วันที่ พุธ ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แพรวา 8 ศพ.. สยอง 7 ศพ... ไม่เกิดหากรัฐบาลแก้ไขตามนี้


คลิปรถตู้ตกทางด่วน เมื่อ 1 พย. 2553

"ชวนคิดชวนคุยเจาะลึกวงจรปัญหาอุบัติเหตุทางถนน" คุณภาพแย่ทั้ง รถยนต์ ผู้คน และท้องถนน

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 19:00:00 น.

แบ่งปันข่าวนี้บน facebook Share










  สมัชชาสหประชาชาติได้มอบหมายให้สหพันธรัฐรัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้บริหารระดับสูงเรื่องความปลอดภัยทางถนน (First Global Ministerial Conference on Road Safety : Time for Action) ณ กรุงมอสโก ประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อวันที่ 19 - 20 พฤศจิกายน  2552 โดยเชิญผู้แทนระดับรัฐมนตรี/ระดับสูงของประเทศต่างๆ ผู้แทนคณะกรรมาธิการภูมิภาคของสหประชาชาติ องค์การอนามัยโลก  และองค์กรภายใต้การกำกับขององค์การสหประชาชาติ เข้าร่วมประชุม ประสงค์ให้ทุกประเทศช่วยกันลดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุลง ตั้งแต่ ค.ศ. 2011 - 2020
  

ทำไมสหประชาชาติ ถึงให้ความสำคัญ กับ การลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
  

ในขณะที่ประเทศไทย อุบัติเหตุบนท้องถนน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มากกว่า อาชญากรรม 4 เท่า 
   
 เมื่อไม่นานมานี้ ในงานเสวนา “ชวนคิดชวนคุยเจาะลึกวงจรปัญหาอุบัติเหตุทางถนน”จัดโดย ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ  และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมด้วย วิทยากร 1.นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์   ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ 2.ผศ.ดร.กัณวีร์ กนิษฐ์พงศ์  ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุเเห่งประเทศไทยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย 3.คุณศาสตราวุฒิ ผลบูรณ์  ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุเเห่งประเทศไทยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ทุกคนต่างนำเสนอข้อมูลที่น่าตกใจ

 

 

 จากบันทึกสถิติคดีอุบัติเหตุจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นรวม 983,076 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตไปแล้วถึง 124,855 ราย โดยในปี 2552 มีอุบัติเหตุทางถนน 84,806 ครั้งจำนวนผู้เสียชีวิต10,717 รายจำนวนผู้บาดเจ็บ 115,000 คน คิดเป็นในแต่ละวันมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยประมาณ 33 คน ซึ่งการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน สูงกว่าการเสียชีวิตจากคดีอาชญากรรมถึง 4 เท่า

 

 

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ  ถนนหนทาง    รถยนต์ มอเตอร์ไซต์ยันสิบล้อ และตัวผู้ขับขี่เอง

 

 

ถนนหนทางในเมืองไทย พวกเราคงชินตากับป้ายข้างทาง เสาไฟฟ้า หลักกิโลเมตร และอะไรต่อมิอะไรรอบข้างถนน รู้หรือไม่ สถิติอุบัติเหตุการชนเดียวเป็นสถิติอุบัติเหตุที่สูงที่สุด อย่างการขับรถชนเส่าไฟฟ้า ชนหลักกิโลเมตร รถพลิกคว่ำ เป็นต้น การชนแบบนี้เกิดจากการออกแบบถนนไม่ได้มาตราฐาน ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้ถนนเป็นการคมนาคมหลัก เหมือนไทยเรา รอบข้างถนนของเขาการทิ้งระยะปลอดภัย ให้ติดป้าย วางเสาไฟฟ้า ให้อยู่ห่างถนน เพราะเมื่อรถเกิดเสียหลักจะได้มีที่ทางให้หักหลบได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าหากเป็นบ้านเราหักหลบข้างทางไม่ชนเสาไฟฟ้า หลักกิโลเมตร ก็คงชนต้นไม้

