วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สีกากี มีเส้น !


     ณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ จะครบวาระในการดำรงตำแหน่งในวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๔ มีอดีตนายตำรวจชั้นยศตั้งแต่พล.ต.ท.ขึ้นไป เสนอตัว เพื่อรับการคัดเลือกให้เป็น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนมาก

 

           ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด ๕ อันดับแรก จะได้รับการพิจารณาแต่งตั้ง ดูเหมือนว่า ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับประชาชนโดยทั่วไป แต่หากพิเคราะห์ถึงบทบาทและความสำคัญ ในฐานะของคนที่ต้องตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แล้ว การแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูง ที่ต้องผ่านความเห็นชอบของ ก.ตร.ก็น่าจะส่งผลต่อสังคมทั้งระบบ ในการได้รับการดูแลทรัพย์สิน สวัสดิภาพและความปลอดภัยด้วย ฉะนั้น คนที่จะเข้ามาเป็น ก.ตร.ก็ต้องมีความเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับ

               พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗  กำหนดให้มีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ขึ้น ตามมาตรา ๓๐ – ๔๓ เพื่อทำหน้าที่ในการรักษาความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยให้มีอำนาจออก กฎ ก.ตร. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจเพื่อผดุงระบบคุณธรรมอันเป็นการส่งเสริมให้ข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ความสามารถ และมีความประพฤติเหมาะสม ตลอดจนมีสมรรถนะในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี เพื่อตอบแทนเงินเดือนที่ได้รับมาจากภาษีของประชาชน

              การมีอยู่ของ ก.ตร.และ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีคุณธรรม และไม่มีประวัติด่างพร้อยจึงมีนัยสำคัญยิ่ง

              มีข้อครหาอยู่บ้าง ในกลุ่มผู้เสนอตัวเป็น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งในแง่ของความรู้ ความสามารถ และกรณีเงื่อนงำบางเรื่อง เช่น การกล่าวหานายตำรวจระดับสูงคนหนึ่งที่พัวพันกับการทุจริตเบิกจ่ายเงินบริจาคสึนามิ ของศูนย์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลและการส่งกลับ

             คนเหล่านี้ ถ้าได้รับเลือก เป็น ก.ตร. เขาจะผดุงระบบคุณธรรมไว้ได้อย่างไร เราจะคาดหวังความซื่อตรงต่อหน้าที่ของเขาได้แค่ไหน เพียงใด คำถามเช่นนี้ ย่อมเป็นคำถามร่วมในทุกวงการ ที่ผู้มีอำนาจแต่งตั้ง โยกย้ายบุคคล จักต้องตระหนักถึงระบบคุณธรรม ที่ประกอบด้วยอาวุโส ความรู้ความสามารถ และประการสำคัญคือความสุจริต เที่ยงตรง

            กฎหมายได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของ ก.ตร.ไว้อย่างชัดเจนว่า มีอำนาจในการกำหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจและจัดระบบราชการตำรวจ รวมทั้งการอบรม และพัฒนาข้าราชการตำรวจ โดยไม่ขัดกับนโยบายของคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ที่ได้กำหนดไว้เป็นการทั่วไป

             นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการปฎิรูประบบงานตำรวจ โดยมีพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธาน เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓ คณะกรรมการได้กำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ในการแต่งตั้งที่สะท้อนหลักคุณธรรม และจริยธรรม ซึ่งหากผู้มีส่วนในการแต่งตั้งโยกย้าย ไม่มีคุณธรรมและจริยธรรมเสียแล้ว ประชาชนจะคาดหวังพึ่งพาตำรวจได้อย่างไร


โดย jk

 

กลับไปที่ www.oknation.net