วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว; เปรียบเทียบไทยกับสิงคโปร์


จากที่ผู้เขียนได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่สิงคโปร์ในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา (หลังจากที่ปกติไปเที่ยวแบบธรรมดาๆ) ทำให้อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของบ้านเรากับสิงคโปร์ไม่ได้ เพราะมีหลายอย่างที่เราอาจพอสู้เขาได้ และบางส่วนมีท่าทีที่จะโดนเขาทิ้งซะห่างไกล อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนับว่าค่อนข้างสัมพันธ์ กับความเปลี่ยนแปลงของความได้เปรียบของประเทศไทย โครงสร้างของประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติเหลือเฟือ เราได้นำเสนอการท่องเที่ยวที่ใช้ ทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานเป็นจุดขาย รวมถึงการบริการและอุปนิสัยใจคอของคนไทย จึงมีส่วนที่ทำให้ประเทศไทยสามารถทำรายได้เข้าสู่ประเทศได้อย่างมากมาย ดังนั้น ผู้เขียนจึงอยากนำเสนอข้อมูลที่ศึกษาได้ ดังนี้

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ไทย      - ประมาณ 14.5 ล้านคน /ปี (ประมาณ 9.5 % ของประชากรไทย)

สิงคโปร์ - ประมาณ 5 ล้านคน /ปี (มากกว่าจำนวนประชากรสิงคโปร์เสียอีกค่ะ)

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

ไทย      - 30 บาท/ 1 ดอลล่าร์สหรัฐ

สิงคโปร์ - 1.3 ดอลล่าร์สิงคโปร์/ 1 ดอลล่าร์สหรัฐ

การเดินทาง

ไทย      - ต้องเปลี่ยนเครื่องภายในประเทศในบางเที่ยวบิน การบริการขนส่งมวลชนไม่ทั่วถึง ราคาแพง มีการโกงราคาผู้โดยสาร ไม่แน่ใจในความปลอดภัยในบางเส้นทาง

สิงคโปร์ – สะดวกสบาย ปลอดภัย  ด้วยการขนส่งทุกระบบ แทกซี่ รถไฟฟ้า รถบัสประจำทาง

สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว

ไทย      - มีมากกว่า มีกิจกรรมเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่

สิงคโปร์ - ไม่มีทรัพยารกธรรมชาติที่สวยงาม สร้างสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นมาใหม่ เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ       ชีวิตสังคมเมือง เช่น คาสิโน ยูนิเวอร์แซลเวิร์ล พิพิธภัณฑ์ ชิงช้าหมุนสิงคโปร์อายส์ ไนท์ซาฟารี สวนพฤษศาสตร์

ค่าจ้างแรงงาน

ไทย      - ต้นทุนแรงงานต่ำ ใช้แรงงานไทยในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โรงแรมและการบริการต่างๆ

สิงคโปร์ – ต้นทุนแรงงานสูงตามค่าครองชีพ เป็นแรงงานต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โรงแรมและการบริการต่างๆ

สินค้าที่ระลึก

ไทย      - ซ้ำซ้อน ไม่ชัดเจน ขาดการรองรับของมาตรฐานการผลิต ราคาสินค้าถูก

สิงคโปร์ - หลากลาย เลือกซื้อได้ในหลายระดับราคา สินค้ามีคุณภาพ สามารถตั้งราคาสินค้าได้สูง

การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว

ไทย      - ยกให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว

สิงคโปร์ – มีการร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

จำนวนห้องพักและราคาค่าที่พัก

ไทย      - จำนวนห้องพักมีมากกว่า ราคาถูกว่า มีหลากหลายรูปแบบเช่น โรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ บ้านพักในเขตท่องเที่ยวในป่า

สิงคโปร์ – จำนวนห้องพักมีน้อยกว่า ราคาแพงกว่า มีตัวเลือกน้อย ส่วนใหญ่เป็นที่พักกลางเมืองหากต้องประหยัดค่าใช้จ่าย พักโรงแรม 2-3 ดาว ห้องพักจะเล็กมากๆ และการบริการก็แย่พอๆ กับการพักในโรงเรียนกินนอน โรงแรมห้าดาวก็ OK ไม่ถึงกับยอดเยี่ยมอย่างไทย หรือฮ่องกง

ทรัพยากรธรรมชาติ

ไทย      - มีมากมาย แต่ขาดการบริหารจัดการอย่างจริงจัง เชื่อว่าต่อไปจะมีแต่แหล่งเสื่อมโทรมมากขึ้น

สิงคโปร์ - ไม่มีทรัพยากรทางธรรมชาติ สร้างขึ้นมาใหม่บนพื้นฐานการวางแผนอย่างเป็นระบบ และมีการวางจุดเด่นของสถานที่ท่องเที่ยวไว้อย่างชัดเจน เช่น ลิตเติ้ลอินเดีย เพื่อซื้อสินค้าอินเดียและร้านอาหารอินเดีย ไชน่าทาวน์ เพื่อการท่องเที่ยววัฒนธรรมจีน/ซื้อสินค้าจากเมืองจีน  คาสิโนและเกาะเซ็นโทซ่า ความบันเทิงแบบทันสมัยและเล่นการพนัน เป็นต้น

