วันที่ พุธ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ญี่ปุ่น สถาบันอุดมศึกษาต้องง้อนักศึกษาเข้ามาเรียน


ญี่ปุ่น สถาบันอุดมศึกษาก้าวเข้ายุคที่ต้องง้อนักศึกษา

เนื่องมาจากผลสำเร็จในการคุมกำเนิด คนเกิดน้อย คนอายุยืนมากขึ้น

         เมื่อ ยาสุโนริ อิวานากะ นักเรียนญี่ปุ่นเลือกเรียนที่มหาวิทยาลียเศรษฐาศาสตร์ฟูกูโอกะเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เขาไม่ได้คำนึงถึงคุณสมบัติเรื่องคุณภาพการศึกษา แต่เป็นเพราะที่มยูโดอันแข็งเกร่งของมหาวิทยาลัย หรือโครงการศึกาแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยต่างแดน เป็นสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลยแห่งนี้ อีกอย่างคือน้ำพุร้อนที่มีให้บริการในห้อพักของสถาบัน เด็กหนุ่มไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพของสถาบันแล้ว

          ยาสุโนริ อิวานากะ แจกแจงเหตุผลต่อว่าเขาเลือกเรียนที่นี่เพราะเห็นแผ่นพับโฆษณาสปาของมหาวิทยาลัย หอพักของสถาบันมีลัษณะเหมือนรีสอร์ทเพียบพร้อมด้วยห้องคาราโอเกะส่วนตวแถมม่สวนแบบอังกฤษปลุกกุหลาบสีชมพูและสระว่ายน้ำสำหรับออกกำลังกาย ประเทศนี้สถาบันอุดมศึกษาต้องง้อเด็กกันถึงขนาดนี้กัน ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวที่มีบ่อน้ำพุร้อนให้นักษกษา “อิวานากะวัย 21 ปีกล่าวอย่างชื่นชม

          หนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลเฮรัลด์ ทรีบูน รายงานว่า ญี่ปุ่นมีระบบการศึกษาชั้นสูงที่เก่าแก่และเป็นที่ยอมรับมากที่สุดในเอเชีย แต่มหาวิทยาลัยในปัจจุบันต้องดิ้นรนหาวิธีดึกดูดนักศึกษา เพราะอัตราเกิดของประชากรลดลงช่วงหลายปีที่ผ่านมาส่งผลให้จำนวนคนหนุ่มสาวลดลงด้วย สถาบันหลายแห่งจึงประสบปัญหามีนักศึกษาไม่เพียงต่อห้องเรียนและวิทยาลัยเขต

          จำนวนประชากรที่ลดลงส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วนในสังคมญี่ปุ่นมานานแล้ว รวมถึงโรงเรียนประถมและมัธยมหลายร้อยแห่งที่ต้องปิดตัวหรือรวมตัวกันแต่ปัญหานี้เดิ่งปรากฏกับสถาบันการศึกษาชั้นสูงเมื่องเร็วๆนี้

          สถิติสำมะโนประชากรระบุว่าปรชากรวัย 18 ปีของแดนปลาดิบลดเหลื่อ 1.3 ล้านคนในปีนี้เทียบกับ2.05 ล้านคนเมื่อ ปี 2535 ซึ่งเป็นช่วงที่เยาวชนจากยุคที่อัตราเกิดญี่ปุ่นสูงสุดครั้งที่ 2 เข้ามหาวิทยาลัย ขณะคาดกันว่าประชากรวัย 18 ปีลดลงเหลือ 2.12 ล้านในอีก 2 ปีข้างหน้า ส่งผลให้เกือบ 1 ใน 3 ของมหาวิทยาลัย 707 แห่งอาจไม่สามารถเปิดสอนได้ครบตามหลักสูตร

          ที่ผ่านมามีมหาวิทยาลัย 3 แห่งที่ล้มละลายเพราะขาดนักศึกษา รวมถึงมหาวิทยาลัยริชิกันในเมืองฮิโรชิมา นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ล้มละลายน้บแต่ส่งครามโลกครั้งที่ 2 กระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งร่างแนวทางใหม่เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ที่ไม่เคยเป็นปัญหามาก่อนกับชาติพัฒนา

          “เรากำลังใครแข็งแรงกว่าก็อยู่รอด” นางยาสุฮิโกะ นิชิอิ เจ้าหน้าที่ของสถาบันความร่วมมือส่งเสริมและช่วยเหลือโรเรียนเอกชนกล่าว

          มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มหันไปดึงดูดนักศึกษากลุ่มใหม่ได้แก่ นักศึกษาต่างชาติ และผู้สูงอายุที่เรียนหนังสือเพื่อความสนุกหลังเกษียณ โดยมหาวิทยาลัวโอซากาได้มอบปริญาเอกด้านคณิตรศาตร์แก่วิศวกรเกษียณวัย 71 ปีเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่าเป็นการประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน

          มหาวืทยาลัยเศรษฐศาสตร์ ฟูกูอดกะ บนเกาะคิวชูทุ่มเงิน 50 ล้านดอลลาร์เนรมิตหอพักหรูหราซึ่งมีห้องพักเดี่ยว 700 ห้องแถงลังลดค่าเล่าเรียนต่อปีลงครึ่งหนึ่ง เหลือ 5,000 ดอลลาร์ มีการสอนวิชาเอก “ธุรกิจคนดัง” รองรับคนหนุ่มสาวที่อยากทำงานเชิงสร้างสรรค์และบันเทิง

          แนวโน้มดังกล่าวก่อให้เกิดความวิตกว่า มหาวิทยาลัยจะลดมาตรฐานการสอบเอนทรานซ์ลงเพื่อแย่งชิงนักศึกษา เพราะที่ผ่านมาระบบสอบเอนทรานซ์ที่แข่งขันกันดุเดือดถือเป็นกลไกคัดเลือกเยาวชนเข้าทำงานในตำเหน่งสำคัญของภาคธุรกิจและรัฐบาล

          ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างที่เกิดขึ้นคือการส่งเสริมให้ญี่ปุ่นเปิดรับนักศึกษาต่างชาติที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้

          มหาวิทยาลัยนานาชาติฮากิซึ่งล้มละลายเมื่อปี 2548 เพราะไม่สามารถดึงดูดนักศึกษาครบอัตรา 300 คนต่อปีจำเป็นต้องปรับโครงสร้างให้เล็กลง เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยสวัสดิการมนุษย์และวัฒนธรรมยามากูชิ เปิดสอนปริญญาด้านสุขภาพเพื่อเน้นดูแลคนชราที่เป็นประชากรเพิ่มขึ้น เป็นวิชาชีพใหม่ของนักศึกษารุ่นนี้

          สมัยก่อนนักเรียนต้องแย่งแข่งขันกันเข้ามหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้มหาวิทยาลัยต้องแข่งกันแย่งนักศึกษา นายชุนจิอิบะเจ้าหน้าที่มหาวิทยลัยแห่งหนึ่งให้สัมภาษณ์

= จาก สนพ. กรุงเทพธุรกิจ อังคารที่ 3 กรกฏาคม 2550 =

โดย ผ่อนคลายและไม่เหนื่อย

 

กลับไปที่ www.oknation.net