วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โกหกหน้าด้าน ๆ กับผลพิสูจน์ เก๋งชนกับตู้ แพรวา 9 ศพ



ให้ดูคลิปนี้จะเห็นว่าร่องรอยความเสียหายหรือร่องรอยการเฉี่ยวชชน 

ที่บริเวณด้านหน้าขวาของรถตู้จะไม่มีร่องรอยการเฉี่ยวชน 

และให้จับตาดูนาที่ ที่ 5.47-49 จับตาดูดีดี 

 




เปิดผลพิสูจน์ที่เกิดเหตุเก๋งเสียหลักก่อนชนรถตู้

· 29 ธันวาคม 2553 เวลา 18:53 น. |

· เปิดอ่าน 10,370 |

· comment ความคิดเห็น 14

ทีมสืบสวนเหตุรถเก๋งชนรถตู้พบ รถเก๋งครูดขอบทางก่อนหมุนชนกับรถตู้ ระบุต้องสอบสวนคนขับเก๋งหาสาเหตุการเสียหลัก ชี้อาจง่วงนอน รับโทรศัพท์

นายธวัชชัย เหล่าศิริหงษ์ทอง ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการจราจรและขนส่ง หัวหน้าทีมสืบสวนเหตุการณ์ชนบนถนน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวกับ โพสต์ทูเดย์ ว่า ในวันนี้ (29ธ.ค.) ทีมงานได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถตู้บนทางด่วนโทลล์เวย์ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่ามีรอยครูดบนกำแพงทางด่วนในเลนขวา ซึ่งเป็นเลนที่รถเก๋งฮอนด้าซีวิควิ่งมา ก่อนที่จะถึงจุดที่ชนกับรถตู้ รวมทั้งได้ตรวจพบรอยครูดบนด้านขวาของซากรถเก๋งเช่นกัน ทำให้สันนิษฐานได้ว่ารถเก๋งได้เสียหลักครูดกับกำแพงด้านขวาก่อนที่จะเบี่ยงมาทางด้านซ้ายและชนเข้ากับรถตู้ที่วิ่งมาในเลนกลาง

ทั้งนี้จากการตรวจสอบร่องรอยการชน พบว่า รถเก๋งมีรอยชนในมุมซ้ายด้านหน้า ขณะที่รถตู้มีรอยชนตรงช่วงหน้าด้านขวา ซึ่งเป็นการชนหลังจากที่รถเก๋งเสียหลักครูดกำแพงและเบี่ยงเข้ามาในเลนกลางที่รถตู้วิ่งมา

"ผลจากการชนทำให้รถตู้พลิกตะแคงซ้าย เนื่องจากรถเก๋งมีลักษณะตัวถังที่ต่ำกว่าเมื่อเกิดการชนจึงมีลักษณะเข้าไปช้อนใต้ด้านหน้าของรถตู้ทำให้พลิกตะแคงและกระเด็นไปฟาดกับเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีจุดปะทะอยู่ตรงหลังคาของห้องโดยสาร"นายธวัชชัยกล่าว

ขณะนี้สรุปได้เพียงเบื้องต้นว่า รถเก๋งเสียหลักก่อนจึงจะชนรถตู้และเป็นการชนที่ด้านหน้าไม่ใช่ด้านท้าย ซึ่งสิ่งที่ต้องค้นหาต่อไปคือ รถเก๋งเสียหลักเพราะอะไร โดยมุ่งไปที่เหตุผลของคนขับเป็นหลัก เพราะสภาพรถยนต์และถนนไม่บกพร่อง คือ รถไม่ได้ยางแตก ถนนไม่มีจุดเป็นหลุมบ่อ ดังนั้นการเสียหลักอาจจะมีสาเหตุจากคนขับ เช่น ง่วงนอน รับโทรศัพท์ ฯลฯ ซึ่งจำเป็นต้องสอบถามจากคนขับต่อไป รวมถึงการนำภาพจากกล้องวงจรปิดในมุมต่างๆมาพิจารณาเปรียบเทียบกับหลักฐานที่ตรวจสอบได้จากที่เกิดเหตุ

นายธวัชชัยกล่าวว่า ในวันที่ 30 ธ.ค.นี้ ทีมงานได้ทำหนังสือเพื่อขอภาพวีดีโอจากกล้อวงจรปิด ในมุมอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาหาสาเหตุ เนื่องจากภาพวงจรปิดที่ถูกนำมาเผยแพร่ตามสื่อมวลชนนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ว่ารถเก๋งเสียหลักเพราะอะไร

