วันที่ พุธ ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

>>> ครั้งแรก ที่ดูหนังด้วยกัน สองต่อสอง


            ในช่วงก่อนวันพ่อผมกับลูกชาย วัย ขวบได้มีโอกาสไปดูหนัง ถือว่าเป็น

การทำกิจกรรมร่วมกัน..และถือเป็นครั้งแรกที่เราเข้าดูโรงภาพยนต์ด้วยกันผมเอง

ก็ไม่ได้เข้าโรงภาพยนต์มาร่วม 4 ปี เห็นจะได้ ... หนังที่ไปดูก็ต้องเป็นแนวสนุก

 แบบเด็ก  ๆ ดูได้ ..เห็นโฆษณาใน ทีวี ล่าสุด ก็เป็นเรื่อง "กิปิ ลิงจ๋อไม่หลอก

จ้าว"  เป็นหนังแนวครอบครัว ดูสบาย  ฮา  ๆ ในความน่ารัก ความแสนรู้ของลิง 

เรื่องย่อ กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว

ต๋อง (ริชาร์ด เกียนี่) อายุ 10 ขวบ เป็นเด็กกำพร้า อาศัยอยู่กับลุงมิ่ง (เทพ โพธิ์งาม) ที่มีอาชีพเก็บมะพร้าวขาย กับลิงจอมแสบ กะปิ (ไข่เล็ก) และแล้วลุงมิ่งก็เสียชีวิตกะทันหัน ทิ้งให้ต๋องและกะปิ ต้องอยู่กันตามลำพัง โดยมีสวนมะพร้าวและที่ดินสวยติดทะเลทิ้งไว้ให้ และมีพี่หงษ์ (ภาวิณี วิริยะชัยกิจ) สัตวแพทย์สาว และแฟนหนุ่ม กานต์ (ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์) เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน คอยช่วยเหลือดูแล แต่เมื่อมีคนในหมู่บ้านพยายามหาทางเข้ามายึดผืนดินของลุงมิ่ง ต๋องและกะปิ จึงต้องร่วมมือกัน เขาจะต้องฝึกกะปิลงแข่งปีนเก็บลูกมะพร้าวกับ เก่ง ลูกชายผู้ใหญ่บ้านและลิงเก็บมะพร้าวฝีมือขั้นเทพจากต่างถิ่น โดยมีบ้านและที่ดินของลุงมิ่งเป็นเดิมพัน แต่ความไม่ลงรอยระหว่างต๋องและกะปิเข้าขั้นน่าเป็นห่วง การฝึกฝนจึงไม่ง่ายอย่างที่คิด!

  สิ่งที่เราได้จากหนังเรื่องนี้

1. ได้ดูหนังร่วมกันถือเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันในวันพ่อ

2. ได้เรียนรู้จากหนังเรื่องนี้  ในการเรียนรู้ของคนกับลิง วิธีการคงต้องสนุก

 และไม่บังคับ จึงจะทำให้ผลออกมาดี  ...อย่างในหนังจะมีการแข่งลิงขึ้นเก็บ

มะพร้าว ระหว่างกะปิ (ลิงของต๋อง) กับกระจับ ว่าใครได้  100 ลูก  ก่อนเป็น

ฝ่ายชนะ โดยมีที่ดินของต๋องเป็นเดิมพัน   ช่วงแรกกะปิก็เก็บได้ช้ามาก แต่เมื่อ

ต๋องนึงถึงคำสอนของลุง ว่า ต้องไม่บังคับ และสนุกไปด้วยกัน เท่านั้นแหละ

ทำให้เป็นฝ่ายชนะ    คนกับลิง โดยเฉพาะเด็ก ๆ คงไม่แตกต่างกัน

3.  ได้เรียนรู้ ความเอารัดเอาเปรียบในสังคม ซึ่งเขาก็ต้องเจอ ก็ถือโอกาส

ได้สอนสิ่งไหนดี ไม่ดี  ควรทำ ไม่ควรทำไปด้วย

4.  ได้เรียนรู้ถึงความเพียร พยายาม ต้องฝึกฝนบ่อย ๆ  จึงจะเกิดทักษะ ขนาดลิง

  ยังฝึกได้ แล้วคนล่ะ จะย่อท้อไปทำไม

5. ได้ผ่อนคลาย สนุกสนาน  ฮา  ๆ

         สิ่งที่เราสองคนไม่ชอบเอาเสียเลย เราไปดูเครือ EGV ที่ซีคอน

ผมไม่แน่ใจว่าเครืออื่นหรือสาขาอื่นเป็นแบบนี้เหมือนกันหรือเปล่า...

สิ่งที่เราเจอหลังจากหาที่นั่งแล้วคือรอชม  ผมจับเวลาดู  30 กว่านาที 

เวลาที่รอคอยคือชมโฆษณาหนังใหม่  และโฆษณาสินค้า  ผมมีคำถาม

จากลูกชายประมาณ  10 ครั้งว่าเล่นหรือยัง...แสดงว่าเด็ก

 หรือผู้ชมท่านอื่น ๆ  เขาซื้อตั๋ว ความคาดหวังคือ

ได้ชมภาพยนต์เลย ไม่ต้องรอนาน ...ผมก็เข้าใจในเชิงธุรกิจก็ต้องมีแบบนี้

แต่ถ้ามากเกินไป  ไม่พอดี ก็จะส่งผลเสียได้เหมือนกัน...อยากให้ดูความต้องการ

ของลูกค้าว่า เข้าชมภาพยนต์ต้องการอะไร นอกจากต้องการชมภาพยนต์อย่าง

เดียวนะครับ...ไม่ใช่เราเสียเวลาไปกับการรอคอยที่เราไม่ต้องการไปถึง 25%

ในการชมภาพยนต์

โดย มือทอง

 

กลับไปที่ www.oknation.net