วันที่ พุธ ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิทานชาดก โทษของการไม่รู้จักประมาณ




 นิทานชาดก จากพระไตรปิฏก

เรื่องที่ 439 สุกชาดก  




โทษของการไม่รู้ประมาณ



       




   ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดนกแขกเต้าในป่าหิมพานต์ ได้เป็นพระยาของนกแขกเต้าหลายพัน อยู่ในหิมวันตประเทศ อันเลียบไปตามมหาสมุทร 


พระโพธิสัตว์นั้นมีลูกอยู่ตัวหนึ่ง เมื่อลูกนกนั้นเจริญวัย พระโพธิสัตว์ก็มีจักษุบอด ได้ยินว่า นกแขกเต้าทั้งหลายมีกำลัง บินเร็ว ด้วยเหตุนั้นในเวลานกแขกเต้าเหล่านั้นแก่ตัวลง จักษุนั่นแลจึงบอดไปก่อน

    

   ลูกนกแขกเต้าตัวนั้น ให้บิดา มารดาอยู่เฉพาะในรัง แล้วนำอาหารมาเลี้ยงดู วันหนึ่ง ลูกนกแขกเต้านั้นไปยังที่หากินแล้วจับอยู่บนยอดเขา มองดูสมุทรเห็นเกาะๆ หนึ่ง ก็ที่เกาะนั้น มีป่ามะม่วง มีผลหวาน มีสีเหมือนทอง 


วันรุ่งขึ้น ได้เวลาหากิน ลูกนกแขกเต้านั้นบินไปลงที่ป่ามะม่วงนั้น ดื่มรสมะม่วงแล้วได้คาบเอาผลมะม่วงสุกมาให้บิดามารดา พระโพธิสัตว์กินผลมะม่วงนั้นแล้วจำรสได้จึงกล่าวว่า ลูกเอ๋ย นี้ผลมะม่วงสุกในเกาะโน้นมิใช่หรือ

    

   เมื่อลูกนกแขกเต้ารับว่า ' ใช่จ้ะพ่อ '

    

   จึงกล่าวว่า ลูกเอ๋ย พวกนกแขกเต้าที่ไปยังเกาะนั้น ชื่อว่าจะรักษาอายุให้ยืนยาวได้ ไม่มีเลย เจ้าอย่าได้ไปยังเกาะนั้นอีกเลย

    

   ลูกนกแขกเต้านั้นไม่เชื่อคำของพระโพธิสัตว์นั้น คงไปอยู่อย่างนั้น ครั้นวันหนึ่ง ลูกนกแขกเต้าดื่มรสมะม่วงเป็นอันมากแล้วคาบเอามะม่วงสุกมาเพื่อบิดา มารดา เมื่อบินมาถึงกลางมหาสมุทร เพราะบินเร็วเกินไป ร่างกายก็เหน็ดเหนื่อย ถูกความง่วงครอบงำ ทั้งที่หลับอยู่ ก็ยังบินมาอยู่นั่นแหละ ส่วนมะม่วงสุกที่คาบมาด้วยจงอยปากก็หลุดร่วงไป 


ลูกนกแขกเต้านั้นได้ละทางที่เคยมาเสียโดยลำดับ จึงตกลงในน้ำ ทีนั้น ปลาตัวหนึ่งจึงคาบลูกนกแขกเต้านั้นไปกินเสีย เมื่อลูกนกแขกเต้านั้นไม่มาตามเวลาที่เคยมา พระโพธิสัตว์ก็รู้ได้ว่า เห็นจะตกมหาสมุทรตายเสียแล้ว ครั้งนั้น เมื่อบิดามารดาของเขาไม่ได้อาหารจึงซูบผอมตายไป





       

พระศาสดาครั้นทรงนำเรื่องในอดีตมาสาธกแล้ว ทรงเป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะแล้ว จึงได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า :

    

   ลูกนกแขกเต้าตัวนั้น รู้ประมาณในการบริโภคอยู่เพียงใด

    

   ก็ได้สืบอายุ และได้เลี้ยงดูบิดามารดาอยู่เพียงนั้น

    

   อนึ่ง ในกาลใด ลูกนกแขกเต้านั้นกลืนกินโภชนะมากเกินไป

    

   ในกาลนั้น ก็ได้ชื่อว่าไม่รู้จักประมาณในการบริโภค

    

   จึงจมลงในมหาสมุทรนั่นเอง

    

   เพราะฉะนั้น ความเป็นผู้รู้ประมาณ

    

   ความไม่หลงติดในโภชนะเป็นความดี

    

   ด้วยว่า บุคคลผู้ไม่รู้จักประมาณ ย่อมจมลงในอบายทั้ง ๔

    

   บุคคลผู้รู้จักประมาณเท่านั้น ย่อมไม่จมลงในอบาย ๔

    

   พระศาสดาครั้นทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธกแล้ว ทรงประกาศอริยสัจ ๔ ในเวลาจบอริยสัจ ชนเป็น อันมากได้เป็นพระโสดาบันบ้าง พระสกทาคามีบ้าง พระอนาคามีบ้าง พระอรหันต์บ้าง แล้วประชุมชาดกว่า ภิกษุผู้ไม่รู้ประมาณในโภชนะได้เป็นลูกของพระยานกแขกเต้าในกาลนั้น ส่วนพระยานกแขกเต้า คือเราตถาคตฉะนี้แล



                     

    

ที่มา :

http://agaligohome.fix.gs/index.php



โดย ว่านแสงจันทร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net