วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมืองลอ...เมืองแห่งการรอคอย


เมืองลอ...เมืองรอคอย

วันนี้ผมออกจากที่นอนเช้าเป็นพิเศษ ตื่นเต้นที่จะได้ร่วมกับคุณภูมิชัย ตะพานแก้ว นายอำเภอจุน จังหวัดพะเยา ที่นัดชาวบ้านปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ “เวียงลอ” ทั้งจะได้ชมทิวทัศน์และโบราณสถานเก่าแก่อายุกว่า 900 ปี ต้นกำเนิดวรรณกรรมล้านนา “ลิลิตพระลอ” และ “ค่าวหงส์หิน” 

          ผมไปถึงจุดนัดพบโรงเรียนบ้านร่องแมด ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เวลา 05.30 น.  มองเข้าไปในโรงเรียนยังมืดสนิท รอสักพัก คุณธาวิน จันต๊ะ จนท.กีฬาอำเภอจุน ก็เข้ามาตามด้วยคุณชัยสิทธิ์ กิตติพงษ์ ปลัดอำเภอจุนและคณะ  จากนั้น ชาวบ้านจากทุกพื้นที่ของอำเภอจุนและเชียงคำ ต่างก็ทยอยขี่จักรยานมารวมกันมากหนาตายิ่งขึ้น คุณไพรัชต์ วงศ์จุมปู สาธารณสุขอำเภอจุนและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจุน ก็จัดการตั้งโต๊ะบริการการตรวจสุขภาพให้ทุกคนทันที

   เวลา 06.15 น. คุณภูมิชัย ตะพานแก้ว คุณนงลักษณ์ ตะพานแก้ว นายกกิ่งกาชาดอำเภอจุน และคุณอัมพร บุญนาค นายก อบต.ทุ่งรวงทอง ก็นำนักปั่นมาอบอุ่นร่างกายด้วยท่ากายบริหาร และได้กล่าวให้คำแนะนำในการขี่จักรยาน ว่าเป็นการออกกำลังกายเพื่อการท่องเที่ยว ไม่ใช่การแข่งขัน ให้เน้นการขับขี่ที่ถูกกฎจราจร

   เวลา 06.30 น. ได้ฤกษ์คุณภูมิชัย ตะพานแก้ว คุณอดุลย์ พรหมวาทย์ ปลัดอาวุโสอำเภอจุน และคุณอนันต์ เวียงลอ ผอ.ร.ร.บ้านปางป้อม ทำพิธีปล่อยขบวนจักรยานเพื่อสุขภาพตามเส้นทางประวัติศาสตร์และวรรณคดีล้านนาตำนานรักอมตะอันยิ่งใหญ่  โดยมีรถตำรวจ สภ.จุน พ.ต.ท.ไสว ขำภูเขียว สวป.และ ด.ต. กู้เกียรติ ขันกา หน.ตร.จราจร นำขบวน 

    เท่าที่สังเกตนักปั่นประมาณ 300 คนเศษจะเป็นชาวบ้านอายุเลยกลางคนเป็นส่วนใหญ่  รถจักรยานก็เป็นรถที่ใช้งานกันปกติ เสื้อผ้าก็เรียบง่ายเหมือนใส่อยู่กับบ้าน นี่คือเสน่ห์  คือความงดงามของจักรยานเพื่อสุขภาพจริงๆ

   แปลกใจอย่างคือ ตลอดงานนี้ นอกจาก “ครูนุ่น” แล้ว ผมไม่เห็นครูใหญ่และครูโรงเรียนบ้านร่องแมดคนอื่นเลย รวมถึงโรงเรียนพญาลอ โรงเรียนประจำตำบลด้วย คงหนาวเลยตื่นสาย แต่ก็ขอบคุณคุณอนันต์ เวียงลอ ผอ.ร.ร.บ้านปางป้อม คุณนิทัศน์ ใจหลวง ผอ.ร.ร.บ้านเวียงลอ ที่มาร่วมตั้งแต่ต้นจนจบ

        จากโรงเรียนบ้านร่องแมด ไปตามถนนสายจุน – ป่าแดด ข้ามสะพานแม่น้ำอิง แม่น้ำสายประวัติศาสตร์ที่  3 กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนา ประกอบด้วย พ่อขุนงำเมือง พ่อขุนเม็งรายและพ่อขุนรามคำแหง นั่งหันหลังพิงกันถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเพื่อนร่วมสาบานและน่าจะเป็นจุดใดจุดหนึ่งบนเส้นทางนี้แหละ