สาธารณูปโภค

ไทย      - ไม่สามารถรองรับได้แม้แต่คนท้องถิ่น ดังนั้น หากเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวขึ้นไปก็จะเกิดการแก่งแย่งการใช้ ทรัพยากรกับคนท้องถิ่น เช่นโรงแรมในป่าตองในช่วงหน้าแล้งจะขาดแคลนน้ำใช้

สิงคโปร์ - มีการบริหารจัดการที่สามารถรองรับได้อย่างทั่วถึง ในภาพรวม

ความใส่ใจในการให้บริการ

ไทย      - มีบริการดี มีประสิทธิภาพสูง คนไทยมีมนุษย์สัมพันธ์ดี แต่การจัดการในระดับรวม ซึ่งได้แก่ การจัดการโครงสร้างพื้นฐานและปัญหาสิ่งแวดล้อมยังมีปัญหาอยู่มาก

สิงคโปร์ - การบริการด้อยกว่า  ให้บริการแบบเป็นทางการไม่มีความเป็นกันเอง แต่มีประสิทธิภาพในการจัดการทั้งระดับอุตสาหกรรมและในระดับรวม

โครงการพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการลงทุน

ไทย      - ไม่สามารถให้ความมั่นใจได้ว่า จะสนองตอบความต้องการ ทั้งของคนไทยและของนักท่องเที่ยว ได้อย่างเพียงพอและทันต่อความต้องการ

สิงคโปร์ - มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างเพียงพอ ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ปีละ 5 ล้านคน ทั้งที่ปราศจากแหล่งท่องเที่ยวที่น่าจูงใจแต่อย่างใด

ปัญหาโรคติดต่อ

ไทย      - ยังขาดการให้ความรู้เรื่องโรคติดต่อ เช่น เอดส์ ไข้หวัดนก

สิงคโปร์ - ให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนอย่างละเอียด พร้อมมีมาตรการป้องกันจากรัฐบาลเป็นอย่างดี

ปัญหาสิ่งแวดล้อม

ไทย      - มีการวางแผนเพื่อรองรับการขายของเมืองแบบไร้แบบแผน ตัวอย่างเมืองท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรม เช่น พัทยา 

สิงคโปร์ - วางแผนรองรับผังเมืองอย่างระมัดระวัง รัฐบาลคือ ผู้ควบคุมการขยายเมือง

ปัญหาวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยว

ไทย      - การท่องเที่ยวมีผลกระทบต่อวัฒนธรรมหลายทาง เช่น วิถีการดำเนินชีวิต ค่านิยมของคนในท้องถิ่น และการบิดเบือนพิธีกรรมต่างๆ เช่น “บุญบั้งไฟ” ที่จังหวัดยโสธรเป็นพิธีเพื่อขอฝน แต่ปัจจุบันเป็นการแสดงเพื่อการท่องเที่ยวไม่ใช่การขอฝนอย่างเดียวอีกต่อไป

สิงคโปร์ - มีการจัดทำพิพิธภัณฑ์อารยธรรมที่ดีงามอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวเข้าชมเพื่อศึกษาความเป็นตัวตนของสิงคโปร์ และเสน่ห์ของเอเชีย

การเมือง

ไทย      - ไม่นิ่ง มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

สิงคโปร์ – นิ่งและเป็นอันหนึ่งอันเดียว

คอร์รัปชั่น

ไทย      - ติดอันดับต้นๆ ของโลก

สิงคโปร์ - มีน้อยมาก และทำได้ยากมาก มีการตรวจสอบที่เป็นระบบชัดเจน

       

       การท่องเที่ยวไทยหากจะว่าไปแล้วยังมีข้อได้เปรียบสิงคโปร์อยู่บ้างแม้ว่าปัญหาด้านการเมืองจะรุมเร้าก็ตาม อย่างไรก็ดี เมืองไทยกับสิงคโปร์มีความเป็นมา ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ที่แตกต่างกันมากมาย แต่เราก็เรียนรู้เอาส่วนที่ดีของเขามาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับวัฒนธรรมบ้านเราดีกว่า

       การที่คนไทยมีจิตใจที่ดีบวกกับทรัพยากรธรรมชาติที่เรามีอยู่อย่างมากมาย เราเพียงแค่แบ่งหน้าที่ช่วยคนละนิดหน่อย เป็นคนมีน้ำใจช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างจริงใจ ไม่พยายามมองเห็นแต่เงินในกระเป๋าของนักท่องเที่ยวเท่านั้น รักษาเอกลักษณ์ไทย เชื่อมั่นในความเป็นไทย คนที่มาเมืองไทยเพราะเขาอยากเห็นวิถีไทยมากกว่า เขาไม่อยากเห็นวิถีชีวิตตะวันตกแบบปลอมๆ หรอก เป็นคนไทยแบบไทยแท้นี่แหล่ะที่คนต่างชาติอยากเจอ จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมธุรกิจการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์จึงเกิดขึ้นมากมาย ขอเพียงแต่อย่าให้ผิดเพี้ยนจนเกินไป  ความสำเร็จของการท่องเที่ยวไทยจึงมาจากอัธยาศัยไมตรีของคนไทย และการจัดการที่ดีของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะเป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากหากเราพยายามที่จะเป็นอย่างคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวตนของเราเอง

โดย สิปปสินี

 

กลับไปที่ www.oknation.net