอายุความการฟ้องไว้ชัดเจนมากว่าภายใน 15 วันนับแต่วันที่นายบทะเบียนทราบเรื่องการกระทำความผิด

 

 

แล้วถามว่า ... เมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองทำการร้องล่าช้าล่วงเลยเกินกำหนดที่กฎหมายกำหนดไว้ ศาลรับฟ้องไว้ทำไม ?

 

 

มีคำอธิบายว่า ในขณะที่ยื่นฟ้อง ... คำยื่นฟ้องและรายละเอียดประกอบที่ยื่นต่อศาลยังไม่มีรายละเอียดมากพอให้ศาลทราบข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดพฤติการณ์แห่งคดีทั้งหมดได้ เพราะผู้ร้องได้ยื่นไว้ตามแบบกำหนดในข้อบังคับศาลที่กำหนดไว้แต่เพียงให้ยื่นเอกสารบางอย่างเท่านั้น เพือประกอบการพิจารณาเบื้องต้น คือ

 

ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย พ.ศ. 2550

หมวด 3 การยื่น การถอน และการจำหน่ายคำร้อง กำหนดการยื่นคำร้องไว้กระชับสั้นๆ ดังนี้ว่า....

 

 

ข้อ 18 คำร้อง ต้องทำเป็นหนังสือ ใช้ถ้อยคำสุภาพ และอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้

1. ชื่อและที่อยู่ของผู้ร้อง

2. ระบุมาตราของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเหตุในคำร้อง

3. ระบุเรื่องอันเป็นเหตุให้ต้องใช้สิทธิ พร้อมทั้งข้อเท็จจริง หรือพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง

4. คำขอที่ระบุความประสงค์จะให้ศาลดำเนินการอย่างใดพร้อมทั้งเหตุผลสนับสนุนโดยชัดแจ้ง

5. ลงลายมือชื่อผู้ร้อง แต่ในกรณีที่เป็นการทำและยื่นหรือส่งคำร้องแทนผู้อื่น ต้องแนบใบมอบฉันทะให้ทำการดังกล่าวมาด้วย

 

ดังนั้น จะเห็นว่ารายละเอียดต่างๆ ไม่ได้ถูกกำหนดให้ยื่นในขั้นตอนแรก และรายงานการประชุมและเอกสารประกอบต่างๆ ยังไม่ได้มีการยื่นในขั้นนี้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะล่วงรู้รายละเอียดแห่งคดีในเวลานั้นหรือรู้เรื่องการประชุมในวันที่ 17 ธันวาคม 2552 ในเวลานี้น

 

อีกทั้งผู้ร้องคือนายทะเบียน ก็สำคัญผิดคิดว่า การนับเวลา 15 วันนั้นให้นับจากการประชุมครั้งที่ 43/2553 วันที่ 21 เมษายน 2553 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงมีมติในรอบที่สอง ยืนยันซ้ำในการเห็นชอบให้ผู้ร้อง(คือนายทะเบียนพรรคการเมือง)ยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มาตรา 93 วรรค 2 ซึ่งที่จริงได้มีมติเสียงข้างมากของคณะ กรรมการการเลือกตั้งนั้นเห็นชอบให้ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว ตั้งแต่การประชุมครั้งที่ 144/2552 เมื่อ วันที่ 17 ธันวาคม 2552 แล้ว ซึ่งเป็นวันที่ความปรากฎต่อผู้ร้องในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามข้อกำหนดของพรบ.พรรคการเมือง และจะต้องเริ่มนับ 15 วันตั้งแต่วันนี้ ซึ่งความจริงในเรื่องนี้มาปรากฏแก่ศาลในภายหลัง ในระหว่างที่มีการไต่สวนคดีไปแล้ว

 

ดูเหมือนจะเป็นความหลงผิดของนายทะเบียนพรรคการเมืองนี้ มีปรากฏอยู่ในคำบรรยายฟ้องที่เสนอต่อศาลดยอ้างมติผิด ใช้มติที่ประชุมครั้งที่ 43/2553 วันที่ 21 เมษายน 2553 และในเวลาที่ศาลรับฟ้องรายละเอียดตรงนี้ ยังไม่มีผู้ใดรับทราบว่าผิดพลาดผิดหลงไป

 

ต่อมาศาลได้ดำเนินการตาม ข้อ 27 ให้ตุลาการประจำคดีตามข้อ 25 มีอำนาจตรวจและมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา วินิจฉัยภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และข้อ ๒๙ เมื่อศาลหรือตุลาการประจำคดี มีคำสั่งรับคำร้องที่มีคู่กรณีไว้พิจารณาวินิจฉัย จึงส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้ถูกร้อง ในที่นี้คือ ปชป. เมื่อผู้ถูกร้องได้รับสำเนาคำร้อง

 

ก็มีการยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และต่อมาจึงมีการต่อสู้ในคดีทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฏหมาย ทำ ให้มีรายละเอียดทางคดีปรากฏขึ้น รวมทั้งพฤติการณ์ที่มีประชุมครั้งที่ 144/2552 เมื่อ วันที่ 17 ธันวาคม 2552 ก็มาปรากฏขึ้นในขณะที่มีการไต่สวน โดยทั้งสองฝ่ายต่างยกมาประกอบพฤติการณ์คดี แต่ดูเหมือนไม่มีใครเอะใจว่า ในวันที่ 17 ธันวาคมนั้น ใน ทางกฏฆมาย ถือว่าเป็นวันที่ความปรากฎต่อผู้ร้องในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามข้อกำหนดของพรบ.พรรคการเมือง และนายทะเบียนจะต้องนำเรื่องยื่นฟ้องต่อศาลรัฐะรรมนูญภายใน 15 วัน โดยต้องเริ่มนับ 15 วันตั้งแต่วันนั้น แต่เนื่องจากคดีได้มีการ พิจารณาไต่สวนกันอยู่ ประเด็นต่างๆยังมิได้มีการวินิจฉัยสรุป การวินิจฉัยประเด็นนี้จึงต้องรอให้ถึงสิ้นสุดกระบวนการตามขั้นตอนจึงทำการวินิจฉัย

 

สรุปข้อสงสัยนี้แปลได้ว่า ... ถ้าศาลไม่รับไว้พิจารณาและไต่สวนก็จะไม่รู้เลยว่า คดีถูกยื่นมาเมื่อหมดอายุความแล้ว !!!

 

-------------------------------------------------------

และจากประเด็นที่เกิดขึ้น ...


คมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช บอกว่า การวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชี้ให้เห็นการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เต็มไปด้วยความประมาท เลินเล่อ โดยเฉพาะการไม่ส่งเรื่องยุบพรรคตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อพิจารณาจากการทำงานที่ผิดพลาดของ กกต.หลายครั้งที่ผ่านมา เห็นว่า กกต.ทั้ง 5 คนควรจะพิจารณาตัวเองในทางจริยธรรมด้วยการลาออกจากตำแหน่ง

 

ขณะที่ท่าที พรรคเพื่อไทย โดย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ บอกว่า ต่อจากนี้พรรคเพื่อไทยจะหารือกันถึงการฟ้องร้องเพื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคดีความดังกล่าว ทั้ง 6 คน

 

... ไม่รู้ว่างานนี้ ระหว่าง กกต. กับ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ใครจะโดนหนักกว่ากัน !!! ...

โดย ณดาว

 

กลับไปที่ www.oknation.net