วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

The Next Three Days : วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร?


Genre : Drama/Thriller/Action

Director : Paul Haggis

Actors : Russell Crowe, Elizabeth Banks, Jason Beghe, Brian Dennehy, Liam Neeson, Olivia Wilde

ครอบครัวเบรนแนนเป็นครอบครัวเล็กๆ ธรรมดาๆ ครอบครัวหนึ่ง ผู้พ่อ จอห์น (Crowe) เป็นครูสอนหนังสือในมหาวิทยาลัย ผู้เป็นแม่ ลาร่า (Banks) เป็นพนักงานบริษัท และทั้งสองมีลูกชายน่ารักคนหนึ่ง ทั้งสามอยู่กันอย่างอบอุ่นและเพียบพร้อม จนกระทั่งวันหนึ่งมีตำรวจบุกมาที่บ้านแล้วจับลาร่า ผู้เป็นแม่ในข้อหาฆาตกรรม ไม่มีใครเชื่อว่าเธอจะไปฆ่าใครได้ โดยเฉพาะจอห์น ช่วงเวลาสามปีที่ภรรยาถูกคุมขัง จอห์นที่พยายามประคับประคองชีวิตครอบครัวที่เหลือแค่เขากับลูกชายให้ดำเนินต่อไปให้ได้ ก็พยายามหาหลักฐานทุกอย่างที่จะช่วยพิสูจน์ว่าภรรยาของเขาคือผู้บริสุทธิ์ไปด้วย แต่ความเชื่อว่าภรรยาบริสุทธิ์สู้พยานหลักฐานที่มีในคดีไม่ได้ การยื่นอุทธรณ์ครั้งสุดท้ายจึงล้มเหลว ดังนั้นจึงเหลือเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เขา ภรรยา และลูกจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง และเส้นทางนั้นก็ทำให้เขาต้องข้ามเส้นของกฏหมายไปอย่างกู่ไม่กลับ นั่นคือครูสอนหนังสืออย่างเขาต้องวางแผนพาภรรยาแหกคุก!!

กลับมาอีกครั้งสำหรับผู้กำกับ Paul Haggis ที่หลังจากคว้าออสการ์ไปกับหนังเยี่ยมเรื่อง Crash แล้วก็ไปกบดานทำหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์ให้กับหนังเรื่องดังหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Flags of Our Fathers, Letters from Iwo Jima, Casino Royale, In The Valley of Elah, Quantum of Solace หรือแม้แต่ Terminator Salvation ไม่ได้ทำหน้าที่กำกับหนังใหญ่อีกจนถึงตอนนี้ 6 ปีให้หลัง เขาจึงได้ฤกษ์กลับมากำกับอีกครั้ง และครั้งนี้มาพร้อมโคตรหนังอย่าง The Next Three Days เรื่องนี้

ดูจากพล็อตหนังที่เป็นเรื่องของการแหกคุกแล้วอาจจะน่าสนุกมาก แต่ต้องขอบอกกันตรงนี้ว่าตัวละครเอกที่ทำการแหกคุกในที่นี้นั้นไม่ใช่ตำรวจที่อยู่ผิดที่ผิดเวลาอย่างจอห์น แมคเครนในหนัง Die Hard หรืออดีตทหารหน่วยซีลที่ต้องหวนกลับมาจับปืนเพื่อชำระแค้นอย่างในหนังหลายต่อหลายเรื่อง แต่จอห์น เบรนแนน พระเอกของเรื่องเป็นเพียงครูสอนหนังสืออ้วนๆ ธรรมดาๆ ที่ไม่เคยได้ชกต่อยกับใครด้วยซ้ำ ยิ่งกว่านั้น ผู้กำกับก็ไม่ใช่ John McTiernan หรือ Tony Scott ที่จะทำหนังแอ็คชั่นเน้นที่ความมันส์ระห่ำเป็นหลัก แต่ผู้กำกับคือ Paul Haggis ที่ขึ้นชื่อมากับหนังดราม่าประเภทกดดันหนักๆ อย่าง Crash ฉะนั้นอย่าหวังว่าจะพบการเตรียมการแหกคุกที่อลังการและสุดเท่ห์อย่าง Mission: Impossible เพราะการแหกคุกในหนังเรื่องนี้นั้นนำเสนอออกมาแบบไร้อนาคตและสิ้นหวังสุดๆ แล้ว สิ้นหวังซะจนแทนที่จะลุ้นว่าพระเอกจะแหกคุกช่วยเมียสำเร็จมั้ย เรากลับอยากจะลุ้นให้มันเปลี่ยนใจเลิกคิดช่วยเมียซะมากกว่า เพราะแค่การทดลองทำผิดกฏหมายนิดหน่อยในตอนต้น พระเอกเราก็แทบตายแล้วจริงๆ น่าสงสารมาก

