วันที่ พุธ ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หลักฐานที่ชัดเจน...เมื่อวัตถุระเบิดสามารถพิสูจน์ตัวผู้ประกอบได้ด้วย ดีเอ็นเอ


ใกล้จบปี พ.ศ. 2553 แล้ว  แต่ยังมีเรื่องสนุกกับงานอีกเรื่องหนึ่ง  ซึ่งเป็นเคสสำคัญกรณีการจับกุมตัวคนร้ายที่เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิด  แต่ต้องขอย้อนเรื่องราวกลับไปสักเล็กน้อยนะคะ  เมื่อ 23 ต.ค. 2553 (วันปิยมหาราช) เจ้าหน้าที่ทหารนาวิกโยธินได้เข้าทำการตรวจค้นพิสูจน์ทราบบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.ลุโบะสาวอ   อ.บาเจาะ  จ.นราธิวาส  เนื่องจากได้รับรายงานว่ามีการเคลื่อนไหวของสมาชิกแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบ         และการข่าวก็เป็นจริงเมื่อผลการตรวจค้นพิสูจน์ทราบบ้านดังกล่าว  ปรากฏว่าพบบุคคลมีหมายจับ  อยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุมของทางเจ้าหน้าที่ จำนวน 2 คน   นอกจากนั้นบุคคลทั้งสองยังเป็นสมาชิกแนวร่วมระดับสำคัญของพื้นที่ อ.ยี่งอ  จ.นราธิวาส    แต่เดินทางมาหลบซ่อนตัวในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส    ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกัน   จากการตรวจค้นภายในบ้านที่หลบซ่อนตัวพบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประกอบกับท่อพีวีซี จำนวน 3 ลูก  เป็นวัตถุระเบิดแบบเหยียบ ลักษณะเดียวกับทุ่นระเบิดบกแสวงเครื่องชนิดสังหารบุคคล 

หลังจากนั้น  ระหว่าง 24, 25, 27  ต.ค. 2553  คนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดในหลายอำเภอของ จ.นราธิวาส  โดยใช้วัตถุระเบิดแสวงเครื่องชนิดเดียวกันกับที่ตรวจค้นพบภายในบ้านที่จับตัวคนร้าย 2  คน ดังกล่าวข้างต้น   โดยที่เกิดเหตุส่วนใหญ่จะเป็นสวนยางพาราของราษฏรชาวไทยพุทธ   โดยเฉพาะช่วง 24-25 ต.ค.53   มีวัตถุระเบิดดังกล่าวถึง 23 ลูก  เกิดระเบิดขึ้น 14 ลูก  เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ได้  9 ลูก    เป็นเหตุทำให้ราษฏรไทยพุทธบาดเจ็บ 9 ราย  ราษฏรชาวไทยมุสลิม 1 ราย  เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 ราย(ขาขาด) และเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดของตำรวจ 2 ราย  นอกจากนั้นยังมีสวนยางพาราของราษฏรหลายแห่ง ถูกคนร้ายตัดทำลายได้รับความเสียหาย   ส่วนฝ่ายคนร้าย (ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่ามีใครบ้าง)  มีเพียงพื้นที่ อ.จะแนะ  จ.นราธิวาส   คนร้ายนำวัตถุระเบิดตามที่กล่าวถึง ไปวางไว้ในสวนยางพาราราษฏร พร้อมกับตัดทำลายต้นยางพาราด้วย  แต่สงสัยจะทำงานกันผิดพลาด  วัตถุระเบิดได้เกิดระเบิดขึ้น  สันนิษฐานว่าแรงระเบิดจะโดนคนร้ายด้วย  เนื่องจากพบรอยเลือด และข้อเท้าของคนร้ายขาดตกในที่เกิดเหตุ   แต่ก็ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด     ทุกคนจึงหันมาให้ความสนใจคนร้าย 2 คน ที่ถูกจับได้พร้อมกับวัตถุระเบิด  3 ลูก  เนื่องจากวัตถุระเบิดที่ตรวจยึดได้เป็นแบบเดียวกัน  จึงน่าเชื่อว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย  ทั้งสองเลยถูกนำตัวมาควบคุมที่ศูนย์ซักถาม

