วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

40 อันดับประเทศที่มีผู้ป่วยโรคเอดส์มากที่สุดในโลก ...ทายซิว่าไทยเราอันดับเท่าไหร่


 40 อันดับประเทศที่มีผู้ป่วยโรคเอดส์มากที่สุดในโลก   

  
1  แอฟริกาใต้
2  อินเดีย
3  ไนจีเรีย
4  ซิมบับเว
5  แทนซาเนีย
6  เอธิโอเปีย
7  โมซัมบิก 
8  เคนยา
9  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
10  สหรัฐอเมริกา
11  แซมเบีย
12  มาลาวี
13  รัสเซีย
14  จีน
15  บราซิล
16  โกตดิวัวร์
17  ยูเครน
18  แคเมอรูน
19  ยูกันดา
20  ซูดาน 
21  ไทย
22  บอตสวานา
23  กานา
24  พม่า
25  เลโซโท
26  บูร์กินาฟาโซ
27  เฮติ
28  สาธารณรัฐแอฟริกากลาง
29  บุรุนดี
30  รวันดา
31  แองโกลา
32  เวียดนาม
33  สวาซิแลนด์ 
34  นามิเบีย
35  ชาด
36  โคลอมเบีย
37  กัมพูชา
38  เซียร์ราลีโอน
39  เม็กซิโก
40  กินี

*ในทวีปเอเชีย เราเป็นรองแค่อินเดียและจีน ที่ประชากรมากกว่าเรา 20 เท่า

ถ้าเทียบเป็นอัตราร้อยละ ของคนเป็นเอดส์ต่อประชากรทั้งหมด

เราน่าจะเป็นที่หนึ่ง...

ที่หนึ่งที่ไม่มีใครอยากเป็น

เพราะอะไร...

ทั้งเอดส์

ทั้งถูกล่าวหาว่าเป็นเมืองหลวงโสเภณี

ทั้งศพเด็ก 2,002 ศพ จากการทำแท้งเถื่อน

สังคมไทย..เป็นอะไร ไปแล้ว..."


สถานการณ์โรคเอดส์ในปัจจุบัน

โดยศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์  ภานุภาค
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

 
 
            มีรายงานโรคเอดส์ครั้งแรกในโลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในปีพ.ศ. 2524 ประเทศไทยค้นพบผู้ป่วยเอดส์รายแรกของประเทศไทยที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยศาสตราจารย์นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2528 นับจนถึงขณะนี้ได้ 25 ปีแล้ว
 
            ในช่วง 3 ปีแรก เอดส์ระบาดส่วนใหญ่ในกลุ่มชายรักชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายรักชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาวต่างชาติ  ในปี พ.ศ. 2531 มีการระบาดหนักในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดโดยการฉีด ปีต่อมาเริ่มระบาดในกลุ่มหญิงขายบริการทางเพศ  ปี พ.ศ. 2533 พบมากในชายนักเที่ยวที่ติดกามโรคจากหญิงขายบริการ และปีถัดมา (พ.ศ. 2534) พบการระบาดในหญิงตั้งครรภ์ซึ่งเป็นภรรยาของชายนักเที่ยว และการระบาดในทารกแรกคลอด โดยสรุป ภายใน 6 ปีที่โรคเอดส์เข้ามาถึงเมืองไทยก็ระบาดเข้าไปถึงสถาบันครอบครัวของคนไทยทุกคน
 
            ช่วงปี 2534-2539 เป็นช่วงที่เอดส์แพร่ระบาดรุนแรงที่สุดในประเทศไทย คาดประมาณมีผู้ติดเชื้อใหม่ในช่วงนั้นประมาณปีละ แสนถึงแสนห้าหมื่นคน และมีคนที่เสียชีวิตจากเอดส์ปีละกว่า 6 หมื่นคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคเหนือตอนบน  ต่อมาการระบาดลดความรุนแรงลง ส่วนหนึ่งเกิดจากการรณรงค์อย่างจริงจังในรัฐบาลสมัยคุณอานันท์ ปันยารชุน และต่อเนื่องมาในรัฐบาลคุณชวน หลีกภัย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรณรงค์เรื่องการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันเอดส์ ของคุณมีชัย วีระไวทยะ  (“โครงการถุงยางอนามัย 100%”)  ทำให้คนไทยติดเอดส์ใหม่ลดลงเหลือต่ำกว่าปีละสองหมื่นคน  และความชุกของการติดเอดส์ในหญิงบริการ และในทหารเกณฑ์ลดลงอย่างน่าพอใจ  เป็นที่สรรเสริญของนานาชาติ
 
