วันที่ พุธ ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชาวบ้านค้นพบรอยพระพุทธบาท ในอำเภอแม่ออนใกล้ๆน้ำพุร้อนสันกำแพง


ใหม่

ภาพรอยพระบาทที่ค้นพบที่ยอดดอย ในหมู่บ้านสหกรณืหมู่ที่ 2 อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้กับน้ำพุร้อนสันกำแพง

สดๆ ร้อนๆ ค้นพบรอยพระพุทธบาท ยังไม่เคยมีใครสำรวจพบ ขนาด ยาว 90 ชม. กว้าง 49 ชม. บนก้อนหินขนาดใหญ่ ปลายยอดเขาใกล้ห้วยหินเหล็กไฟ ทางเข้านำพุร้อนสันกำแพง บ้านสหกรณ์ หมู่ที่ 2 ต.ออนหลวย อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

รอยพระพุทธบาทตามคติความเชื่อแล้วคือรอยพระบาทที่พระพุทธเจ้าทรงประทับไว้ เพื่อเป็นเจติยสถาน  (สถานที่เคารพ) ตามที่ทรงได้รับการทูลขอ  (ตามปกติเวลาทรงพระดำเนินจะไม่มีรอยพระบาทปรากฏ) เชื่อกันว่ามีอยู่ 5 แห่งในโลก คือ
1.เขาสุวรรณมาลิก  ไม่แน่ใจว่าอยู่ที่ไหนในโลก  แต่มีผู้สันนิษฐานว่าเป็น เขาสุวรรณมาลี(คือเขาธงขัย)ในแหลมมลายู  ซึ่งมีรอยพระพุทธบาท
2. เขาสุวรรณบรรพต  คือพระพุทธบาท  จ.สระบุรี
3.เขา สุมนกูฏ หรืออดัมพีกส์  ยอดเขาของอาดัมส์ อยู่ที่ลังกา  รอยพระบาทที่นั่น ชาวพุทธว่าเป็นของพระพุทธเจ้า  พราหมณ์ว่าเป็นรอยบาทพระอิศวร  มุสลิมว่าเป็นรอนยท้าอาดัม  จึงต่างนับถือได้ไม่แตกแยก
4.โยนกบุรี  กล่าวว่าคือเมืองเชียงใหม่  อยู่ยนยอดเขารังรุ้ง
5.แม่น้ำนัมมทานที  ปัจจุบันคือแม่น้ำเนรบุตตา  หรือนรมทา ในประเทศอินเดีย
....ตามความเชื่อดังนี้  คนไทยแต่ก่อนจึงมีความปรารถนาที่จะไปสักการะรอยพระพุทธบาทให้ได้ ครั้งหนึ่งในชีวิต

 
....ส่วนรอยพระพุทธบาทที่ค้นพบใหม่ แห่งนี้ มีที่มาที่ไปคือ ย้อนหลังไปประมาณ 20 ปี

พื้นที่ข้างๆนั้นเป็นพื้นที่ได้รับสัมปทาน โรงโม่หิน จึงมีการระเบิด  และการใช้แรงงานเป็นคนต่างด้าว มีทั้งคนพม่า ,คนกระเหรี่ยง อยู่จำนวนมาก

  พ่อราช ซึ่งแกมีที่ดินทำกินอยู่ย่านนั้นจำนวนมากและอาศัยทำไร่ทำสวนบริเวณดังกล่าว วันหนึ่ง เมื่อประมาณตอนบ่ายๆ มีเด็กน้อยชาวกระเหรี่ยง อายุราวๆ 10 ขวบ ซึ่งเคยเจอวิ่งเล่นอยู่แถวนั้น(พ่อราช เขาใจว่าเป็นลูกคนงานโรงโม่หิน)ได้เข้าเรียกหาพ่อราชและจูงแขน พ่อราชขะยั้นขยอให้ตามไปโดยบอกว่า"ลุงๆ ไปๆกันไปดูของดี ตามผมมาๆ" แล้วแกก็จูงแขน พ่อราชวิ่งนำขึ้นบนดอยไต่ขึ้นไปบนก้อนหินก้อนใหญ่บนยอดเขาแห่งนั้น

