วันที่ อังคาร มกราคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โขงสองฝั่ง (๔๐) ปลดปล่อยลาวและอินโดจีน กระแสข่าวที่มากับสายลมหนาว


          โดยสัจจริงแล้วผมไม่เคยรู้จักเส้นสาย พคท. โดยเปิดเผย แต่เมื่อถูกป้ายสีหนักเข้า ผมก็เลยสนใจอยากรู้จัก พคท. บ้าง

          วิธีแรกคือติดตามข่าวสารผ่าน สปท. - สถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย  (VOPT_The Voice of The People of Thailand) ซึ่งส่งกระจายเสียงในระบบคลื่นสั้น จากห้องส่งเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนานของจีน (๒๕๐๙-๒๕๒๒)

          ช่วงที่ผมถูกดักยิงก็มีรายงานข่าวผ่าน สปท.

แผนผังแสดงการส่งเพลงสู่วิทยุ สปท. (สายลมเปลี่ยนทิศ.. แต่ดวงจิตมิได้เปลี่ยนเลย, โครงการบันทึกและเผยแพร่ประวัติศาสตร์งานและเพลงปฏิวัติ ผลึกแห่งชีวิตและเสียงเพลงปฏิวัติไทย, ๒๕๔๖ หน้า ๙๙)

          แต่ข่าวที่นำความตื่นตาตื่นใจที่สุดในช่วงปี ๒๕๑๘ เห็นจะเป็นข่าวชัยชนะต่อจักรพรรดินิยมอเมริกาในเวียดนาม ลาว และกัมพูชา

          กลับไปฟังคำบอกเล่าของท่านนายพลสิงกะโป สีโคดจันทะมาลี...

          “...เราจึงออกแรงสุดขีดเพื่อประกอบส่วนเข้าในสิ่งที่เชื่อมั่นว่า “หมากผลสุดท้าย ของการปฏิวัติ” และ “ครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สองเด็ดขาด

          แล้ววันสำคัญที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของแผ่นดินลาวเพื่อคนทั้งชาติและคนทั้งโลกก็ได้จารึกถึงการเปลี่ยนแปลงอันมหัศจรรย์

          วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๑๙๗๕(๒๕๑๘) มวลชนชาวนครหลวงเวียงจันทน์จำนวนสองแสนกว่าคนได้รวมชุมนุม ทั้งเป็นการฉลองครบรอบ ๓๐ ปีแห่งการยึดอำนาจจากพวกฟาสซิสต์ญี่ปุ่น และทั้งเป็นการประกาศยกเลิกอำนาจการปกครองเก่า และสถาปนาอำนาจการปกครองแขวงกำแพงนครปฏิวัติขึ้นแทน

          วันที่ ๔ กันยายน ๑๙๗๕(๒๕๑๘) ศาลประชาชนสูงสุดได้เปิดการตัดสินโทษพวกหัวโจกปฏิกิริยา ๓๑ คนที่เผ่นหนีไปต่างประเทศหมดแล้ว

          วันที่ ๑-๒ ธันวาคม ๑๙๗๕(๒๕๑๘) ศักราชใหม่เริ่มต้นเมื่อมีการเปิดการประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศขึ้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ มีบรรดาตัวแทนที่ได้รับเลือกตั้งจากการหย่อนบัตรคัดเลือกของประชาชนในแขวงต่างๆ เป็นตัวแทนให้ทุกเผ่าชน ทหาร องค์การของรัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิ ปัญญาชน เข้าร่วมทั้งหมด ๒๖๔ ท่าน (นับทั้งเราผู้หนึ่งในจำนวนนั้น)

สะเด็ดเจ้าสุพานุวง ผู้นำแนวลาวฮักชาด และปะทานปะเทด ส.ป.ป.ลาว ยุคแรก

          ที่ประชุมได้รับรองหนังสือสละราชบัลลังก์ของเจ้ามหาชีวิต หนังสือยุบตัวเองของคณะรัฐบาล และของคณะมนตรีประสมการเมืองแห่งชาติ และมีมติเป็นเอกฉันท์ในเรื่องต่างๆ อันมีความหมายในทางประวัติศาสตร์ เช่นตกลงยกเลิกระบอบราชาธิปไตยที่ล้าสมัยและสถาปนาระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  สถาปนาสภาประชาชนสูงสุด แต่งตั้งประธานประเทศ และสถาปนารัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กำหนดธงชาติ เพลงชาติ และภาษาทางรัฐการ

สะหายไกสอน พมวิหาน เลขาธิการใหญ่พรรคประชาชนปฏิวัติลาว และนายกรัฐมนตรี ส.ป.ป.ลาวในยุคบุกเบิก

          วันที่ ๒ ธันวาคม ๑๙๗๕(๒๕๑๘) ที่ประชุมใหญ่ได้ปิดลงด้วยผลสำเร็จอันสง่างาม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปิติชื่นชมยินดีอย่างสุดจิตสุดใจของปวงชนลาวทั้งชาติ รวมทั้งประชาชนประเทศพี่น้องและประเทศเพื่อนมิตรในทั่วโลก

          ไม่มีผู้ใดรู้ดอกว่าเรามีความปิติยินดีจนน้ำตาไหลซึมออกมาเพราะวันนี้เป็นวันที่สง่างามยิ่ง

          เป็นวันยุติสงคราม

          เป็นวันที่ประชาชนลาวของเราจะไม่ได้พบกับศึกสงครามอีกแล้ว!

