วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

>> โอ้ ! 7 วัน 7 คืน...ถึงจิต ถึงใจ จริง ๆ...


       วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปี  2553  อีกประมาณ 22 กว่าชั่วโมงก็จะก้าวพ้น

ปีเก่า  สู่ปีใหม่  (มีเกิด  ตั้งอยู่  ดับไป)   ...ที่ผ่านมาในแต่ละวันผมก็กินข้าว

3  มื้อ  ออกกำลังกายเดือนละ  6  ครั้ง (อาจจะน้อยไปหน่อยครับ) ... ทั้งนี้

ก็เพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรง มีกำลังกาย ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ   แต่ด้านจิตใจ

ในแต่ละวันต้องเจออะไรมากมาย..เจอทั้งเรื่อง สุข  ทุกข์   สมหวัง  ผิดหวัง

มีได้  มีเสีย  สรรเสริญ  นินทา  ...ในแต่ละวันเราจะเจอด้าน บวก หรือด้านลบ

ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของเรานั่นเอง  เราเจออะไรมากมายในแต่ละวัน .ได้ออก

กำลังกายให้กับจิตใจกันก็ค่อนข้างน้อย เพราะต้องใช้ชีวิตที่เร่งรีบ...ผมเอง

ก็ได้แต่สวดมนต์ แต่ไม่สม่ำเสมอ...ซึ่งก็ได้เคยอ่านหนังสือธรรมะมาบ้างว่า

"สวดมนต์เป็นยาทา  วิปัสสนาเป็นยากิน"   ผมเกิดมาก็มีศาสนาพุทธ

ตามทะเบียนบ้านที่ระบุไว้ให้ผมตั้งแต่เกิดมาแล้ว ยังไม่เข้าใจอย่างท่องแท้ 

กิจกรรมส่วนใหญ่ที่ทำคือทำบุญด้วยการให้ทาน  ตักบาตร

 (ช่วงวันสำคัญทางศาสนา..ในโอกาสที่กลับบ้านต่างจังหวัดจึงจะได้ทำ) 

ซึ่งวันพระย่อย ๆ ก็จะไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ทำบุญตักบาตร ซักเท่าไหร่

              ช่วงต้นเดือนผมได้มีโอกาสได้ฟังธรรมะ จากพระอาจารย์

คึกฤทธิ์โสตฺถิผโล   วัดนาป่าพง ท่านมาเทศน์ที่ ส.ส.ท.  ตามแนวทางพุทธวจน

ของพระพุทธเจ้าที่ท่านได้รวบรวมไว้ ซึ่งในพุทธวจนได้กล่าวถึงการทำบุญว่า

หากเราทำบุญให้ทาน ถือศีล บุญที่ได้ก็เป็นเพียงหลักสิบ หลักร้อยเท่านั้น แต่

ถ้าเรานั่งวิปัสสนากรรมฐาน จะได้ถึงหลักพันหลักหมื่น  และอีกส่วนหนึ่งมี 

 อ.เอ๋ แนะนำให้ไปปฏิบัติธรรม นั่งกรรมฐาน...ผมก็ได้มีโอกาสไปไหว้หลวงพ่อ

จรัญ มา  2  ครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม และได้ฟัง MP3

ประวัติของหลวงพ่อจรัญตั้งแต่สมัยตอนเด็ก ผมได้มาโดยบังเอิญ

เมื่อประมาณเดือนพฤจิกายน ที่ผ่านมาจากผู้ชายตาบอดที่มานวดให้ผมมีทั้งหมด

  13 แผ่น  ผมก็เปิดฟังในรถ ผมจึงตัดสินใจเคลียร์ตัวเอง  7 วัน เพื่อไป

พัฒนาจิตที่วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ผมไปมา 10 กว่าวัน แล้ว 

จึงนำมาเล่าสู่กันฟังครับก่อนสิ้นปี

            ผมก็เชื่อว่าจุดมุ่งหมายของผู้มาปฏิบัติธรรมคงจะมี 2  ประเด็น

1. มีความทุกข์มาแล้วจึงต้องการเข้าหาธรรมะ

2. ผู้ที่ต้องการพัฒนาจิตใจตนเอง

                สำหรับผมเองทั้ง 2 อย่างเลยครับ และผมทึ่งมากทำไมวัดนี้มีผู้มา

ปฏิบัติเยอะมาก เป็นพันคน  เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ผมจะไป  2  พันคน 

..อย่างว่าแหละครับ พันพ่อ พันแม่  คนเยอะ  ปัญหาก็เยอะ สิ่งที่ผมพบ

คือ มารยาท และความไม่มีระเบียบวินัย  ทางวัดก็ต้องการให้มีระบบ ระเบียบ

วันแรก ๆ เจ้าหน้าที่ก็จะเหนื่อยหน่อย ..ตามใจคือ

ไทยแท้จริง ๆ  นี่ขนาดในวัดนะครับ... เช่น การจะนั่งทานข้าวควรต้องยกเก้าอี้

ควรนั่งให้เต็มโต๊ะก่อน  ทานเสร็จแล้วก็ควรจะต้องยกเก้าอี้เก็บที่เดิม  หรือการ

ปิดโทรศัพท์ ขณะปฏิบัติก็ยังมีเสียงมาเป็นระยะ... และมาปฏิบัติก็ต้องพูดให้น้อย

สำรวมกาย วาจา  ใจ ..ผมมองว่าสิ่งเหล่านี้พื้นฐานซึ่งไม่น่าจะต้องบอกกันแล้ว

พอวันต่อ ๆ  มา ก็เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นระบบระเบียบมากขึ้น สิ่งที่ผมได้

