วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ร่วมรักระหว่างท้อง...ต้องห้ามจริงเหรอ???




ช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับว่าที่คุณแม่มากมาย รวมถึงเรื่องของความรู้สึกทางเพศด้วย ว่าที่คุณแม่หลายคนมีความรู้สึกทางเพศมากขึ้น ในขณะที่อีกหลายคนมีความรู้สึกทางเพศน้อยลง จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นนอกจากนี้หลายคนยังเชื่อว่าในช่วงตั้งครรภ์ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อลูกได้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หมวยมีคำตอบมาให้ค่ะ


ในช่วงตั้งครรภ์ ว่าที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนเชื่อว่าไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ เพราะอาจจะเป็นอันตรายกับลูกได้ซึ่งความจริงแล้ว แพทย์ส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า หญิงตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติไปจนถึงช่วงเดือนสุดท้ายก่อนคลอด โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ เพียงแต่ต้องเลือกใช้ท่าที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งควรเลือกใช้ท่าที่ไม่กดทับมดลูกและหน้าท้อง หากหลังมีเพศสัมพันธ์แล้วมีอาการปวดท้อง แล้วมีอาการบีบตัวบ่อยและมีเลือดออก ก็ควรงดการมี เพศสัมพันธ์และไปพบแพทย์ทันที นอกจากนี้ยังมีว่าที่คุณแม่บางกลุ่มที่คุณหมอไม่แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์เลย เพราะมีความเสี่ยอันตรายทั้งต่อตนเองและทารกในครรภ์ ได้แก่ผู้ที่มีประวัติแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดมาก่อน รวมถึงว่าที่คุณแม่ที่มีรกเกาะต่ำ มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ครรภ์เป็นพิษ ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ

 

นอกจากข้อควรระวังดังกล่าวแล้ว นายแพทย์อุดมศักดิ์ ศรีแสนงาม ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ให้ปลอดภัยในช่วงตั้งครรภ์เอาไว้ดังนี้

 

1. ควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์ใน 2 ช่วง คือ ช่วงตั้งครรภ์ 1-3 เดือนแรก เพราะการปฏิสนธิกำลังเริ่มต้นก่อตัวและยังอยู่ในภาวะอ่อนแอ จึงควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์เพื่อหลีกเลี่ยงการแท้ง ช่วงที่ 2 คือ ช่วงหนึ่งเดือนก่อนครบกำหนดคลอด เพราะเป็นช่วงที่ปากมดลูกอ่อนตัวมากและมักเปิดได้บ้างเล็กน้อยในรายที่เคยมีบุตรแล้ว หากมีเพศสัมพันธ์อาจไปกระตุ้นให้เกิดการเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดจริงได้

 

2. ควรระมัดระวังเรื่องความสะอาดเพราะอวัยวะเพศชายมีเชื้อนานาชนิด ซึ่งอาจตกค้างในช่องคลอดทำให้เกิดอันตรายได้ ฉะนั้นควรทำความสะอาดทุกครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์ ถ้าไม่แน่ใจแนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง สำหรับฝ่ายหญิงไม่จำเป็นต้องสวนล้างช่องคลอดเพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อลุกลามเข้าไปสู่ทารกในครรภ์ได้ เพียงทำความสะอาดภายนอกหลังมีเพศสัมพันธ์ก็เพียงพอแล้ว

 

3. ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายสามารถลูบไล้หรือจับต้องฝ่ายหญิงได้ทั่วร่างกาย แต่ไม่ควรจับต้องอวัยวะเพศฝ่ายหญิง และการจับต้องลูบไล้นั้น ควรเป็นการสัมผัสเบาๆ ด้วยมือเท่านั้นหากฝ่ายหญิงมีหัวนมบอด ฝ่ายชายอาจกระตุ้นโดยการดูดหัวนมเบาๆ จะทำให้หัวนมยืดออกมาได้ เป็นการช่วยเตรียมหัวนมให้ลูกดูดต่อไปได้

 

4. ข้อควรระวังระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ก็คือ ฝ่ายชายจะต้องไม่ทิ้งน้ำหนักตัวกดทับลงบนหน้าท้องของฝ่ายหญิงเพราะอาจเกิดการกระทบกระเทือนต่อมดลูกและทารกในครรภ์ได้

