วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แค่ !!! ส้ม 9 ลูก ???


   ... หัดคิด จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน ... ทะเยอทะยานได้ แต่อย่าเพ้อเจ้อ ...

หลังหายหน้าหายตาไปหลายวัน วันนี้ลองผมนำแนวคิดที่สาระฝากมาทุก ๆ
 
ท่าน (เผื่อจะหายคิดถึงกันบ้าง)

 
       ผู้ใจดีซื้อส้มชั้นดีคัดพิเศษ 9 ลูก ราคา 45 บาท แล้วจากนั้นก็แจกให้กับคน
 
กลุ่มหนึ่ง ... 
 
ส้มผลแรก

อยู่กับขอทาน ขอทานผู้นั้นแกะทานแค่ครึ่งหนึ่ง แล้วอีกครึ่งหนึ่งก็ขว้างทิ้งไป

อย่างไม่แยแส แล้วก็บ่นว่า " ทุเรศจัง ... ให้มาได้แค่ส้มผลเดียว "
 
ส้มผลที่สอง

อยู่กับลูกของผู้ใจดี ลูกของผู้ใจดีนั้นก็แกะทานทันที

เมื่อทานหมดผลแล้ว ก็พูดว่า ... " ส้มนี้อร่อยดีนะ " 
 
ส้มผลที่สาม

อยู่กับแม่ของผู้ใจดี แม่ของผู้ใจดีนี้ นำส้มที่ได้ไปคั้นเป็นน้ำส้ม

แล้วแช่ตู้เย็นไว้ เมื่อกระหาย จึงนำมาดื่ม ... " แหมม..น้ำส้มนี้ชื่นใจดีจริง
 
ส้มผลที่สี่

อยู่กับร้านขายของชำ เจ้าของร้านขายของชำก็นำส้มผลนี้  ไปคั้นเป็นน้ำส้ม
 
เหยาะเกลือนิด เติมน้ำตาลหน่อย ปรุงได้ที่แล้วก็นำไปใส่แก้ว  แช่ไว้ในตู้แช่

เมื่อมีคนเดินผ่านมาเปิดตู้แช่  แล้วหยิบน้ำส้มแก้วนั้นมาทาน   เมื่อทานเสร็จ
 
ก็นำแก้วเปล่านั้นวางไว้ที่ตู้แช่ ...  " เท่าไหร่ครับ "  
 
" 10 บาท ครับ "
 
ส้มผลที่ห้า

อยู่กับพ่อค้าน้ำผลไม้  พ่อค้าน้ำผลไม้ก็นำส้มผลนี้  ไปคั้นเป็นน้ำส้ม   เหยาะ
 
เกลือนิดเติมน้ำตาลหน่อย  ปรุงได้ที่แล้วก็นำไปใส่ขวดพลาสติก  แช่ไว้ในตู้
 
น้ำแข็งบนรถเข็น  แล้วเดินเข็นจำหน่ายไปเรื่อยๆ มีคนหนึ่งเดินสวนมา เรียก
 
ให้หยุด  เสร็จแล้วก็เปิดตู้น้ำแข็ง  ก็ชี้เอาน้ำส้มขวดนั้น   คนขายหยิบน้ำส้ม
 
ขวดนั้น  เปิดหยิบหลอดพลาสติกเสียบให้   หนึ่งหลอดแล้วส่งให้คนๆนั้น ...  
 
" เท่าไหร่ครับ "                        " 20 บาท ครับ "

และคน ๆ นั้นก็ถือขวดพลาสติกบรรจุน้ำส้มนั้นเดินจากไป

           
 
ส้มผลที่หก

อยู่กับร้านอาหารแห่งหนึ่งบนห้างสรรพสินค้าชั้นนำ  ย่านลาดพร้าว   เจ้าของ
 
ร้านอาหารแห่งนี้ก็นำส้มผลนี้ไปคั้นเป็นน้ำส้ม  เหยาะเกลือนิด     เติมน้ำตาล
 
หน่อยปรุงได้ที่แล้วก็นำไปใส่แก้วแล้วแช่ไว้ในตู้เย็น  วันนั้นมีหนุ่มสาวคู่หนึ่ง
 
เดินเข้ามา เจ้าของร้านจึงเชื้อเชิญ และหาที่นั่งให้
 
ฝ่ายหญิง ... " น้ำส้มแก้วหนึ่ง ค่ะ "  ฝ่ายชาย ... " กาแฟ ร้อน ครับ "
 
เจ้าของร้านจึงนำน้ำส้มที่คั้นไว้นำมาใส่แก้วใบใหม่ แก้วใบนี้มีลักษณะทรงสูง
 
รอบๆ แก้ว มีรูปหัวใจ ดวงเล็ก ๆ น่ารัก สีแดงติดอยู่ ภายในแก้วใบนั้นมีหลอด
 
พลาสติกเสียบอยู่ ตรงปลายหลอดนั้นงอได้ แต่เจ้าของร้านไม่ได้มาเสริฟเอง
 
แต่มีเด็กเสริฟใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาว กระโปรงสีดำมาเสริฟแทน เมื่อทานเสร็จ ...
 