ความสนุกกับงานจึงเกิดขึ้น เมื่อคนร้ายจำนนต่อพยานหลักฐาน   แล้วยอมเปิดปากบอกเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่ที่ใช้ประกอบวัตถุระเบิด รวมถึงวัตถุระเบิดที่ประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้วจำนวนหลายลูก ซึ่งได้กระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเตรียมก่อเหตุร้าย   (จริง ๆ แล้วขยายผลได้มากกว่านี้อีกนะ)

แต่สิ่งที่สำคัญของเรื่องนี้ก็คือ  เมื่อไปนานมานี้ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม  สามารถตรวจเก็บดีเอ็นเอบุคคลจากวัตถุระเบิดที่เก็บกู้ได้จากเหตุการณ์ข้างต้น (ขอไม่บอกนะคะว่าได้จากส่วนไหนของวัตถุระเบิด..ความลับจริง ๆ ค่ะ)  ดีเอ็นเอบุคคลที่วัตถุพยานดังกล่าวตรงกับบุคคลคนหนึ่งซึ่งเคยถูกควบคุมตัวจากเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงหน้า สภ.ตากใบ เมื่อ 25 ต.ค. 2547    และถูกควบคุมตัวเป็นครั้งที่ 2   เมื่อ 29 ก.ค. 2550  เนื่องจากต้องสงสัยเกี่ยวข้องเป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบพื้นที่  อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส และรับสารภาพว่าเป็นสมาชิกแนวร่วมจริง  แต่พยานหลักฐานในขณะนั้นไม่เพียงพอที่จะดำเนินคดี  จึงถูกปล่อยตัวกลับภูมิลำเนา    แต่ตอนนี้....เขาคือ...มือประกอบระเบิด     

และไม่บ่อยนักที่จะพบดีเอ็นเอของมือประกอบระเบิดที่ตัววัตถุระเบิด  ส่วนใหญ่การพิสูจน์ทราบถึงมือประกอบระเบิด  มาจากการซักถามปากคำผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นเพียงคำบอกเล่า  คำซัดทอด    ความน่าเชื่อถือน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนและพิสูจน์ได้

สิ่งที่เจ้าหน้าที่ซักถามอย่างฉันดีใจและสนุกกับงานก็คือ ข้อมูลหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ดังกล่าวตรงกับผลการซักถามปากคำคนร้าย 2 คน ข้างต้นในก่อนหน้านี้  ซึ่งได้ซัดทอดพาดพิงถึงบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบวัตถุระเบิดที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ เป็นบุคคลคนเดียวกัน  ทำให้เชื่อว่าคนร้าย 2 คน พูดความจริง   เมื่อมีพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาบวกเข้า ทำให้ผลการซักถามเกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น หนทางในการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดก็ไม่ได้ตีบตันอีกต่อไป  

...บางครั้ง....ถึงจะดูเหมือนว่าเราเดินตามหลังคนร้าย แต่ก็ไม่ได้เดินหลงทาง อย่างน้อยก็มีพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะดีเอ็นเอบุคคลที่ตรงกับวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ  เป็นหนทางที่ทำให้รู้คนร้ายตัวจริง  

พยานหลักฐานที่ชัดเจนรออยู่แล้ว เหลือเพียงแต่ติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้เท่านั้นเอง.  (เพื่อจะได้สนุกกับงานกันต่อไป)  คนร้ายที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบวัตถุระเบิดมีจำนวนไม่มาก  ถ้าหากสามารถจับกุมตัวได้  อาจช่วยให้เหตุระเบิดในพื้นที่ชายแดนใต้ลดน้อยลง  

โดย happy-jinny

 

กลับไปที่ www.oknation.net