 

5. ข้อกำหนดของข้อจำกัดในการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์คือ ขณะอายุครรภ์ 3-6 เดือน ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์เกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อายุครรภ์ 5-8 เดือน ไม่ควรเกินเดือนละ 3 ครั้ง และเมื่ออายุครรภ์ได้ 9 เดือน หรือเดือนสุดท้ายก่อนถึงกำหนดคลอด ไม่ควรเกิน 2 ครั้ง

 

6. หลังคลอดแล้วจะต้องทิ้งระยะเวลารอให้มดลูกเข้าอู่ (INVOLUTION) คือ มดลูกหดเล็กลง เข้าสู่อุ้งเชิงกรานซึ่งจะใช้เวลาในระยะแรกประมาณ 6 สัปดาห์หลังคลอดสภาพร่างกายของว่าที่คุณแม่ยังอยู่ในภาวะอ่อนแอกว่าปกติ เพื่อความปลอดภัยจึงไม่ควรถูกรบกวนให้กระทบกระเทือนจากการมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนเวลาอันควรอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นในภายหลังได้

 

อารมณ์รักของว่าที่คุณแม่


อย่างที่ทราบกันดีว่าในช่วงตั้งครรภ์ฮอร์โมนในร่างกายมีความเปลี่ยนแปลงซึ่งจะส่งผลต่อร่างกายและอารมณ์ของคุณเป็นอย่างมากรวมถึงอารมณ์ “รัก” ด้วย ว่าที่คุณแม่บางคนอาจมีความต้องการทางเพศมากขึ้นและมีความสุขกับการมีเพศสัมพันธ์มากขึ้นด้วย เนื่องจากในช่วงตั้งครรภ์ผนังช่องคลอดจะมีเลือดมาหล่อเลี้ยงมากขึ้น ทำให้ผิวเนื้อบริเวณช่องคลอดมีความหนาและนุ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีมูกออกมามากขึ้นจึงทำให้มีการหล่อลื่นที่ดีขึ้น จุดต่างๆ ตามร่างกายก็มีความไวต่อการกระตุ้นมากขึ้นด้วย ที่สำคัญสัดส่วนของคุณมีการเปลี่ยนแปลง หน้าอกและสะโพกขยายใหญ่ขึ้น เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งมากขึ้น จึงช่วยกระตุ้นความรู้สึกของว่าที่คุณพ่อได้มากขึ้นด้วย เรียกได้ว่าช่วงตั้งครรภ์อาจเป็นช่วงที่คุณทั้งคู่มีความรู้สึกที่ดีต่อการมีเพศสัมพันธ์มากกว่าที่เคย แต่ก็มีคุณแม่อีกหลายคนก็มีความกังวลกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ความอ่อนเพลียจากการแพ้ท้อง ความไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว รวมถึงอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ไม่คงที่มีผลทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลง ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์เพราะเป็นช่วงที่ยังมีอาการแพ้ท้องมากอยู่ หลังจากนี้เมื่ออาการดีขึ้น ความรู้สึกทางเพศของคุณจะกลับมาเหมือนเดิมและเพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ อย่างไรก็ตาม คุณและสามีควรเปิดใจคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อจะได้ปรับตัวเข้าหากันได้อย่าลงตัว จะได้ไม่เกิดปัญหาความต้องการที่ไม่ตรงกัน ซึ่งอาจจะนำไปสู่ปัญหาใหญ่ได้


สำหรับว่าที่คุณแม่ที่คุณหมอไม่แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ก็ไม่ได้หมายความคุณจะไม่มีความสุขในช่วงตั้งครรภ์ เพราะการได้รับความรักโดยการหอมและกอดกันอยู่เสมอก็ช่วยให้คุณมีความสุขได้ ขอเพียงคุณและสามีมีความรักความเข้าใจกัน ไม่ว่าปัญหาไหนๆ คุณทั้งคู่ก็จะสามารถผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ

 ขอบคุณข้อมูลจาก  นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.159 

โดย Ma-Noi

 

กลับไปที่ www.oknation.net