ทั้งนี้ในการตรวจสอบซากรถเก๋ง ได้พบรอยสีแดงที่หัวรถด้านซ้าย แต่เท่าที่ตรวจสอบพบว่าไม่ใช่สีพ่นรถยนต์ และไม่ใช่สีรถตู้ ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นรอยสีที่เกิดขึ้นก่อนหรือหลังอุบัติเหตุ นอกจากนี้ในการตรวจสอบซากรถตู้ยังพบว่า ประตูอยู่ในสภาพปิดสนิท และเปิดไม่ออกเพราะเสียรูปทรงจากอุบัติเหตุ แต่กระจกหน้าต่างแตกออกหมด จึงสันนิษฐานได้ว่า ผู้เสียชีวิตที่หลุดออกมาจากรถน่าจะหลุดออกมาทางหน้าต่าง

"ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขับรถเร็วและประมาทเป็นสาเหตุหนึ่งของอุบัติเหตุในครั้งนี้ ฉะนั้นการใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดและไม่ประมาทจึงเป็นแนวทางป้องกันอุบัติเหตุในระยะยาว นอกจากนี้ในเรื่องของประสบการณ์การขับรถก็มีส่วนสำคัญ เพราะถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินผู้ที่มีประสบการณ์น้อยก็อาจควบคุมรถไม่ได้ ซึ่งในบางประเทศมีการกำหนดว่า ถ้าพึ่งสอบใบขับขี่ผ่านก็จะห้ามใช้ทางด่วน หรือต้องมีผู้ที่มีประสบการณ์นั่งไปด้วย"นายธวัชชัยกล่าว     

อำนวยขอดูหลักฐานคดีรถตู้โทลล์เวย์

ด้าน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  (รองผบช.น.) รับผิดชอบงานด้านกฎหมาย เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (30 ธ.ค.) เวลา 10.00 น. ตนจะเรียกพนักงานสอบสวนของสน.วิภาวดี นำข้อมูลหลักฐานทั้งหมดในคดีที่รถตู้โดยสารประสบอุบัติเหตุบนทางด่วนโทลล์เวย์ เพื่อวิเคราะห์ลงความเห็นในด้านตัวบทกฎหมายว่าจะต้องดำเนินคดีในด้านใดบ้าง หากพบว่าเป็นการประมาท ก็จะต้องดำเนินคดีต่อไป โดยมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ปี ในส่วนที่ว่าคู่กรณีมีอายุ 16 ปี และไม่มีใบขับขี่รถยนต์นั้น ก็จะเป็นความผิดในส่วนดังกล่าว ซึ่งจะต้องมีโทษปรับตามอัตราที่กำหนด โดยในวันพรุ่งนี้น่าจะมีความคืบหน้าของคดีดังกล่าว

***ภาพจำลองแสดงข้อสันนิษฐานอุบัติเหตุบนโทลล์เวย์จากข้อมูลของทีมสืบสวนเหตุการณ์ชนบนถนน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี****

 

 -วงจรปิดยันเก๋งสะกิดท้ายรถตู้


ที่บช.น. พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานจราจร กล่าวว่า สาเหตุของอุบัติเหตุน่าจะมาจากความเร็วและความประมาท โดยผู้ก่อเหตุเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 16 ปี 6 เดือน กฎหมายยังไม่อนุญาตให้มีใบขับขี่ เท่าที่ดูจากภาพวงจรปิดของบริษัททางด่วนโทลล์เวย์ บันทึกได้เห็นช่วงเดียว กล้องของโทลล์เวย์จะติดไว้ทุกๆ 1 ก.ม. ภาพจะย้อนแสงไฟ เห็น ความเร็วของรถทั้งสองคันตามกันมา แต่ไม่มีอัตราระบุว่าใช้ความเร็วมากน้อยเท่าใด เราดูด้วยตาจะประมาณการความเร็วไม่ได้ ต้องใช้อุปกรณ์กล้องตรวจจับความเร็ว แต่จากการสอบปากคำพยานระบุว่าอยู่ประมาณ 100 ก.ม. จะเห็นว่าขับตามกันอย่างกระชั้นชิด สังเกตลักษณะ การชนไม่แรง เพราะรถทั้งสองคันความเร็วพอๆ กัน แต่ก็ทำให้รถตู้เสียหลัก โดยรถตู้บรรทุกคนมาเต็มอัตรากำหนดคือ 14 คน แบ่งเป็นผู้โดยสาร 13 คน คนขับอีก 1 คน เมื่อถูกรถเก๋งชนสะกิด ทำให้เสียหลักไปปะทะกับขอบปูนกั้นด้านข้างทาง ส่งผลให้ด้านท้ายรถตู้เปิดออก โดยประตูด้านข้างไม่ได้เปิดแต่อย่างใด ตรวจสอบพบว่ายังคงล็อกอยู่ปกติ ผู้โดยสารที่อยู่ภายในรถตู้หลายคนหลับอยู่ ไม่ทันระวังตัว การหลุดออกจากรถไปทำให้เกิดความสูญเสียเป็นจำนวนมาก ถ้ามีการคาดเข็มขัดที่เก้าอี้นั่งทุกตัวจะมีอยู่ ผู้โดยสารจะไม่กระเด็นหลุดออกมาแบบนี้ โอกาสสูญเสียก็จะลดน้อยลงได้มาก เมื่อกระเด็นหลุดออกจากรถตู้ เนื่องจากขอบทางโทลล์เวย์มีระดับไม่สูงมากนัก ทำให้ร่างพุ่งออกตกลงมาจากทางด่วน มีความสูงจากพื้นราบประมาณ 20 เมตร โอกาสสูญเสียมีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

