วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหียกวงเอี่ยม : ประวัติศาสตร์ที่ขาดหาย !?


 

เหียกวงเอี่ยม คือ ผู้เดินทางมาจากประเทศจีน

คือ หัวหน้ากรรมกรท่าเรือ

คือ อดีตประธานหอการค้าไทย-จีน

คือ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิปอเต็กตึ้ง และโรงพยาบาลหัวเฉียว

คือ ผู้เดินทางจากประเทศไทยไปประเทศจีนก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2

และ คือ ผู้นำข่าวกองทัพญี่ปุ่นจะบุกดินแดนเอเซียอาคเนย์รวมทั้งประเทศไทย มาวางแผนรับมือญี่ปุ่นในช่วงก่อนสงครามโลกจะเกิด

เหียกวงเอี่ยม ถูกยิงตายที่หน้าโรงหนังเทียนกัวเทียน (โรงงิ้ว) เยาวราช เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2482

(ภาพรถยนต์ของเหียกวงเอี่ยมจอดในจุดที่ถูกลอบสังหาร)

โรงพยาบาลหัวเฉียว มีรูปหล่อครึ่งตัวของ เหียกวงเอี่ยม พร้อมคำประกาศเกียรติคุณ

รูปร่างสูงใหญ่น่าเกรงขาม
ถือความสัตย์ซื่อในการกระทำ
ยึดมั่นความดีเชิดคุณธรรม
จดจำนาม เหียกวงเอี่ยม ตราบนิรันดร์

(พระยาพหลพลพยุหเสนา (ซ้าย) กับ เหียกวงเอี่ยม)

และรูปหล่อ เหียมุยเก๋า (มงคล นาวิกผล) หลานบุญธรรมของเหียกวงเอี่ยม
                                 
ความสามารถโดดเด่นเห็นประจักษ์
อีกหนักแน่นมั่นคงซื่อตรงยิ่ง
กอปรไปด้วยน้ำใจไมตรีจริง
เป็นมิ่งมิตรอุทิศตนช่วยชนผอง

นับเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ในประวัติศาสตร์ไทยสำนวนต่างๆ ไม่เคยบันทึกเรื่องจริงของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง ที่มีส่วนสำคัญในการร่วมรักษาเอกราชของชาติไทย แม้แต่เรื่องราวของ อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ และ ขบวนการเสรีไทย ก็บันทึกไว้อย่างเสียมิได้

(เหียกวงเอี่ยมถวายช่อดอกไม้แด่พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2481)

ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช เคยเขียนคำนำในหนังสือ "รักชาติยิ่งชีพ” ชีวประวัติเหียกวงเอี่ยมไว้ว่า

“ชีวิตและการต่อสู้ของ เหียกวงเอี่ยม อดีตประธานหอการค้าไทย-จีน นอกจากจะเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ยังเป็นส่วนที่ขาดหายไป ทั้งๆ ที่หลายสิ่งหลายอย่างที่เหียกวงเอี่ยมกระทำลงไป เป็นรอยต่ออันสำคัญยิ่งของกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและการเมืองในภูมิภาคนี้”

(คณะกรรมการชุดแรกของมูลนิธิปอเต็กตึ้ง, ซ้ายสุดแถวหน้าคือ นายอุเทน เตชะไพบูลย์)

“ตลอดเวลา 36 ปีที่เหียกวงเอี่ยมอยู่ในประเทศไทย เขาได้ใช้ชีวิตที่สมบูรณ์และมีค่าเกินกว่าคนจีนทั้งหลายที่เข้ามาอยู่ในสยามเคยมีมา ชะตากรรมของเขาถูกกำหนดโดยพลังที่ยิ่งใหญ่แข็งแกร่งเกินกว่าที่ตัวเขาจะหลีกเลี่ยง”

“ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตและการต่อสู้ของคนคนหนึ่งในระยะเวลาไม่ยาวนานนัก จะส่งผลสะเทือนในด้านที่เป็นคุณค่าต่อชาติทั้งสอง ผู้คนมากมายและองค์กรหลายด้าน อย่างใหญ่หลวงปานนี้”

(เหียกวงเอี่ยม กับเจ้าสัว โอ่ว บุ่น โห้ว เจ้าของยาหม่องตราเสือ) 

“เหียกวงเอี่ยมตายโดยไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร เลือดแดงฉานของเขาที่ไหลเป็นทางลงอาบถนนเยาวราชเป็นเสมือนสัญญลักษณ์แห่งความรักชาติรักแผ่นดินทั้งสอง อันมีถนนเยาวราชในชุมชนชาวจีน เป็นเส้นทางรองรับเชื่อมสายสัมพันธ์นี้แม้จะด้วยเลือดและชีวิตก็ตามที”

(ผู้คนที่ทราบข่าวการลอบสังหารเหียกวงเอี่ยม ต่างมาร่วมไว้อาลัยหน้าหอการค้าไทย-จีน)

แม้ว่าตามหลักฐานของทางการจะระบุว่า เหียกวงเอี่ยมถูกคนจีนด้วยกันฆ่าตาย

แต่เป็นที่รู้กันในหมู่คนยุคนั้นว่า ผู้ยิงเหียกวงเอี่ยมเป็นตำรวจยศนายสิบ!!

เนื่องจาก เหียกวงเอี่ยม รูปร่างใหญ่โตกว่าคนไทยหรือคนจีนธรรมดา เมื่อตายอย่างเฉียบพลันจึงมีปัญหาเรื่องโลงศพ

เพราะโลงไม้จำปาขนาดใหญ่นั้นต้องสั่งทำล่วงหน้าและใช้เวลาหลายวัน ทางร้านจึงแนะนำให้ไปบอก “เจ้าสัวกิมหงวน” (คุณก๋งของผู้เขียน) เนื่องจากท่านสั่งทำโลงศพและฝากเก็บไว้ที่ร้านนานแล้ว

โลงจำปาดังกล่าวมีขนาดใหญ่มาก เพราะแม่ของคุณก๋งอายุเกือบร้อยปี รูปร่างสูงใหญ่ คุณก๋งจึงให้นำโลงศพไปใช้ก่อน...

โดย คนแซ่ลิ้ม (5 กรกฎาคม 2550)

 

โดย คนแซ่ลิ้ม

 

กลับไปที่ www.oknation.net