วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การจากลา...วิถีแมวตัวผู้


จากการบอกเล่าของคุณ keya ที่คอมเมนท์ไว้ในเรื่อง ส้มซ่า...แมวขยัน ว่า เจ้าแมวตัวผู้ออกจากบ้านไป ไม่กลับบ้านมาเป็นอาทิตย์ ทำให้นึกถึงแมวตัวผู้ที่เคยเลี้ยงไว้  แล้วออกจากบ้านไปโดยไม่กลับมาอีกเลย

ตัวแรกคือ "ทอง" แมวขาวมณีเพศผู้ ที่เก็บมาเลี้ยงพร้อมกับ "เงิน" แมวเพศเมียตัวน้อง

พอเจ้าทองโตเป็นหนุ่ม ความต้องการตามธรรมชาติทำให้เกือบจะปล้ำน้องสาว แต่เหมือนมันยับยั้งตัวเองได้ มันดูหงุดหงิดเกรี้ยวกราดอยู่หลายวัน จนในที่สุดก็ออกจากบ้านไป

ปกติที่บ้านเราไม่ค่อยเลี้ยงแมวตัวผู้ อาจเป็นเพราะแมวหนุ่มๆ เป็นตัวของตัวเองมากเกินกว่าที่เราจะเข้าใจมัน

กระทั่งเดือนเมษายน ปี 52 หลานชายของฉันก็อุ้มลูกแมวตัวผู้เข้าบ้านมาอีกจนได้ ตอนนั้นบ้านเราเลี้ยงแมวอยู่แล้ว 4 ตัว หมาอีก 3 เจ้าตัวใหม่ที่อุ้มมาเพิ่มจึงดู "เยอะ" เกินไป

หลานชายให้เหตุผลว่า ลูกแมวมันตัวเล็กมาก เห็นเดินอยู่หน้าปากซอยตัวเดียวเลยสงสาร

ฉันบอกหลานให้รีบเอาไปคืนที่เดิม เผื่อมันแค่หลงกับแม่ เดี๋ยวแม่มันออกตามหาจะไม่เจอ แต่ใจจริงก็ไม่ได้คิดจะผลักไสอะไร และมันก็ทำตัวเนียนเข้ากับบ้านเราเป็นอย่างดี

ตัวเล็กจิ๊ดริด ไม่ร้องโวยวาย เอาแต่นอน

พอมันเข้ามา เราก็มีปัญหากันเรื่องการตั้งชื่อ แม่จะให้ชื่อว่า เมษา เพราะมันเข้ามาในบ้านตอนเดือนเมษายน

พี่ชายฉันจะให้ชื่อ เฮงเฮง แต่ฉันมักจะเรียกมันว่า เฮงซวย ส่วนหลานชายยิ่งแล้วไปใหญ่ เปลี่ยนชื่อให้มันแทบทุกวัน

สุดท้ายมันเลยกลายเป็นแมวกึ่งๆ จะไม่มีชื่อ เอาเป็นว่าเรียก "ไอ้ตัวเล็ก" เป็นอันรู้กัน

ไอ้ตัวเล็กมันเป็นแมวหน้าตาย แทบจะไม่มีเสียงร้อง และตามติดฉันอย่างกับเจอแม่ที่แท้จริง ฉันอยู่ตรงไหน มันจะมาแทรกตัวอยู่ในเงาตลอด

รู้สึกแปลกๆ ที่มีสายตาคอยจ้องมองจากมุมนี้

(ขอตั้งชื่อภาพนี้ว่า "ตีนแมว")

เห็นตัวเล็กจิ๋ว แต่เขี้ยวเล็บโหดมาก จนสงสัยว่าที่มันคอยตามติดเนี่ย รักหรือเกลียดกันแน่

เรื่องกินไม่เป็นรองใครในบ้าน

อยากนมขึ้นมาก็วิ่งไปหาหอมนิล ช่วงนั้นหอมนิลกับสะเดาถึงกับมีปัญหากันบ่อยๆ เพราะแย่งกันเลี้ยงดูน้องเล็ก