 



อ่านข้อความด้านบนแแล้วคราวนี้มาจับเท็จกัน


 

ด้านหน้าขวารถเก๋ง

ด้านหน้าซ้ายรถเก่ง

""ผลจากการชนทำให้รถตู้พลิกตะแคงซ้าย เนื่องจากรถเก๋งมีลักษณะตัวถังที่ต่ำกว่าเมื่อเกิดการชนจึงมีลักษณะเข้าไปช้อนใต้ด้านหน้าของรถตู้ทำให้พลิกตะแคงและกระเด็นไปฟาดกับเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีจุดปะทะอยู่ตรงหลังคาของห้องโดยสาร"นายธวัชชัยกล่าว"

ขณะนี้สรุปได้เพียงเบื้องต้นว่า รถเก๋งเสียหลักก่อนจึงจะชนรถตู้และเป็นการชนที่ด้านหน้าไม่ใช่ด้านท้าย


"ด้านซ้ายรถเก๋งชนกับหน้าขวารถตู้" 

จับเท็จ 

 ด้านหน้าขวาของรถยนต์เก๋งมีความเสียหายมากกว่า ด้านหน้าซ้าย หากเราดูจากร่องรอยความเสียหายและบุบบริเวณด้านหน้า (มองหน้าตรง) เมื่อเรายื่นมองเขาหารถเก๋ง เราจะเห็นด้านขวาของตัวรถ(ซ้ายเมือของเรา) จะยุบเข้าไปมากกว่า ด้านซ้าย

 หากด้านซ้ายของรถยนต์เก๋งชนเข้ากับด้านหน้าขวาของรถตู้แล้ว ความเสียหายด้านหน้าซ้ายของรถยนต์เก๋งจะมากกว่าด้านหน้าซ้าย และลักษณะบาดแผลร่องรอยความเสียหายจะบุบเข้าไป และมีรอยครูด  จากด้านหลังมาด้านหน้า แต่กับเหตุการณ์นี้ความเสียหายของรถยนต์เก๋งไม่มีรอบครูดลักษณะดังกล่าว

 ความเสียหายของรถยนต์ที่เป็นรอยบุบบริเวณเสาเก๋งด้านซ้ายสันนิฐานว่าเกิดจากการฟาดกับเสา ส่วนความเสียหายอื่น ๆ ด้านซ้ายของรถยนต์เก๋งสันนิฐานว่าครูดกับขอบทางกั้นกันตก


 สรุปแล้วเป็นไม่ได้ที่ลักษณะการชนจะเป็นไปตามที่ผลพิสูจน์ออกมา และผลพิสูจน์นี้ออกมาเร็วเกินที่ควรน่าจะเป็น 

การพิสูจน์นี้ได้ไปดูสถานที่เกิดเหตุจริงหรือไม่ ถ้าไม่ไปดูแล้วจะตั้งสมมุติฐานเอาเองไม่ได้เลย 





ภาพถ่ายด้านซ้ายของรถตู้


ภาพถ่ายจากด้านหลังคารถตู้

คราวนี้มาดูความเสียหายของรถตู้ที่ด้านหน้าซ้าย จากภาพถ่าย ความเสียหายที่เกิดจากการชนไม่มี แล้วจะชนกันได้อย่างไรในลักษณะที่ผลพิสูจน์ออกมา



"ใครมี ขอรูปถ่ายความเสียหายทั้ง 4 ด้านของรถทั้งสองคัน ถ้าถ่ายในแบบทะแยงมุมได้ยิ่งดี" ขอบคุณครับ



 


โดย แมวหน้าโรงหนังลุง

 

กลับไปที่ www.oknation.net