ฉะนั้นใครที่ไม่ชอบหนังหนักๆ ที่สถานการณ์เลวร้ายโถมกดดันใส่ตัวละครไม่ยั้งอย่าง Crash, Traffic, Changeling, หรือ 21 Grams อาจต้องคิดมากหน่อย ส่วนตัวผมว่า The Next Three Days ยังกดดันยิ่งกว่า Crash หนังชนะออสก้าร์เรื่องก่อนของผู้กำกับ Haggis เสียอีก ถ้าเทียบกันในแง่ว่า Crash มีพลังรวมของเหตุการณ์ถึง 4 เหตุการณ์ แต่เรื่องนี้พึ่งแค่เหตุการณ์เดียวเท่านั้น

แต่ถ้าเพื่อนๆ ชอบหนังเครียดจัดอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นล่ะก็ The Next Three Days จะเป็นมิติใหม่ของหนังแนวเครียดนี่ไปเลย เพราะจนป่านนี้ผมยังไม่เคยดูหนังดราม่าเครียดจัดเรื่องไหนที่มีไคลแม็กซ์เป็นหนังแอ็คชั่นไล่ล่า ตำรวจจับผู้ร้ายที่ชิงไหวชิงพริบกันมันส์หยดขนาดที่มีใน The Next Three Days มาก่อนเลยจริงๆ ก็คงเป็นอานิสงค์จากการที่ผู้กำกับ Haggis ไปนั่งเขียนบทหนังดราม่ากับหนังแอ็คชั่นสลับกันไปมาอยู่ 6 ปีนั่นแหละ พอมาถึง The Next Three Days ดราม่าสุดเข้มแบบ Crash จึงหลอมรวมกับแอ็คชั่นมหามันส์แบบ Casino Royale ที่ไม่ใช่การยิงกันนะครับ แต่เป็นการชิงไหวพริบกันอย่างถึงกึ๋นระหว่างผู้ล่ากับผู้ถูกล่า ได้อย่างลงตัวเป๊ะ เรียกได้ว่ากลับมาครั้งนี้ ผู้กำกับ Haggis ได้บรรลุวิชาผสานดราม่าเข้ากับแอ็คชั่นแล้วจริงๆ

ทั้งนี้นอกจากจะให้เครดิตผู้กำกับและเขียนบท Paul Haggis ครึ่งหนึ่งแล้ว อีกทั้งครึ่งต้องยกให้ป๋าตุ้ยนุ้ย Russell Crowe และหวานใจสุดสวยของผม Elizabeth Banks เพราะทั้งคู่ให้การแสดงที่หนักแน่นน่าเชื่อถือจนเอาใจช่วยทั้งใจเลย แม้ว่าการกระทำของตัวละครอย่างพวกเขาจะผิดกฏหมายก็ตามที แถมการแสดงของพวกเขายังทรงพลังมากซะจนทำให้คนดูต้องใช้พลังในการดูไม่ได้น้อยไปกว่าการแสดงเท่าไหร่เลย

