วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พิชิตยอดเขาตะนาวศรี ที่เขากระโจม สวนผึ้ง ราชบุรี


20 ธันวาคม 2553


 

หน้าหนาวมาเยือน

หลาย ๆ คนก็ต้องวางเป้าหมายชีวิตไว้เลยว่า

จะต้องไปท่องเที่ยวสัมผัสอากาศหนาว ๆที่ภาคเหนือหรือเมืองนอกดูบ้าง

เพราะเค้าว่ากันว่า ปีนี้จะหนาวที่สุดในรอบ 32 ปี

...

อืมมมมมม

จริง ๆ แล้ว  ถ้าคุณผู้อ่านลองอ่านไดอารี่ของทิวหน้านี้ดู

อาจจะเปลี่ยนใจ ไม่อยากไปภาคเหนือ  แต่เดินทางมุ่งหน้าไปราชบุรีแทนค่ะ

ที่เที่ยวที่ทิวจะเขียนถึงครั้งนี้คือ

เขากระโจม  อ.สวนผึ้ง  จ.ราชบุรี


เราเชื่อเลยว่าคงจะเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ของคุณผู้อ่านที่รู้สึกไม่คุ้นชื่อกับที่เที่ยวที่นี่

แต่เชื่อทิวเลยนะคะว่า

ไม่เกิน 2 ปี ชื่อของเขากระโจมจะติด 1 ใน 10 สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของเมืองไทยแน่แท้ทีเดียว

เยาวพรรณฟันทูน เอ๊ยฟันธง!!!

คนเราทุกวันนี้มักจะถวิลหาที่เที่ยวทางธรรมชาติที่...

ที่ยังไม่โดนทำลาย

ที่ยังไม่มีใครเคยไปมาก ๆ

ที่ยังสด

ที่ยังใหม่

ที่สวย

ที่สะอาด

และที่สงบ

ที่เขากระโจมมีให้คุณครบ และบางทีอาจจะแถมอะไร ๆ ให้คุณอีกเยอะเลยล่ะค่ะ

เขากระโจม อยู่ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

เราลองหาข้อมูลในอาจารย์ Goo ดู ปรากฏว่าเป็นที่น่าแปลกที่ชื่อของเขานี้จะไม่เป็นที่

ปรากฏในหน้าค้นหา

ลองหาคำว่าเขา

ไม่เจอเลย แล้วพอลองคำว่า "เขากระ" ปรากฏว่าไม่ขึ้นเลยทีเดียว

เขากระโจม อยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี เป็นเส้นแบ่งเขตประเทศไทยกับประเทศพม่า

ฝั่งตะวันตกของไทย

บนยอดเขาอยู่ห่างจากพื้นดิน 9 km ถนนเป็นถนนที่เพิ่งใช้แม็คโคขุด กว้างพอแค่

ให้รถ 1 คันผ่าน

เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องขึ้นเขา โดยขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ที่ขับรถจนชำนาญเท่านั้นนะคะ

เพราะทางขึ้นโหดหฤหรรย์เลยทีเดียว

บางจุดชันเกินกว่า 45 องศาเลยค่ะ

นักท่องเที่ยวจะต้องนัดหมายเวลาขึ้น - ลงเขาให้ดี ห้ามสวนทาง ไม่เช่นนั้นตกเขาแน่ ๆ ค่ะ

และรถที่จะขึ้นเขากระโจมได้นั้น บังคับเป็นรถ 4x4 ขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้นนะคะ

และที่สำคัญคือต้องสูงด้วย เพราะทางขึ้นมีทั้งบุกป่า ฝ่าดง และลุยน้ำค่ะ

วันที่คณะของทิวเดินทาง

คือเช้าของวันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2553

นัดเวลาออกจากสวนผึ้งคันทรี่ฮิลล์  เวลา ตีห้า


เราได้รับความอนุเคราะห์ ดูแลเป็นอย่างดีจากเลขาฯท่านผู้ว่า จ.ราชบุรี

คณะของทิวประกอบไปด้วยรถ 4x4 สองคัน  นั่งหน้า 4 คน นั่งหลัง 4 คน

ทิว แพร น้าปุ่น และรองฯ ศิริ นั่งข้างหลัง

ทั้ง ๆ ที่หนาวจนปากสั่น พูดไปพ่นควันไป แต่เราก็อยากลองสัมผัสบรรยากาศแบบใกล้ชิด

งานนี้เพื่อความสุข ยอมหนาวตายเลยทีเดียว

เส้นทางในอำเภอสวนผึ้ง ลาดยางอย่างดี  กว้าง และปลอดภัย

แต่ระยะทางที่เราเดินทางขึ้นเขานั้น  สุดยอดเลยค่ะ

มันสนุกจริงๆ


เส้นทางขรุขระ เพราะดินยังไม่ผ่านการเกลี่ย

ลัดเลาะไปตามไหล่เขา

ข้ามเขา 3 ลูก

พุ่งทะยานสู่ยอดสูงสุดของเทือกเขา


ฝ่าหมอก

ฝ่าลม

อาบไล้ด้วยอุณหภูมิที่ลดลง ๆ ตามความสูงที่เพิ่มขึ้น

ตอนขาขึ้นทิวไม่ได้ถ่ายรูปเส้นทางไว้เลย

กรี๊ดและแตกตื่นอย่างเดียว

โอ๊วววววววววววววว มายพระพุทธเจ้า อะไรมันจะมันขนาดนี้

นึกภาพออกมั๊ยคะว่า

เรารู้สึกเหมือนนั่งรถไฟเหาะที่วิ่งขึ้นในอุโมงค์มืด ๆ

ไม่รู้เส้นทาง

ไม่รู้จุดหมาย

รู้อย่างเดียวว่า  ถ้าไม่กรี๊ด ได้ช๊อกตายแน่ ๆ

และเมื่อผ่านไป 1 ชั่วโมง  รถคันเก่งก็พาพวกเราขึ้นมาถึงจุดสูงสุดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น