 

 

กรณีรถตู้ตกทางด่วน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่าน ก็อยู่ในเกณฑ์นี้ เพราะหากใครได้ดูคลิปแล้ว คงรู้ว่าการที่รถตู้ตกทางด่วน เพราะขับชนกำแพงกั้นทางรูปตัววาย ที่มุมรูปตัววาย ซึ่งกลายเป็นยกรถให้ลอย ตกลงจากทางด่วนไป

พาหนะของตัวเอง เราต้องหมั่นตรวจเช็ดลมยาง เช็ดเครื่องยนต์กลไก รู้จักพาหนะของตัวเอง ทราบถึงขีดจำกัดของพาหนะ ตัวอย่างเช่น อาการเบรกแตกของบรรดารถใหญ่ สิบล้อ รถบัส รถทัวร์ จะใช้เบรกลม ที่เรามักได้ยินเสียงดัง    ฉี่ๆๆ เวลารถหยุด เบรกลม ใช้ลมจากเครื่องปันลม ภายในตัวรถ ซึ่งถ้าหากว่าลงหมด เบรกก็จะไม่ทำงาน ส่วนใหญ่เหตุการณ์แบบนี้เกิดบ่อยที่ทางลาด ทางชัน คนขับรถมักคิดว่าเบรกอยู่ แต่ทั้งที่จริง เบรกลมใช้ได้เพียง 5 นาทีเท่านั้น ยิ่งหากขับรถในภูมิประเทศลาดชัน อย่างภาคเหนือ เบรกคงแตกไหลตกเขาเป็นแน่

 

ในปี 2552 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนจำนวน 10,717 คนหรือเฉลี่ยวันละ 30 คน โดยร้อยละ 70 - 80  เกิดจากขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ เฉลี่ยผู้เสียชีวิตจากการขับขี่และซ้อนท้ายจักรยานยนต์อยู่ที่ประมาณวันละ 24 คน หรือในแต่ละชั่วโมง มีผู้เสียชีวิต 1 คน

 

 

พฤติกรรมของคนขับขี่รถ ที่ไม่พึงประสงค์ เช่น  คุยโทรศัพท์ ขณะขับรถ หลับใน เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรัภัย เป็นต้น ตัวการของอุบัติเหตุอันดับหนึ่งที่ตำรวจบันทึกไว้คือการขับรถเร็วเกินอัตราที่กำหนด โดย ระหว่างปีพ.ศ. 2542 - 2552 เกิดอุบัติเหตุจากความเร็วนี้ 15,000 - 17,294 ครั้งต่อปี คดีอุบัติเหตุทางถนนเนื่องจากการเมาแล้วขับมีสัดส่วนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พบว่าผู้บาดเจ็บมีความสัมพันธ์กับการดื่มสุรา ถึงร้อยละ 20 และเพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ 35-40 ในช่วงเทศกาล นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มเยาวชนที่อายุน้อยกว่า 15 ปีที่ประสบอุบัติเหตุมีการดื่มสุราถึงร้อยละ 6 โดยกลุ่มผู้บาดเจ็บที่มีสัดส่วนการดื่มแล้วขับสูงสุด คือ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์


พบว่าในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2539-2550 เยาวชนอายุ 15-19 ปี มีอัตราการดื่มประจำเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 ในปี 2550 พบว่าเยาวชนที่อายุ 15 ปีขึ้นไปดื่มสุรามากถึง 19.3 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงถึง 2.3 ล้านคน การจำหน่ายสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ยังมีอยู่ใช่หรือไม่

 

 

ในช่วงหยุดยาว ปีใหม่    ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิต   จะทำลายสถิติหรือไม่  ขึ้นอยู่กับผู้ขับขี่ทุกคน .

 

 

(เรื่องและภาพโดย วิศาสตร์ สวัสดิ์ภักดี )





โดย แมวหน้าโรงหนังลุง

 

กลับไปที่ www.oknation.net