วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนาวนี้! "ที่ภูกระดึง" ไม่พึ่งกระเช้า!!


"เล็กไปด้วยกันดิ! ภูกระดึงปีนี้ ไปป่าวว..."  เสียงท่านพี่บลูฮิลล์ บล็อกเกอร์ชื่อดัง แว่วมาหลังโต๊ะ
"ไปๆ เมื่อไหร่ดีพี่.... " ผมตอบแบบไม่ต้องคิด เพราะว่าอยากไปที่นี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
"สิ้นปีโน่นแหละ.. เดี๋ยวเตรียมตัวไว้ได้เลยน่ะ"  ท่านพี่บลูฮิลล์ย้ำหนักแน่น..
สักพักผมแกล้งถามท่านพี่ลูกเสือหมายเลข 9 ที่นั่งอยู่ติดๆกันว่า..
"พี่ลูกเสือ...ไปด้วยกันน่ะ.. ไปดิ.."
"เดี๋ยวพี่ดูก่อนว่าร่างกายจะไหวอยู่มั้ยย" พี่ลูกเสือตอบเสียงค่อยๆ
"โอเชๆ งั้นเดี๋ยวผมรอคำตอบน่ะพี่" ผมสวนกลับแบบไม่ให้เด้งเชือกหนี อิอิ.... 

ครับ... ก็เป็นการคุยกัน นอกรอบสำหรับ ทริป! ภูกระดึงไม่พึ่งกระเช้า ทั้ง "ท่านพี่บลูฮิลล์ บล็อกเกอร์ชื่อดัง" และ "ท่านพี่ลูกเสือหมายเลข9" เองก็ดี  เมตตาและเอ็นดูผมเหมือนน้องนุ่งคนหนึ่ง ที่จะไปไหน มาไหนก็จะอดไม่ได้ เข้ามาถามไถ่และชวนไปโน่นนี่ ทู๊กกที.....  ขอบคุณอีกครั้งน่ะครับ!

 

 

 
ก็ไม่นานครับ! หลังจาก "ฟิตซ้อม-วอร์มร่างกาย" จนเข้าที่ ดีเดย์ ปลายหนาว ปลายเดือน พย.53 ปักธง! ที่ภูกระดึง ระยะทางเกือบ 6 กม.จากตีนภูขึ้นสู่จุดหลังแป! ที่ว่ากันว่าทั้งโหด ทั้งหิน และยากมากๆ และก็ยากสมชื่อครับ! 

 

คณะเราต่างคนต่างทะยอยขึ้นยอดภู ถึงช้า บ้างเร็วบ้าง ตามขนาดของหัวใจครับ ใครอึดหน่อยก็ถึงไม่เกิน 4 ชม. ใครสปีดชนิดม้าตีนต้นแผ่วปลายก็ประมาณ 6 ชม. ส่วนมีบางท่านใช้ความเร็วคงที่.....  สปีดชนิดแอบแซงเพราะเเรงน้อยก็โน่นนน.. . . .แหละครับ บ่ายแก่ๆ ...

เริ่มจากบ้านศรีฐาน --> ปางกกค่า --> ซำแฮก --> ซำบอน -->  ซำกกกอก -->  พร่านพรานแป --> ซำกกหว้า --> ซำกกไผ่ -->ซำกกโดน -->  ซำแคร่ และ จุดสุดท้ายที่ "หลังแป"  แต่ยังไม่หมดครับบ.. อย่าคิดว่าถึงจุดหลังแปแล้ว พักได้เลย ยังทรมานไม่พอครับ จะต้องเดินเท้าเข้าไปถึงตัวอุทยานฯอีก 3 กม.กว่าๆ เล่นเอาเหนื่อยเลยที่เดียวเชียวครับ ...

 

 

 

จุดสังเกตุบนภูกระดึงที่นี่มีลักษณะะแปลกอย่างนึงครับ เส้นทางเกือบทุกเส้นจะเป็นทราย และจะเป็นทรายขาวละเอียดๆเหมือนกับทรายริมทะเลยังไง ยังงั้น ตอนแรกผมเองก็นึกว่า เอ... หรือว่ามีใครมาก่อสร้างอะไรบนภูหรือเปล่า แต่ได้คำตอบจากเจ้าหน้าที่ให้หายข้องใจ บอกกับผมว่า....

"ที่นี่เคยเป็นทะเลมาก่อน!!"

ครับ....ฟังไม่ผิดครับ เป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะ เจ้าหน้าที่คนเดิมยังบอกต่ออีกว่า เคยพบเปลือกหอย ซากหอย ในบริเวณใกล้เคียงนี้อีกด้วย อืมมม แปลกดีมั้ยยครับ...

 

ในช่วงวันที่ 2 ผมกับ "ท่านพี่ต่อ" เช่าจักรยาน วางแผนกันว่า จะขี่ไปรอบภู อย่างที่บางคนเรียกว่า "สำรวจวงใหญ่" นั้นก็คือ จะเริ่มที่ "ผานกแอ่น"  --> พระแก้ว -->  พระพุทธเมตตา  --> น้ำตกวังกวาง --> น้ำตกเพ็ญพบใหม่ --> น้ำตกถ้ำใหญ่  ตัดไปเส้น  สระอะโนดาต วิ่งย้อนไปเก็บ ผาหมากดูก --> ผาจำศีล --> ผานาน้อย --> ผาเหยียบเมฆ --> ผาแดง จุดสุดท้าย ไปชมพระอาทิตย์อัสดงที่ ปลายภู ณ. "ผาหล่มสัก"

ซึ่งกว่าจะถึง "ผาหล่มสัก" เกือบ 5 โมงเย็น แต่โชคยังดีที่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน พอมีเวลานั่งจิบกาแฟ คลุกเคล้าบรรยากาศธรรมชาติในยามเย็น  สุขเช่นนี้หาใดเหมือนอีกแล้วครับบบ..

 

 

 

 

2 คืน 3 วัน ช่างผ่านไปไวเหมือนโกหกครับ .... ทำให้รู้ว่าทั้ง อายุ น้ำหนัก และชาติพันธุ์ มิใช่อุปสรรคที่จะเดินขึ้นมาบนยอดภูกระดึงเลยแม้แต่น้อย  หากแต่มีเพียงมิตรภาพแห่งการเดินทาง น้ำใจไมตรีของผู้คน และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  มันก็คือความสุขที่เราไม่จำเป็นต้องไปแสวงหาที่ไหน มิใช่หรือ??.... หรือคุณว่าไม่จริง!!.....

ปล.ขอขอบคุณ "ท่านพี่เต้งพ้ง" ผู้มากด้วยไมตรีที่ทำให้การเดินมีอรรถรส , พี่วันศุกร์, พี่สิงห์มือซ้าย , พี่มะอึก-มะยง , พี่อัฐ และผู้ร่วมเดินทางทุกท่านที่มิได้เอ่ยนาม 

ขอบคุณครับ

โดย lekkungs

 

กลับไปที่ www.oknation.net