         จากนั้นไปแวะพักที่วัดสันทราย บ้านพวงพะยอม ต.หงษ์หิน ดินแดนวรรณกรรมล้านนาอันลือลั่น “ค่าวหงส์หิน” มีคุณสมเพชร สักลอ นากเทศมนตรีตำบลหงส์หินให้การต้อนรับ และเดินทางต่อไปถึงวัดบุญนาค วัดร้างเก่าแก่มีเจดีย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางป่า ขณะนี้เป็นที่ตั้งชั่วคราวของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทับพญาลอ ตลอดระยะทางด้านขวามือเป็นป่าใหญ่ ทางซ้ายมือเป็นเนินลาดต่ำลงไปเป็นทุ่งนาอันกว้างใหญ่เหลืองอร่าม เจ้าของนาม “ทุ่งลอ”  ทำให้ผมอดนึกถึงบทชมป่าของ  “ค่าวหงส์หิน”   ขึ้นมาไม่ได้

        “.......ส่วนยนต์หงส์  ก็พาหน่อไท้  เข้าป่ากว้าง ดงไพร
ชูต้นร่ำร้อง  ตระเหว่าตระไหน จับกิ่งใบ  สาขาอยาดถ้อย
ฤดูเดือนหก  คิมหาเป่งพ้อย  พระพายชอย กิ่งไม้ หล่นใบเขียว  ละเรียวกิ่งไว้  เหลืองเหี่ยวแห้ง พันพวง ฤดูดอกแงะ  เปาบานจี๋หลวง  คะยอมพวง  อุนออนดอกสร้อย ซะแล่งหอมไกล  ตายเหินห่ายถ้อย ตามพง จำน้ำค้าง  คะม็อกจี๋เหลือง  เอื้องเงินเอื้องช้าง  รสทั่วข้าง ดงรี….”

          เป็นการพรรณาถึงบรรยากาศช่วงฤดูแล้งใบไม้แห้งร่วงหล่น มีต้นไม้และกล้วยไม้หลายชนิดที่ออกดอกสวยงาม ซึ่งไม่แน่ใจว่า วันนี้ยังมีอยู่ครบหรือไม่

          ที่วัดบุญนาค คุณมนัส เวียงลอ ผู้ใหญ่บ้านบ้านลอ ผู้ใหญ่บ้านดีเด่น นักต่อสู้ นักอนุรักษ์ให้การต้อนรับและนำทางเยี่ยมชมเมืองโบราณข้ามลำน้ำอิงไปจุดนัดพบวัดศรีปิงเมือง ตำบลลอ

        ตั้งแต่วัดบุญนาคจนถึงจุดข้ามลำน้ำอิงซึ่งเป็นสะพานแขวน  จะเป็นทางเดินแคบๆผ่านทุ่งนา ป่าละเมาะ ลำห้วยเล็กๆเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากๆ  ตลอดทางพยายามมองหานางมุขวดี นางเอกค่าวหงส์หินแต่ก็ไม่เห็นเลย  ที่ดูจะมีเค้าใกล้เคียงอยู่บ้าง 2 คนคือ คุณกัลยา วงศ์ภักดี เสมียนตรา และ คุณหลงใจ ต้นนา  รองนายก ทต.เวียงลอ

          “.........กิ๊วโก่งก๊อม  เหมือนั่งวงศิลป์  ต๋าดำนิล ผ่องพรรณผ้ายแผ้ว เนื้อต๋นก๋าย  บ่มีป้าวแป้ว  สักเท่ารอยแนว ขีดเล็บ
ริมปากแดง  เหมือนหางลวาดเจ๊ด  จักขึ้นผ่อเหยี้ยม กอยดู ……”

          เมื่ออยู่บนสะพานแขวนมองไปตามลำน้ำอิงที่ไหลอย่างต่อเนื่องและเชื่องช้า ด้วยบริเวณนี้จะเป็นแหล่งน้ำลึกเป็นแหล่งปลาน้ำจืดขึ้นชื่ออีกชนิดหนึ่งคือ “ปลาค้าว” 