พอโตขึ้นหน่อยก็ลงสังเวียนขออาหารแข่งกับพวกพี่ๆ

ยิ่งโตก็ยิ่งโหด โดยเฉพาะกับฉัน คนที่มันทำให้เข้าใจมาตลอดว่ารัก

ถึงมันจะอยู่มาพักนึงแล้ว แต่สมาชิกในบ้านก็ยังคงเรียกชื่อมันตามใจตัวเอง จนวันนึง แม่ฉันก็รู้สึกว่าหน้ามันตาย หน้ามันแหลม แหลมมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต แม่ก็เลยเรียกมันใหม่ว่า "แหลม มอริสัน"

ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่า แหลม มอริสัน เป็นใคร แต่ชื่อนี้ช่างเหมาะกับมัน แม้เราต้องออกเสียงถึง 4 พยางค์ แต่ทุกคนในบ้านก็พร้อมใจกันเรียกมันว่า "แหลม มอริสัน"

แหลม มอริสัน หาวนอน

แหลม มอริสัน มันก็ยังคงหน้าแหลม หน้าตาย อยู่บ้านเราแบบเงียบๆ กินข้าวบ้านเราแบบเนียนๆ โดยไม่มีแม่มาตามหา จนกระทั่งเข้าวัยหนุ่ม เริ่มออกจากบ้าน และเริ่มหัดหายไปจากบ้านวันสองวันบ้าง พอกลับมาก็หาข้าวกิน นอนนิ่งๆ เงียบๆ เริ่มไม่มาเข้าใกล้ เหมือนกับว่าถ้ามาตามติดฉันเหมือนก่อนมันจะดูไม่แมน

แหลม มอริสัน หลับตาหนี เพราะฉันเข้าไปยุ่งกับมัน ไม่รู้จะแมนไปไหน

แต่ความลับระหว่างฉันกับไอ้แมวแอ๊บแมนก็คือ ตอนกลางคืนที่ทุกคนหลับกันหมด และหมาแมวตัวอื่นไม่ทันสนใจ แหลม มอริสัน จะเข้ามาอ้อน

ระหว่างที่นอนดูทีวี ถ้าข้างตัวฉันไม่มีแมวตัวอื่นนอนอยู่ข้างๆ มันจะเดินมานอนซุกอยู่ในผม แล้วก็เลียหน้า เลียแขน เหมือนเป็นการทำความสะอาดให้

อย่างที่รู้กัน ลิ้นแมวมันสาก ยิ่งลิ้นแมวตัวผู้ เงียบๆ แมนๆ อย่างแหลม มอริสันยิ่งสากมาก แต่ฉันก็อดทน เพราะมันเป็นช่วงเวลาอบอุ่นระหว่างเรา แต่มันก็เจ็บ แสบ และสากมากจริงๆ มันเลียแต่ละครั้งร่วม 5 นาที เล่นเอาแขนแดงเป็นปื้นเลยทีเดียว

โตขึ้นมายิ่งมีหน้าเดียวตลอด ทั้งบูดทั้งบึ้ง

จากลูกแมวที่ตามติดเป็นเงา จนมันโตเป็นหนุ่ม นานๆ ถึงจะแอบมาอ้อนสักที วันนึงแรงผลักดันทางเพศ ทำให้มันเริ่มเข้าหาแมวตัวเมียในบ้านที่ทำหมันกันหมดแล้ว พอแหลม มอริสันเข้าใกล้ ก็เลยเกิดเรื่องต้องทะเลาะกับแมวสาวแก่เป็นประจำ มันก็เลยออกไปหาแมวสาวนอกบ้าน

แรกๆ ก็หายไปไม่กี่วัน แล้วก็กลับมานอนพักที่บ้าน หนักเข้าก็หายไป 2 อาทิตย์ จนในที่สุดมันก็หายออกไปจากบ้านเราเหมือนเจ้าทอง

ไม่รู้ว่าแมวตัวผู้บ้านอื่นเป็นยังไง แต่แมวตัวผู้ที่เลี้ยงไว้ มันทิ้งฉันอย่างนี้เป็นประจำ

นับจนถึงวันนี้ แหลม มอริสัน ออกจากบ้านไปครึ่งปี ฉันก็ยังมองหามันอยู่บ้าง ถ้าเห็นแมวสีขาวแวบๆ แต่ก็ไม่เคยใช่มันสักที

ถ้าคุณเห็นแมวหนุ่ม หน้าบูดๆ บึ้งๆ ก็ช่วยบอกให้มันกลับบ้านทีแล้วกัน

 

 

โดย เพียงดิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net