ด้วยความสงสัยพ่อราชระหว่างทางก็ได้ซักถามเด็กดังกล่าวไปตลอดว่าไปไหน อะไร เมื่อไปถึงยังไม่ทันหายเหนื่อย พ่อราชก็ถึงกับตกใจ เมื่อเด็กน้อยชี้ให้ดูรอยประทับบนก้อนหินนั้นแล้วพูดว่า"นี่ไง รอยเท้าพระพุทธเจ้า ลุงเคยเห็นไหม" พ่อราชเพ่งมองด้วยความฉงน ขนลุกขึ้นมาทันใดกับสิ่งที่ได้เห็นเบื้องหน้า นั่งคือรอยประทับบนก้อนหินเป็นรูปรอยพระบาทที่งดงาม เด็กน้อยได้พูดเสริมไปอีกว่า "ลุงรู้ไหมอีกหน่อย ที่นี่จะเจริญ และโด่งดัง มีคนมามากมาย ลุงจะจะมีชื่อเสียง"

หลังจากวันนั้น พ่อราช ก็เฝ้าคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาโดยตลอด เด็กคนนั้นเป็นใคร รู้ได้อย่างไร ทำไมต้องบอกแก จึงเที่ยวตามหาแต่ก็ไม่พบ ไม่มีใครทราบ ด้วยความกลัวว่าหากเป็นจริง ที่แห่งนี้มีชื่อเสียง และโด่งดังมีคนมามากมายจริง ที่ดินทำมาหากินของแกก็อาจจะถูกเวนคืน จึงตัดสินใจเก็บเป็นความลับไม่บอกให้ใคร นอกจากเล่าให้พ่อทอง (อดีตผู้ใหญ่บ้าน)ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆฟังเพียงคนเดียว

ต่อมาพ่อทอง ได้เกิดความคิดอยากที่จะบอกให้สาธารณะชนได้ทราบเพื่อจะได้ขึ้นมาสักการะบูชาบ้าง จึงได้มาเล่าให้ผมฟัง โดยเรามีความคิดว่าจะขึ้นไปดูและเปิดเผยสถานที่นี้สู่สาธารณะชนได้รับทราบเพื่อคนอื่นจะได้มาสักการะบูชา อาจเป็นกุลศล ศิริมงคลแก่ชีวิต

 อันและอาจเป็นกุศลตอพ่อราชซึ่งตอนนี้แก่ก็ อายุ 85 ปีแล้ว  โดยพ่อทองอาสาจะไปชวนพ่อราชให้นำไปดู เพราะพ่อทองก็ยังไม่เคยได้เห็นเช่นกัน ได้ยินมาแต่คำบอกเล่า จึงมีการนัดกันในวันรุ่งขึ้นตอนบ่าย

 

วันดีเดย์ เป็นวันดีที่สุด 5 ธันวาคม 2553 วันพ่อแห่งชาติ ตามคำนัดหมาย เราสี่คน อันประกอบด้วย พ่อราช  พ่อทอง  ผม(ดาบแอร์)และน้าหนอม

 ได้มารวมตัวกันที่หน้าร้าน กาแฟม่อนดอยน้อย ซึ่งไม่ห่างจากที่หมายมากนัก เตรียมอุปกรณ์เพื่อการลุยขึ้นไปสู่รอยพระพุทธบาท อันเป็นเป้าหมาย

นักสำรวจแต่ละคนต่างก็ตื่นเต้น เริ่มบุกบั่นฝ่าดงป่าขึ้นสู่ยอดเขาอย่างไม่ย่อท้อ ด้วยความที่ยังไม่เคยมีใครขึ้นไปจึงต้องมีกองทับหน้าซึ่งพ่อทองก็ใช้มีดบุกเบิกขึ้นไปจนถึงเล่นเอาเหงื่อโชกไปตามๆกัน

 แต่เมื่อถึงจุดหมายทุกคนต่างก็ลืมเหนื่อยเมื่อยล้า เมื่อเบื้องหน้าของเราคือ รอยพระบาทที่พระพุทธเจ้าทรงประทับไว้ เพื่อเป็นเจติยสถาน เป็นครั้งแรก คนแรก วันแรกที่สายตาเราได้ประสบ มันดูชื่นใจ อันเป็นมงคลแก่ชีวิตของเรา ต่อไปที่นี่และตรงนี้ ใครๆเขาจะได้มาสักการะบูชา กันทั่วหล้า

  

โดย เมฆาพิทักษ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net