เช็คบิล ... น้ำส้มแก้วนี้ 50 บาท
 
ส้มผลที่เจ็ด

อยู่กับภัตตาคารแห่งหนึ่งแถวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งนี้ส้มผลนี้ถูกปรุงแต่ง
 
โดยบาร์เทนเดอร์มือหนึ่งของร้าน น้ำส้มคั้นที่ได้นั้นถูกปรุงแต่งและเก็บรักษา
 
ไว้ในตู้แช่อย่างดี     และในวันนั้น    มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้าภัตตาคารนั้นมา
 
และมีความประสงค์ที่จะลงเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อชมทิวทัศน์ในยามค่ำ
 
คืนด้วย ฝ่ายหญิง ... " น้ำส้มคั้นแก้วหนึ่งค่ะ "  และแล้วน้ำส้มคั้นแก้วที่วางอยู่
 
ตรงหน้าหญิงสาวผู้นั้น  ถูกเสริฟโดย  บริกรในชุดประจำร้าน ที่เป็นเอกลักษณ์
 
ของร้านนั้น   แก้วที่ใช้เป็นทรงสูงมีก้านสำหรับจับ  หลอดเป็นหลอดพลาสติก
 
ใสตรงปลายหลอดงอได้สิ่งที่โดดเด่นนั้น     อยู่ตรงที่บริเวณขอบปากแก้วนั้น
 
มีส้มที่ถูกฝานเป็นวงกลมเสียบอยู่เมื่อเรือจะเข้าเทียบฝั่ง ... สิ่งที่ปรากฎในบิล
 
นั้น ... 100 บาท เป็นราคาของน้ำส้มแก้วนี้
 
ส้มผลที่แปด

อยู่กับคลับเฮาซ์สุดหรูย่านปทุมธานี      และเช่นเดียวกันส้มผลนี้ไว้ถูกทำเป็น
 
น้ำส้มคั้นเหมือนกันถูกปรุงแต่งโดยบาร์เทนเดอร์มือหนึ่ง น้ำส้มคั้นที่ได้นั้นถูก
 
ปรุงแต่งและเก็บรักษาไว้ในตู้แช่อย่างดีเช่นเดียวกัน    ในค่ำคืนนั้นมีงานราตรี
 
ของกลุ่มสาวไฮโซกลุ่มหนึ่ง และหนึ่งในนั้นก็สั่ง ... "น้ำส้มคั้นหนึ่ง " ...น้ำส้ม
 
คั้นแก้วนี้ถูกเสริฟโดยบริกรหนุ่มหน้าตาคมสันคนหนึ่ง    มาในชุดทักซิโดที่ตัด
 
ด้วยผ้ามูนอย่างดี สิ่งที่อยู่บนฝ่ามือของบริกรหนุ่มคนนั้นคือ ถาดสีเงินบนถาด
 
นั้นมีแก้วน้ำส้มคั้นตั้งอยู่     แก้วที่บรรจุน้ำส้มคั้นใบนี้   เป็นแก้วคริสตัลทรงสูง
 
เจียรนัยอย่างดี  เป็นแก้วที่สั่งทำเป็นพิเศษตรงขอบปากแก้ว  มีส้มกลีบหนึ่งที่
 
ถูกแกะสลักเป็น   รูปนกตัวหนึ่งเกาะ (เสียบ) อยู่ที่ปากแก้วนั้น   หลอดที่ใช้เป็น
 
หลอดแก้วใส    บนถาดใบนั้นที่มาพร้อมแก้วคริสตัล   มีสลิปบัตรสมาชิกคลับ
 
เฮาซ์แนบมาด้วย ... 300 บาท ... ก่อนที่หญิงผู้นั้นจะจดปากกาเซ็นลงไป
 
ส้มผลที่เก้า

อยู่กับโรงแรมแห่งหนึ่งย่านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  และเช่นเดียวกันส้มผลนี้ไว้
 
ถูกทำเป็นน้ำส้มคั้น เหมือนกันถูกปรุงแต่งโดยบาร์เทนเดอร์มือหนึ่ง  น้ำส้มคั้น
 
ที่ได้นั้นถูกปรุงแต่ง   และเก็บรักษาไว้ในตู้แช่อย่างดี  ค่ำคืนนี้   ห้องอาหารชั้น
 
Sky Top มีโอกาสต้อนรับหนุ่มสาวชาวต่างประเทศคู่หนึ่ง ที่เลือกสถานที่แห่ง
 
นี้เป็นที่ดินเนอร์  เนื่องในโอกาสฉลองสมรสและเลือกเมืองไทยเป็นที่ฮันนีมูน

เมื่อหาที่นั่งในห้องอาหารแห่งนี้ได้แล้ว    ณ   มุมมองตรงนั้นสามารถมองเห็น
 
ทิวทัศน์ของเกาะรัตนโกสินทร์อย่างชัดเจน    ตลอดจนสายน้ำที่ทอดยาวของ
 
ลำน้ำเจ้าพระยา  เมื่อทอดสายตามองยาวออกไป  จะมองเห็นสะพานแขวนที่
 
ถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟอย่างสวยงาม     หลังจากพักผ่อนอิริยาบทสัก
 
พักหนึ่งแล้ว   ฝ่ายหญิงจึงกล่าวกับบริกรว่า ... " Orangeade " ...

