วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เปา หนุ่มไต ลางเคอ ความรักและความหวัง


 

 

 

ผมนั่งคุยกับ เปา หนุ่มไต หรือไทยใหญ่อยู่กันสองคนในห้องพักแห่งหนึ่งในอำเภอเล็กๆ ของเชียงใหม่ ขณะยินข่าวรัฐบาลพม่ากำลังเปลี่ยนสีธงชาติใหม่ ไปพร้อมๆ กับข่าวการปล่อยตัวของนางอองซาน ซูจี หลังจากถูกกักบริเวณมานาน เปา ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่สนใจข่าวคราวในฟากฝั่งพม่า แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลจากแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนของเขา                                                                                 

เปา เล่าให้ผมฟังว่า เขาเกิดที่เมืองลางเคอ เป็นหัวเมืองทางภาคใต้ของรัฐฉาน เมืองเล็กๆ อยู่ติดกับเมืองหมอกใหม่ เมืองปั่น และเมืองนาย  และเป็นเมืองบ้านเกิดของ จายทีแสง ศิลปินนักร้อง นักแต่งเพลงชื่อดังของชาวไทยใหญ่  เปาบอกว่า ครอบครัวอยู่กันอย่างอบอุ่น มีความสุขตามประสาคนไต ทำนาปลูกข้าว ปลูกผักปลูกไม้เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ กินอยู่กันอย่างง่ายๆ แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายก็

ต้องแตกสานซ่านเซ็นเหมือนกับอีกหลายๆ ครอบครัว

 

ว่ากันว่า หลังปี 2519 เป็นต้นมา เมืองลางเคอ ได้รับผลกระทบจากทหารเผด็จการพม่าเข้ามาก่อกวน กดขี่ข่มเหง เหมือนกับเมืองอื่นๆ มาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผู้คนอพยพโยกย้าย กว่า 20 หมู่บ้านต้องกลายเป็นบ้านร้าง และแน่นอน เขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องหลบหนีระเหระหนเดินทางไกล ข้ามมายังฝั่งไทย กระทั่งมาอาศัยอยู่ในเมืองเชียงใหม่                                                                  

 

เปา บอกว่า ตอนแรกเขาทำงานก่อสร้าง จนได้มีโอกาสมารับจ้างก่อกำแพงล้อมรอบสถานดูแลเด็กกำพร้าและติดเชื้อในเขตพื้นที่อำเภอชนบทแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ซึ่งสองสามีภรรยาชาวต่างชาติได้ก่อตั้งขึ้น เพื่อดูแลเด็กๆ เหล่านี้ แบบความรักที่ไม่มีเงื่อนไข และเป็นที่รับรู้กันดีว่า พี่น้องไตส่วนใหญ่จะขยันขันแข็งและนอบน้อมถ่อมตน จนทำให้เจ้าของสถานดูแลเด็กกำพร้าได้ชวนเปาเข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำที่นั่น และเขาเต็มใจทำงานด้วยความรัก                                                                

 

“ชีวิตเหมือนเกิดใหม่” เขาบอกผมอย่างนั้น แต่พอผมเอ่ยถามความเป็นไปในรัฐฉาน เขานิ่งเงียบแล้วเริ่มบอกเล่าความรู้สึกถะถั่งหลั่งไหลออกมาเหมือนสายน้ำสาละวิน                                                     

เปา บอกว่าที่เขาหนีข้ามมาฝั่งไทย ไม่ใช่ขลาดกลัว แต่เขาไม่อยากถูกกระทำซ้ำๆ                      

“อ้ายของผม เป็นนักรบ แต่ก็ถูกลอบยิงเข้าที่หัว” เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้า 

 

เปาบอกว่า เขามีพี่ชายฝาแฝด และได้เข้าร่วมเป็นทหารของกองทัพไต เขาบอกย้ำด้วยความภูมิใจว่าพี่ชายเขาเป็นนักรบ เก่งและกล้าหาญมาก ร่วมรบต่อสู้กับทหารพม่าและรอดตายมาหลายครั้งหลายหน แต่มีวันหนึ่ง พี่ชายเขาคุมกำลังพลเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อขนเสบียงไปส่งให้กับฐานที่มั่น ขณะที่พี่ชายเดินคุมหลังขบวนอยู่นั้น พลันได้ยินเสียงตะโกน พอเหลียวกลับไปมอง เสียงปืนดังแผดก้อง พี่ชายของเปาถูกทหารว้าทหารพม่าแอบซุ่มอยู่ยิงตรงศีรษะ ล้มทั้งยืน                                                              

เปา เล่าให้ผมฟังก่อนปล่อยความเงียบเข้าเกาะกุมหัวใจ                                                                     

 

ทุกวันนี้ แม้ว่าเปาจะอยู่เมืองไทย  มีการงานที่ชอบ มีความรัก เตรียมสร้างครอบครัว หากเขายังคงสนใจเหตุการณ์ฟากฝั่งรัฐฉานและพม่า บางห้วงยาม เปาพูดเล่าเรื่องราวเต็มไปด้วยความหวัง เมื่อยินข่าวการปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี หากบางครั้งเขากลับสับสนและไม่เข้าใจ ที่เห็นข่าวรัฐบาลทหารพม่าเปลี่ยนสีธงชาติใหม่                                                                                                                    

“ผมไม่รู้ว่าทหารพม่ากำลังคิดอะไรอยู่  สีธงชาติใหม่นั้นเหมือนสีธงชาติของไต หมดเลย เพียงแต่เปลี่ยนแค่เดือนเป็นดาวกลางธงชาติเท่านั้น” เปาตั้งข้อสังเกตและสงสัย                  

 

เปา เป็นเด็กหนุ่มชาวไตอีกคนหนึ่งที่ผมรู้จัก เด็กหนุ่มที่ชอบครุ่นคิด ตั้งคำถามและรอความหวังว่าสักวันหนึ่งบ้านเกิดเมืองนอนของเขาจะพบสันติสุข.




 



////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

 ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ คนคือการเดินทาง เสาร์สวัสดี กรุงเทพธุรกิจ 27/11/2553


โดย ภู_เชียงดาว

 

กลับไปที่ www.oknation.net