วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บอลแพ้ บังไม่แพ้ !?


        ฟนบอลชาวไทยหลายร้อยคน อันประกอบไปด้วยตัวแทนจากเว็บไซด์ฟุตบอลไทย"ไทยแลนด์สู้สู้", "เชียร์ไทยพาวเวอร" และ "เชียร์บอล" ร่วมกับแฟนคลับจากหลากสโมสรในไทยพรีเมียร์ลีก และลีกภูมิภาค ร่วมเดินทางมามายื่นหนังสือต่อ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดังถึงการบริหารงานที่ผิดพลาดของทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่อาคารมาลีนนท์ อันเป็นที่ตั้งสถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ เช้าวันนี้(๑๑) พร้อมเรียกร้อง ๔ ข้อ

         ข้อเรียกร้อง ประกอบด้วย ๑.นายกสมาคมฯต้องลาออกจากตำแหน่ง ๒.ต้องปฏิรูปการเลือกตั้ง โดยให้บุคคลภายนอกมีสิทธิ์ออกเสียง ๓.ต้องการให้บุคคลใหม่เข้ามาบริหารงานในการวางแผนนโยบายใหม่ ๔. เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกได้ทราบถึงการบริหารงบประมาณ นอกจากนั้นยังได้ประกาศนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง ที่สนามศุภชลาศัยอันเป็นที่ทำการของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในวันที่ ๑๙ ธ.ค.ก่อนที่จะสลายการชุมชุมในเวลา ๑๑.๐๐ น.

          ความเคลื่อนไหวของแฟนบอลไทยมีมาต่อเนื่อง ปรากฎการณ์กลุ่มแฟนเพจ “มั่นใจว่าคนไทยเกิน ๑ ล้านคน ไม่เอาสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยชุดนี้” ที่ล่าสุด คม ชัด ลึก รายงานว่ามีสมาชิกถึง ๒๓,๐๐๘ คนแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ก็เป็นการแสดงออกครั้งแรกของแฟนบอล นี่อาจมิได้มีผลต่อการตัดสินใจของบังยี นายวรวีร์ มะกูดี ในท่ามกลางความตกต่ำที่สุดของทีมฟุตบอลชาติไทย ที่ทำให้สถานีโทรทัศน์ลาว แสดงความภาคภูมิใจในการที่ทีมชาติลาวเสมอกับทีมไทย แม้ทั้งสองทีมจะตกรอบแรกการแข่งขันฟุตบอลชายในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ ๒๕ ที่กรุงเวียงจันทน์

            หากแต่เสียงสะท้อนที่ส่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก็ทำให้เห็นพลังของคนกลุ่มหนึ่ง ที่มิได้มุ่งต่อการวิพากษ์วิจารณ์ ขับเคลื่อนให้มีการพัฒนาทีมฟุตบอลไทยเท่านั้น แต่ยังมีเสียงเรียกร้องให้ทบทวนบทบาทของสมาคมฟุตบอล สมาคมกีฬาที่ทรงอิทธิพลและมีผลประโยชน์มากที่สุดด้วย

           นายพินิจ งามพริ้ง  ประธานชมรมเชียร์ไทย และผู้ก่อตั้ง www.cheerthai.com กล่าวว่า เขาเคยเขียนแผนงานเสนอสมาคมฟุตบอล หนึ่งในนั้น คือการบริหารและพัฒนาฟุตบอลไทยลีกให้โปร่งใส อย่าแอบแฝงผลประโยชน์ทับซ้อน

           หากย้อนรอยเส้นทางของสมาคมฟุตบอลไทย จากยุคยาวนานของพันเอกอนุ รมยานนท์ นายประชุม รัตนเพียร  พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ นายวิจิตร เกตุแก้ว จนกระทั่งถึงยุคของนายวรวีร์ มะกูดี  ในบางยุคสมัย มีกรณีที่สังคมตั้งคำถามถึงการทำงานที่ไร้ทิศทาง ของสมาคมฟุตบอล ปัญหาการบริหารภายในที่มีประเด็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจและผลประโยชน์ ในขณะที่มาตรฐานฟุตบอลไทยตกต่ำลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะในปลายยุคนายวิจิตร เกตุแก้ว ต่อเนื่องมาถึงยุคปัจจุบัน

           ถึงแม้ว่านายวรวีร์ มะกูดี จะยืนกรานไม่ลาออกตามข้อเรียกร้อง  ทั้งยังแสดงให้เห็นว่า สมาคมฟุตบอลในยุคของเขาได้มีการพัฒนา และปรับปรุงคุณภาพนักเตะ เช่น การจัดให้มีโรงเรียนฟุตบอลของสมาคม ในโครงการ “เซ็นเตอร์ ออฟ เอ็กเซลเลนจ์” มีนักเรียนกว่า ๖๐ คน แต่ก็เป็นคนละเรื่อง คนละกรณีกับผลงานความปราชัยอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อนของทีมฟุตบอลไทย

            ตั้งแต่วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๑  แพ้เวียดนาม ๑ –  ในรอบ ๔๑ ปี ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒  แพ้สิงคโปร์ ๐-๑   ในรอบ ๓๔ ปี ๑๑  ธันวาคม ๒๕๕๒  แพ้มาเลย์ ๑-๒  ตกรอบแรกซีเกมส์ ในรอบ ๓๖ ปี ๑  ธันวาคม ๒๕๕๓  เสมอลาว ๒-๒ เป็นการเสมอครั้งแรก ในรอบ ๔๑ ปีและ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๓  แพ้อินโด ๒-๑  เป็นการแพ้อินโดในสนามเสนายัน ในรอบ ๑๘ ปี

           นายวรวีร์ มะกูดี จะหมดวาระการบริหารในฐานะนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมสภากรรมการทั้งหมดในวันที่ ๓๑ ธันวาคมนี้ เขามีเวลารักษาการ และต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลคนใหม่ภายใน ๙๐ วัน

 

           แน่นอนว่า ตลอดระยะเวลาที่นายวรวีร์ มะกูดี อยู่ในตำแหน่ง เขามุ่งมั่นและตั้งใจทำงานเต็มที่ แต่เมื่อผลงานออกมาก็ต้องยอมรับว่า นี่คือความล้มเหลวของการบริหาร ถ้าเป็นบริษัท ประธานก็ต้องพิจารณาตัวเอง แม้ว่านายวรวีร์ จะไม่ลาออก แต่เพื่อแสดงสปีริต นายวรวีร์ ไม่สมควรจะเสนอตัวเป็นนายกสมาคมฟุตบอลอีก เพื่อให้มีการปรับปรุงและสังคายนาองค์กรฟุตบอลที่เป็นความหวังของคนไทยทั้งชาติ กลับมาเป็นหนึ่งในเอเชียอีกครั้ง

 

โดย jk

 

กลับไปที่ www.oknation.net