และฝ่ายชายว่า ... " American Expresso "      ... สักพักบริกรที่อยู่ในชุดไทย
 
สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นท่านนั้นกลับมา  พร้อมกับกาแฟร้อน   และน้ำส้มคั้น
 
แก้วหนึ่ง แก้วนั้นเป็นแก้วคริสตัลอย่างดี ตรงฐานแก้วและขอบปากแก้วเคลือบ
 
ด้วยทอง 18 เค ถัดจากฐานรองแก้วตรงขอบที่เคลือบทองขึ้นมา และถัดจาก
 
ขอบที่เคลือบทอง  ที่ปากแก้วลงมาถูกเจียรนัยตกแต่งอย่างดี   เมื่อแสงไฟตก
 
กระทบถูกแก้วเจียรนัยใบนี้จะเป็นประกายแวววับ    ยิ่งภายในใช้บรรจุน้ำส้มคั้น
 
ด้วยแล้วยิ่งทำให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ตรงกลางของแก้วใบนี้  มีตราสัญลักษณ์ของ
 
โรงแรมแห่งนี้ติดอยู่เป็นเคลือบทอง 18 เค เช่นเดียวกัน หลอดที่ใช้เป็นหลอด
 
แก้วใส  ตรงปลายได้ขดเป็นเกลียว  ตรงขอบปากแก้วมีดอกกล้วยไม้ที่มีชื่อว่า
 
" ช้างเผือก " เสียบอยู่ เมื่อแสงไฟที่เป็นหลอด Black Light ส่องมากระทบกับ
 
" ช้างเผือก "   ดอกนี้  จะเกิดเป็นสีขาวเรือง ๆ  ขึ้นมาอย่างสวยงาม  บริกรโค้ง
 
คำนับก่อนที่จะเสริฟ และโค้งคำนับเมื่อเสริฟเสร็จแล้ว หลังจากที่หนุ่มสาวคู่นี้
 
ดื่มด่ำกับบรรยากาศในค่ำคืนนี้พอสมควรแล้ว ฝ่ายชายจึงกล่าวกับบริกรขึ้นว่า ...

" Cash Please " บริกรโค้งคำนับ ก่อนที่จะเดินไปที่แคชเชียร์  Ticket  ที่ออก
 
มา ... Orangeade 500 Baht ...
ส้มเหมือนกัน  ราคาโดยเฉลี่ยแล้วผลละ  5  บาทเหมือนกัน   อาจจะเป็นพันธุ์
 
เดียวกัน ต้นเดียวกัน อยู่กิ่งก้านเดียวกัน หรือ อาจจะอยู่ช่อเดียวกันด้วยซ้ำไป
 
แต่ทำไมมูลค่าของส้มถึงต่างกันมากมายหรือว่าเป็น  เพราะเวลาและสถานที่
 
ต่างกัน

... ช่วงเวลา สถานการณ์  และสถานที่ที่ต่างกันนั่นแหละ  เป็นตัวกำหนดมูลค่า
 
ของส้ม และ ... ของตัวคุณเอง !!!! บ่อยครั้งที่เราเคยท้อแท้กับงาน การตกงาน
 
คนรอบข้าง  ครอบครัว  หรือแม้กระทั่ง   กับ  ตัวเราเอง   แต่อยากจะบอกว่า ...
 
ขอให้อดทนเพราะช่วงเวลานี้ ...มันไม่ใช่ของเรา

ส้มนั้นถูกคนเป็นผู้กำหนดจนทำให้มีมูลค่าแบบนั้น      แล้วทำไมเราไม่กำหนด
 
มูลค่าของตัวเราขึ้นมาบ้างหละ


ณ วันนี้เราอาจจะมีมูลค่าไม่ถึงครึ่งของส้มที่ขอทานกินแล้วโยนทิ้งไป แต่เชื่อแน่
 
ว่า หากเราได้อาตัดสินใจแล้วว่า ทางเดินเส้นนี้เราได้ตัดสินใจเลือกที่จะเดินแล้ว

จงตั้งมั่นและก้าวต่อไป  อดทนเพื่อรอเวลาของเรา   ไม่แน่นะว่า   มูลค่าของเรา

อาจจะมากมายเกินกว่าที่เราจะคาดคิดก็เป็นได้ แล้วไว้ค่อยพบกันใหม่นะครับ


 

โดย TheKopJunior1979

 

กลับไปที่ www.oknation.net