จากการเข้าปฏิบัติธรรมทีวัดอัมพวันแห่งนี้คือ

1.  ได้เข้าใจพุทธศาสนามากขึ้น..เรามีของดีอยู่แล้ว เมื่อได้นั่งวิปัสสนากรรมฐาน

     จึงฝึกความอดทน ต้องข่มเวทนาให้ได้  เพราะเราต้องปวด ต้องเมื่อย

2.  รู้และเข้าใจ คำที่ว่า  "จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว"  จากการนั่งวิปัสสนา

     กรรมฐานนี่เอง เพราะจริง ๆ  แล้ว เราใช้จิตสั่งให้ร่างกาย เราทำอะไรก็ได้

     ไม่ให้ปวด ไม่ให้เมื่อยได้ ทำให้มีสติรู้เนื้อรู้ตัวตลอดเวลา ที่ผ่านมาจิตมันสั่งเรา

     ตลอด ทำให้เราประมาท ขาดสติ  ไม่รู้เนื้อรู้ตัว

3. นั่งสมาธิ และเดินจงกรมเป็น ที่ผ่านมาอ่านหนังสือก็ปฏิบัติได้ไม่เข้าใจ

    ลึกซึ้ง อย่างที่เรียกว่า บางอย่างก็ต้องฝึกให้เกิดทักษะ

4. ได้ฝึกความมีระเบียบ วินัย  ความอดทน  สร้างความเพียร  เพราะต้องตื่น

     ตั้งแต่ ตี  3  ทุกวัน ทั้งนี้ต้องฝึกถึง  4  ช่วง  รวม ๆ แล้ววันหนึ่งก็ประมาณ

     12  ชั่วโมง  ... และต้องถือศีล 8    ทาน  2  มื้อ

5.  ได้เจอกัณยาณมิตรที่ดีมาจากหลากหลายอาชีพ แต่สิ่งที่ผมสังเกต คนรุ่นใหม่

    ๆ  อายุ  20 กว่า  ๆ  ก็มาปฏิบัติกันเยอะ 

6.  ได้ความภาคภูมิใจที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนในการถือพานแพ เพื่อลาศีล

7.  ได้เรียนรู้ว่าชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องกินมาก  นอนมาก ก็อยู่อย่างมีความสุขได้

8. ได้รู้ขั้นตอนในการปฏิบัติ การเดินจงกรม  นั่งกรรมฐาน  แผ่เมตตา ที่ถูกต้อง

    เพราะถ้าทำไม่ถูก ในเวลาที่เรากำหนดที่เราตั้งใจแผ่เมตตาให้ สัตว์ทั้งหลาย

     เจ้ากรรมนายเวร  บิดามารดา  ฯลฯ  ก็จะไม่ได้ผล

9.  ได้รู้ท่านั่งพับเพียบสำหรับการไหว้พระ  การนั่งขัดสมาธิ ที่ถูกต้อง

10. ได้อโหสิกรรมให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง  ให้อภัย จิตใจโล่ง สบาย

     (หากท่านที่ผมเคยร่วมงานด้วยต้องการอะไร ผมพร้อมที่จะให้..ขอให้โทรมา)

11.  ได้เจออะไรที่ลี้ลับจากการนั่งกรรมฐาน สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจตังครับ

      (รู้ได้เฉพาะตน)    ต้องฝึกด้วยตนเอง แล้วจะเห็นอดีต กรรมเก่า ได้

     ..เป็นปัจจตังนะครับ     และอนิสงส์จากการแผ่เมตตาและตั้งจิตอธิฐานขอ

       ผมไปนำเสนองาน  หลังจากกลับมาจากการปฏิบัติธรรมได้งานที่ปรึกษา

       ด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ และองค์การ  ร่วม  10 บริษัท

            ผมก็ตั้งใจว่า  1  ปี ไปฝึกที่วัด  1-2  ครั้ง  แต่พระที่สอนท่านให้ฝึกทุกวัน

ดีที่สุด  ธรรมะต้องสม่ำเสมอ ..ผมก็เชื่อว่าสิ่ง ๆ  ก็ต้องเข้ามาในชีวิตครับ...

       ผมนำรูปบรรยากาศมาให้ดูครับ ต้องลาศีลวันสุดท้ายจึงจะถ่ายรูปได้ครับ

        ร่วมถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ กัณยาณมิตรครับก่อนกลับบ้าน

 ก่อนกลับก็กราบลาหลวงพ่อจรัญ ญาติโยมเยอะมากครับ

      

  

โดย มือทอง

 

กลับไปที่ www.oknation.net