วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แด่ ร.ต.ต. สำอาง พิบูลย์ นายตำรวจที่ฉันประทับใจ


สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านทุกท่าน

     หลังจากที่ฉันหายไปหลายเดือน วันนี้ฉันก็ได้เวลากลับมาสู่บล็อกอีกครั้ง

      เมื่อเวลา 18.30 วันนี้เอง  ฉันได้มีโอกาสนั่งชมรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ซึ่งออกอากาสในช่อง nation นี่เอง นั่นคือรายการ  "หมายจับกับบรรจง"  แรกทีเดียวที่ชมรายการนี้ฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ก็วิจารณ์โน่นนี่นั่นไปตามเรื่อง  แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกสะท้อนใจจนทำให้ฉันต้องย้อนกลับมาระบายเรื่องราวลงในบ้านหลังนี้อีกครั้ง นั่นก็คือ

     คุณบรรจงได้นำผู้ชมไปพบกับคุณตำรวจนอกราชการนายหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันนี้ท่านได้หาเลี้ยงชีพและครอบครัวของท่านด้วยการขายล๊อตเตอรี่

     มันคงไม่แปลก ถ้าท่านจะยึดอาชีพนี้ เพราะเป็นอาชีพที่สุจริต แต่ที่ฉันรู้สึกเศร้าใจภายหลังจากที่ชมรายการนี้จบ นั่นก็คือ ท่านนั่งรถเข็นวิลแชร์สำหรับคนพิการและต้องไปขายล๊อตเตอรี่ตามที่ต่างๆ จนกระทั่งไปขายอยู่ที่ สำนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตอยู่ระยะหนึ่ง แต่ในปัจจุบันท่านไม่สามารถไปขายที่นั่นได้อีกแล้วเนื่องจากเหตุผลบางประการ และต้องทำให้ท่านต้องตะเวณไปตามที่ต่างๆ

     หากเลือกได้ ฉันเชื่อว่า วันนี้คุณตำรวจท่านนี้ยังมีความต้องการที่จะรับราชการรับใช้ชาติ เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ดีเพื่อรับใช้ประชาชนไทยต่อไป  แต่กระสุนที่วิ่งออกมาจากปลายกระบอกปืนของผู้ร้ายที่ท่านเข้าไปทำการจับกุมนั้น ไม่อาจทำให้ท่านกลับเข้ารับราชการได้อีก  ท่านเล่าว่า ในปี 2525 ท่านเป็นตำรวจสายตรวจอยู่ที่สถานีตำรวจนครบาลบางพลัด ได้รับแจ้งให้ไปจับผู้ร้ายที่ก่อคดีลักทรัพย์ แต่เมื่อท่านไปถึงปรากฏว่า ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับคนร้าย ท่านถูกยิง กระสุนตัดไขสันหลังทำให้เป็นอัมพาตช่วงล่าง ไม่สามารถกลับมาเดินได้อีก   สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกสะท้อนลงไปในส่วนลึกของจิตใจฉัน ณ ขณะนั้น นั่นคือ ท่าทางของท่านที่ดูเรียบร้อย ขี้เกรงใจ และใจดี ซึ่งฉันรู้สึกชื่นชมท่านมากๆ   ท่านเล่าต่อไปว่า หลังจากที่ท่านต้องนั่งรถเข็นแล้ว ยังได้รับราชการต่ออีก 7 ปี จนในที่สุด ท่านก็ต้องถูกให้ออกจากราชการพร้อมกับการปูนบำเหน็จให้ท่านจาก สิบตำรวจเอก เป็น ร้อยตำรวจตรี

     หลังจากฟังว่าท่านต้องถูกให้ออกจากราชการนั้น ฉันพลันนึกขึ้นมาว่า  ทำไมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่แล้วต้องได้รับความพิการภายหลังที่ยังมีศักยภาพ เอาว่าไม่ต้องตาบอดแบบฉันก็ได้ แต่แค่นั่งรถเข็นก็พอ ฉันสงสัยว่า ทำไมทางตำรวจถึงไม่ย้ายท่านไปประจำในส่วนอื่น เช่น งานธุรการ การเงิน หรือห้องสื่อสาร ที่ไม่จำเป็นต้องออกพื้นที่ ไม่ต้องกลัวว่าท่านจะเคลื่อนไหวภายในโรงพักไม่ได้ เพราะเพียงท่านๆของบประมาณในการปรับภูมิทัศน์เท่านั้นก็พอไม่เข้าใจเหมือนกันว่า  ทำไมถึงละทิ้งผู้ที่ทำดีเพื่อประชาชน จริงๆแล้ว คนที่ต่อสู้จนตัวต้องพิการก็ไม่ใช่มีแต่คุณตำรวจท่านนี้เพียงท่านเดียว แต่ที่ฉันสงสัย ฉันสงสัยเผื่อเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ต้องกลายมาเป็นคนพิการอันเนื่องมาจากเหตุที่ทำเพื่อบ้านเมือง ซึ่งสำหรับคนพิการ โดยเฉพาะพิการแขนขานั้นย่อมจะต้องมีต้นทุนชีวิตที่สูงกว่าคนปกติอยู่แล้ว การที่พวกเขาเหล่านั้นต้องออกจากราชการนั่นหมายถึงว่า จะไม่มีรายรับประจำในการรักษาตัวและอื่นๆอีกต่อไป

     แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ร.ต.ต. สำอาง พิบูลย์ ท่านเป็นตำรวจนอกราชการที่สู้ชีวิตซึ่งฉันจะไม่มีวันลืมท่านเลย  หากท่านหรือคนใกล้ชิดของท่านได้บังเอิญผ่านมาอ่านเรื่องราวจากบล็อกของฉัน ฉันขอมอบกำลังใจให้แก่ท่าน และขอให้ท่านประสบแต่ความสุขความเจริญในอาชีพที่สุจริตที่ท่านได้ประกอบมา และขอให้ท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดไปนะคะ

     และหากผู้ที่มีอำนาจในบ้านเมืองท่านใดได้เข้ามาอ่านเรื่องราวของฉันที่บันทึกไว้ ณ วันนี้ ฉันเพียงต้องการขอโอกาสให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาชาติบ้านเมืองที่บังเอิญต้องประสบกับความพิการให้พวกเขาได้มีโอกาสในการกลับเข้ารับราชการอีกครั้ง โดยอาจจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ไปให้เหมาะสมกับศักยภาพของเขา...อย่ามองว่าพวกเขาเป็นคนไร้ศักยภาพ เพียงท่านหยิบยื่นโอกาสในการทำงานให้เขาอีกครั้ง  ฉันเชื่อว่า คนพิการเหล่านั้นจะไม่มีวันลืมพระคุณของพวกท่านอย่างแน่นอนค่ะ

      ขอบพระคุณค่ะ

โดย พูพู

 

กลับไปที่ www.oknation.net