วินาทีแรกที่มาถึง

และพระอาทิตย์เริ่มขึ้น เราเริ่มมองเห็นบรรยากาศรอบ ๆ

มันบรรยายไม่ถูกเลยค่ะ

เรายืนอยู่ตรงจุด ๆ หนึ่ง ที่ล้อบรอบไปด้วยภูเขาทั้ง 4 ทิศ

ทะเลหมอกลอยปิดบังพื้นดินไว้ทั้งหมด

ความรู้สึกเหมือนได้เป็นนางฟ้าเลยทีเดียว ฮา ๆ


ที่นี่มีนักท่องเที่ยวมาถึงก่อนพวกเราบ้างแล้ว แต่ก็ไม่มาก

 

มีบ้านพักของตำรวจชายแดนที่น่ารัก


 


ใครเลยจะรู้ว่า พวกเขาต้องมาทำงานสูง และไกลขนาดนี้ เพื่อปกป้องแผ่นดินของชาวไทยทุกคน

ข้างบนนี้มีความเก๋อยู่อย่างคือ  มีชาวบ้านนำกาแฟและข้าวต้ม(ที่อร่อยที่สุดในโลก) มาขายบนยอดเขาด้วย

เชื่อมั๊ยคะว่า  ข้าวต้มร้อน ๆ ที่ตักจากหม้อเดือด ๆ

พออยู่ในที่ที่หนาวสุด ๆ แบบนี้

เราสามารถกลืนมันทันทีโดยไม่เป่าเลยค่ะ  มันอร่อยมากจริง ๆ


ควันที่ออกจากปากไม่แน่ใจว่าคือควันร้อนของข้าวต้ม หรือคือควันเย็นของอากาศกันแน่

นักท่องเที่ยวมักจะดูดดื่มบรรยากาศบนยอดเขาประมาณครึ่งชั่วโมง - 45 นาที

ก็จะหนาวสะท้านแล้ว เพราะลมบนนี้มันแรงมาก


ทิวไม่รู้ตัวเองเลยว่า  ตัวเองหน้าแดงมาก ๆ มือบวม มือแดง ชาไปหมด


เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับบรรยากาศ กระโดดแข่งกับพระอาทิตย์


และถ่ายรูปต้นหญ้าที่อยู่ในคำถามที่เคยโดนถามมาตั้งแต่เด็ก ๆ ว่า

"อะไรเอ่ย สูงเสียดฟ้า ต่ำกว่าหญ้านิดเดียว"

วันนี้เจอแล้ว เลยต้องถ่ายรูปไว้หน่อย


พอพระอาทิตย์ขึ้น ลมเริ่มแรง  อากาศยังไม่มีวี่แววจะหายหนาว


พวกเราก็เดินทางลงจากยอดเขา

ทีนี้ล่ะคะ เราสามารถมองเห็นสองข้างทางที่เราขึ้นมาได้แล้ว

สุด ๆ จริง ๆ ค่ะ


 

บุกป่า

ฝ่าดง

 


ลุยไฟป่า

 


ผ่าหมอก



ลุยน้ำ

 

และหนึ่งในความตื่นเต้นที่ถือว่าเป็นของแถมให้กับนักท่องเที่ยวก็คือจุดนี้เลยคะ

 


ระหว่างที่เรากำลังลงเขา

พอลงมาถึงจุด ๆ หนึ่ง

คนขับรถก็เบรกจนรถจอดสนิท

แล้วก็ดับเครื่อง  หลังจากนั้นประมาณ ไม่กี่วินาที  รถก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวเองขึ้นไปบนเนินข้างหน้า

เร็วขึ้น ๆ ๆ ๆ จนเร็วมาก ๆ เลยทีเดียว  แล้วคนขับก็สตาร์ทรถและขับต่อไป


ที่นี้เค้าเรียกกันว่า เนินมหัศจรรย์

ไม่มีใครอธิบายกฎอะไรให้ทิวฟัง ทิวเลยไม่รู้ว่าทำไม

มันถึงเป็นเนินมหัศจรรย์ได้

เพราะแม้กระทั่งวิศวกรที่ค้นพบอตนตัดถนน ก็ยังไม่ให้คำตอบไว้กับชาวบ้านเลยค่ะ


วันนั้นพวกเราเดินทางกลับมาถึงที่พักสวนผึ้ง คันทรี่ฮิลล์ ด้วยความสุข

 

เค้าว่ากันว่า  การไปเที่ยวนอกจากจะเตรียมสัมภาระที่สำคัญติดตัวไปแล้ว

สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย

นั่นก็คือเพื่อนร่วมทางที่รู้ใจค่ะ

ทิวดีใจมากที่ครั้งนี้ได้ไปกับแพรและน้าปุ่น


สนุกมากจริง ๆ  แม้จะหนาวจนปากสั่นแต่เราก็ไม่หยุดหัวเราะเลย


 

ปล. ระหว่างทางกลับ ด้วยความโง่ เห็นต้นไม้สองข้างทางมันบังวิว

ก็ยกมือไปปัดมันออก

ลืมคำนวนความเร็วของรถ

ลืมคำนวนความบางของใบไม้

โดนเลยค่ะ


ขออุทิศเลือดหยดนั้นให้กับความโง่ของตัวเองค่ะ ฮาๆ

โดย Yaowapan

 

กลับไปที่ www.oknation.net