          ปลาค้าว เป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับปลาสวายลำตัวค่อนข้างแบนยาวคล้ายมีดดาบ ไม่มีเกล็ด ตามลำตัวมีสีเงินปนเทาท้องสีขาวอมส้ม ครีบต่างๆสีเหลืองอ่อน นัยน์ตามีขนาดเล็กปากกว้างมีฟันแหลมคมอยู่บนขากรรไกรทั้งสองข้าง ครีบหลังเล็กเป็นแผงยาวจรดโคนหาง มีหนวดยาวอยู่2คู่ที่ริมฝีปากบนและล่าง  มีคนเคยจับได้ยาวหนึ่งเมตรเศษหนัก 20 กิโลกรัม ทุกวันนี้เริ่มจะหาได้ยากขึ้น แม้ว่าหลังวัดศรีปิงเมืองจะกำหนดให้เป็นเขตอภัยทานก็ตาม และหากไม่รณรงค์กันอย่างจริงจัง “ปลาค้าว” อาจจะเหลือเพียงตำนานของเวียงลอในไม่ช้านี้

            

         วัดศรีปิงเมืองเป็นวัดเก่าแก่ที่ยังเหลืออยู่  ส่วนพระพุทธรูปเก่าแก่นั้นไม่มีเหลือแล้ว ในวัดมี เจดีย์เก่าทรงระฆังสูงใหญ่รอการบูรณะอยู่   เดิมในวัดจะมีพระพุทธรูปหินทรายทั้งขนาดเล็กใหญ่อยู่มากมาย ปัจจุบันนี้ ถ้าใครอยากเห็นต้องไปดูที่วัดพระเจ้าตนหลวงและวัดลี อำเภอเมืองพะเยา เทศบาลเวียงลอ เคยคิดจะขอกลับมาไว้บ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ และในวัดก็มีศูนย์เรียนรู้เวียงลอ เป็นที่เก็บรวบรวมความรู้เวียงลอ แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์

           ที่ศูนย์เรียนรู้ คุณหลงใจ ต้นนา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเวียงลอและพนักงานเทศบาลเวียงลอต้อนรับด้วยน้ำเต้าหู้ โอวัลตินและข้าวต้ม จากนั้นได้นำคณะเข้ารับฟังบรรยายสรุปและชมวัตถุโบราณที่เก็บรักษาไว้ในศูนย์เรียนรู้เวียงลอ และเดินทางต่อถึงโรงเรียนบ้านร่องแมด ซึ่งเป็นทั้งจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดการท่องเที่ยว รวมระยะทาง 14 กม. ใช้เวลาทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง 30 นาที

           ต้องขอบคุณคุณภูมิชัย ตะพานแก้ว นายอำเภอจุน ที่จัดสิ่งดีๆให้กับเมืองจุน เมืองที่ถูกมองข้ามความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวรรณกรรม ขณะที่ผมเขียนต้นฉบับนี้ มีรถมอร์เตอร์ไซลค์คันใหญ่ หรือบิ๊คไบค์ กว่าร้อยคันวิ่งตามกันเป็นขบวนใหญ่ เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มตลอดสองข้างทาง มุ่งหน้าสู่เป้าหมายภูชี้ฟ้า  ทิ้งฝุ่นและควันไว้ที่เมืองจุน คงไม่มีใครคิดแวะเมืองจุน เพราะไม่รู้ว่ามีอะไร  สำคัญแค่ไหน

           วันนี้คงเป็นจุดเริ่มต้นทบทวนคำขวัญของอำเภอจุนอีกครั้ง “พระธาตุขิงแกง ...วัดที่มีพระบรมสารีริกธาตุมากที่สุดในจังหวัดพะเยา  แหล่งปลาค้าว....ที่กำลังจะเหลือเพียงตำนาน  ค่าวหงส์หิน....วรรณกรรมล้านนาที่ลืมกันหมดแล้ว ถิ่นพระลอ.....ที่จังหวัดแพร่ก็ฮุบเอาไปแล้ว…. และข้าวก่ำงาม…ก็เหลือเพียงชื่อตำบล แต่ก็ยังดีที่กำลังนึกขึ้นได้ จัดตักบาตรข้าวก่ำไปไม่นานมานี้” ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน สำหรับความคิดดีๆอย่างนี้อีกครั้งหนึ่งก็แล้วกันครับ.

                                                       วัชระ  ศรีคำตัน

โดย vatchara_4

 

กลับไปที่ www.oknation.net