ดูเรื่องราวของผัวเมีย จอห์นกับลาร่า เบรนแนน ที่จอห์นพยายามทำทุกอย่าง แม้แต่เรื่องที่ผิดกฏหมายฉกาจฉกรรจ์ที่สุดเพื่อให้ครอบครัวของเขากลับมาอยู่กันพร้อมหน้า 3 คนอีกครั้ง (ชื่อหนังที่ว่า The Next Three Days นั้นแปลได้ว่า “3 วันต่อไปจากนี้” ก็จริง แต่ถ้าดูตามบริบทของหนัง The Next Three Days ก็สามารถแปลได้ว่า “วันที่จะได้อยู่กันพร้อมหน้าสามคนอีกครั้ง” ได้เช่นกัน) แล้ว ก็อดคิดถึงสถานการณ์ของพวกเราคนไทยในเวลานี้และวันข้างหน้าต่อๆ ไปของเราท่านที่คงต้องกล้ำกลืนอยู่กับการเมืองที่เสื่อมเอาๆ ไม่ได้ เพราะไม่น่าเชื่อว่าหนังเกี่ยวกับครอบครัวอย่างนี้กลับมาเหมือนการเมืองของไทยได้อย่างพิสดาร

หากว่าเราจะเปรียบลาร่าเป็นเหมือนประเทศไทย และจอห์นเปรียบเหมือนเราท่านที่เป็นประชาชนคนไทยแล้วจะเห็นภาพความเหมือนดังกล่าวชัดเป๊ะ ลาร่า ภรรยาของจอห์นถูกกฏหมายจับไปขังคุกต่อหน้าต่อตา ประเทศชาติของเราก็ถูกพวกนักการเมืองเอาไปปู้ยี่ปู้ยำโดนที่เราไม่ยินยอมต่อหน้าต่อตาเช่นกัน จอห์นเศร้าที่เมียต้องนอนคุกอย่างที่การต่อสู้ทางกฏหมายช่วยอะไรไม่ได้ เราก็เศร้าที่ประเทศโดนโกงกินชนิดที่กฏหมายก็เอาผิดพวกนักการเมืองเลวๆ นั่นไม่ได้ แต่อาจจะต่างกันตรงตอนจบ ที่ในหนังนั้นจอห์นยินดีที่จะทำผิดกฏหมายเพื่อช่วยภรรยา เพื่อช่วยให้ครอบครัวได้เป็นครอบครัวอีกครั้ง แต่พวกเราคนไทยคงไม่สามารถจะทำผิดกฏหมายเพื่อช่วยชาติได้ ใช่มั้ย? หรือได้? หรือจริงๆ แล้ว เพื่อไล่นักการเมืองเลวๆ เราสามารถทำผิดกฏหมายได้? ผมเริ่มไม่แน่ใจ เพราะมาช่วงนี้ ตัวผมเองรู้สึกว่าพวกผีเปรตที่หิวโหยเหล่านั้นได้ไล่ต้อนความสำนึกชั่วดีของผมมาจนมุมแล้ว จนมุมจนอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องแผ่นดิน และยิ่งกว่านั้น เพื่อปกป้องตัวผมเอง ยิ่งมาเห็นความใจเด็ดของตัวละครอย่างจอห์น ผมยิ่งอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อไล่นักการเมืองเลวๆ ไปให้หมด เพื่อให้ประเทศของผมน่าอยู่ขึ้นในวันข้างหน้า เพื่อ The Next Generation แม้จะผิดกฏหมายก็ยอม

ก่อนที่ผมจะอารมณ์ขึ้นมากไปกว่านี้ 555 เอาเป็นว่า สำหรับผมแล้ว The Next Three Days คือหนังดราม่าแอ็คชั่นที่เข้มข้นที่สุดของปี 2010 หากหนังจะมีข้อเสียก็คงจะเป็นเรื่องที่ว่า สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูก็คงต้องรอสักพักเพื่อตามดูกันทางแผ่น DVD หรือ Blu-ray ล่ะครับ เพราะกว่าผมจะโพสต์เอนทรีย์นี้ หนังก็คงออกจากโรงลิโด้ที่ฉายเพียงโรงเดียวไปเรียบร้อยแล้วมั้ง 555 สวัสดีครับ

โดย PluralGuy

 

กลับไปที่ www.oknation.net