สถานการณ์เอดส์ในปัจจุบัน
 
            จาก 2528 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 25 ปี มีการคาดประมาณว่ามีคนไทยติดเชื้อเอดส์ตั้งแต่ต้นทั้งสิ้นหนึ่งล้านสองแสนคน เสียชีวิตไปแล้วครึ่งหนึ่ง คาดประมาณว่ามีคนไทยที่ติดเชื้อเอดส์ซึ่งมีชีวิตอยู่ขณะนี้ประมาณ 6 แสนคน  มีคนไทยติดเชื้อใหม่ขณะนี้ประมาณปีละ 16,000 คน และเสียชีวิตจากเอดส์ประมาณปีละน้อยกว่า 10,000 คน ซึ่งแนวโน้มการเสียชีวิตจะลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากรัฐจัดบริการดูแลรักษาทั่วถึงมากขึ้น พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนตรวจเอดส์กันมากขึ้น ก่อนที่จะป่วยขึ้นมา
 
            อย่างไรก็ตาม ในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีตัวชี้บ่งหลายตัวที่ส่งสัญญาณว่าเอดส์กำลังจะกลับมาระบาดหนักอีกระลอกหนึ่งในบ้านเรา  สัญญาณแรกคือความชุกของการติดเชื้อเอชไอวี  (HIV prevalence) ในกลุ่มชายรักชายตามเมืองใหญ่ๆเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ  เช่น เมื่อปี 2546 ชายรักชายที่เป็นนักเที่ยวในกรุงเทพมหานครติดเอดส์ร้อยละ 18   เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ  27 ในปี  2548  และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ  32 ในการสำรวจเมื่อปี 2550 ในขณะที่ความชุกของการติดเชื้อเอชไอวีในประชากรกลุ่มวัยเจริญพันธุ์ทั่วไปในประเทศไทยมีเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น  การแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นของเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายรักชายเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศพัฒนา หรือกำลังพัฒนา หรือไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรทั้งสิ้น  แต่สถานการณ์เอดส์ในกลุ่มชายรักชายในไทยรุนแรงกว่าทุกประเทศทั่วโลก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชายรักชายที่อายุน้อยกว่า 25 ปี นอกจากนี้ หนึ่งในสามของชายรักชายไทยเที่ยวหญิงบริการ หรือมีภรรยา ซึ่งแตกต่างจากชายรักชายในประเทศตะวันตก จึงเป็นห่วงว่าอัตราการติดเชื้อในกลุ่มหญิงบริการ และหญิงตั้งครรภ์จะกลับสูงขึ้นอีก  ซึ่งก็เป็นความจริงที่สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าอัตราการติดเชื้อใหม่ในหญิงบริการมีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา  กามโรคในหญิงและชายก็พบสูงขึ้นอย่างผิดสังเกต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชายรักชายและวัยรุ่น  การสำรวจทางพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่นโดยหลายฝ่ายก็พบว่าวัยรุ่นเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเร็วขึ้น เฉลี่ยเด็กชายไทยเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกที่อายุ 13 เด็กหญิงที่อายุ 14 ส่วนใหญ่กับเพื่อน และส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย อัตราการใช้ถุงยางอนามัยในประชาชนทั่วไปก็ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน ทั้งกับหญิงบริการและหญิงที่ไม่ใช่ภรรยา   ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา มีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีมารับคำปรึกษาและตรวจเอดส์ที่คลีนิคนิรนาม ของสภากาชาดไทยเพิ่มมากขึ้น พบความชุกของการติดเชื้อเอดส์ประมาณร้อยละ 12  ส่วนการติดเชื้อในกลุ่มติดยาเสพติดโดยการฉีดยังคงอัตราสูงมาตลอดระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา กล่าวคือประมาณร้อยละ 40 ของผู้ติดยาเสพติดโดยการฉีดจะติดเชื้อเอดส์
 
          สถิติการตรวจพบการติดเชื้อเอชไอวีในผู้มาใช้บริการของคลีนิคนิรนาม สภากาชาดไทยในปี 2552 พบว่ามีอัตราการติดเชื้อสูงสุดในกลุ่มชายรักชาย (26%) รองลงมาเป็นกลุ่มผู้หญิง  (14%) ตามด้วยกลุ่มชายแท้ (12%)  และในบรรดาผู้หญิงด้วยกัน หญิงที่มีสามีแล้วมีอัตราการติดเชื้อสูงกว่าหญิงโสดมาก  ทั้งนี้เกิดจากการติดจากสามี เพราะมีโอกาสจะหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ หรือต่อรองให้คู่นอนใช้ถุงยางอนามัยได้ไม่ดีเท่าหญิงโสด

1 ธันวาคม วันเอดส์โลก...จึงนำเสนอเพื่อเตือนสติครับ

เอดส์

อี๊ด โอภากุล

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net