          ด้วยว่าเรามีภาระการงานหลายอย่างที่จะต้องทำในวงการรัฐบาลใหม่ พรรคและรัฐได้มอบหมายให้เราเป็นรองรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง  มอบให้ท่านสะหนั่น สุดทิจัก เป็นรัฐมนตรีว่าการ

          เพราะหน้าที่อันเป็นต้นตอของเรา ไม่เพียงแต่แบกหาบภาระที่พรรคและรัฐมอบหมายให้ภายในประเทศแต่อย่างเดียวเท่านั้น เรายังมีหน้าที่แบกหาบภาระต่อโชคชะตากรรมของประชาชาติทั้งโลกอีกด้วย

ในฐานะประธานคณะกรรมการลาวเพื่อสันติภาพโลก

ประธานองค์การแม่น้ำโขงระหว่างชาติในอินโดจีน (ลาว-เวียดนาม-กัมพูชา-ไทย)

ประธานคณะกรรมการกีฬาโอลิมปิคของลาว 

ประธานคณะกรรมการสามัคคีและมิตรภาพเอเชีย-อเมริกาและละตินอเมริกา เพื่อการอยู่ร่วมกันของมนุษยชาติทั้งมวล (เทียบเท่าตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหนึ่ง)

จึงเป็นหน้าที่ตำแหน่งที่หนักหน่วงและกว้างใหญ่ไม่ธรรมดาเลย นับแต่วันประกาศสถาปนาระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวจนมาถึงทุกวันนี้...”

ในเมืองไทย...

การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี ๒๕๑๘ ในช่วงที่สถานการณ์อินโดจีนกำลังถึงจุดเปลี่ยนผ่าน และกระแสประชาธิปไตยหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ กำลังขึ้นสู่ระดับกระแสสูง ปรากฏว่าพรรคการเมืองที่ประกาศนโยบายแนวสังคมนิยมได้รับเลือกตั้งไม่น้อย

พรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย (พสท.) ได้ ๑๕ ที่นั่ง

พรรคแนวร่วมสังคมนิยม ได้ ๑๒ ที่นั่ง

พรรคพลังใหม่ก็เข้าไปไม่น้อย

ความจริงเวลานั้นผมเป็นกรรมการบริหารพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยด้วยคนหนึ่ง แต่ไม่มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งในปี ๒๕๑๘ เนื่องจากอายุต่ำกว่า ๒๕ ปี ส..อายุน้อยที่สุดในสภาชุดนั้นคือคุณอุดร ทองน้อย ส..ยโสธร สังกัดพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย

ที่ซับแดง...

นอกจากมีฝ่ายการศึกษากลุ่มเยาวชนซับแดงแล้ว เรายังมีชมรมชาวไร่มันสำปะหลังซับแดง และมีการรับให้คำปรึกษาปัญหาสังคม การเมืองการบริหาร และความเดือด ร้อนของประชาชนผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบ

ชมรมชาวไร่มันสำปะหลังฯ มีเครื่องสับฝานหัวมันสดและลานตากมันเส้นเป็นของ ตนเอง รับซื้อหัวมันสดจากสมาชิกนำมาแปรเป็นมันเส้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

มูลค่าที่เพิ่มขึ้นแปรเปลี่ยนมาเป็นระบบสาธารณูปโภคภายในหมู่บ้าน

ดังนั้นซับแดงจึงเป็นหมู่บ้านแรกที่มีแสงสว่างจากไฟฟ้า โดยที่มีกระแสใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นหมู่บ้านคอมมิวนิสต์ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมันเป็นความพยายามที่จะพึ่งตนเองในชุมชนหมู่บ้าน และกระแสไฟฟ้าที่มีใช้ในยุคนั้นก็ได้จากผลกำไรของชมรมชาวไร่มันสำปะหลัง จัดซื้อเครื่องปั่นไฟ ปักเสาพาดสายไปทุกหลังคาเรือน เวลากลางคืนถ้ามองลงมาจากภู เขาจะเห็นแสงไฟฟ้าที่หมู่บ้านซับแดงสว่างไสวราวมีงานบุญ ขณะที่หมู่บ้านอื่นๆ ที่ไม่ได้ ถูกใส่ร้ายป้ายสีแดงกลับมืดมิดอยู่ตามเดิม

ส่วนปัญหาสังคมและความเดือดร้อนของประชาชนผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบ มีมาปรึกษามากมายหลายเรื่องจากทั่วสารทิศ

เรื่องใดที่เป็นคดีความ เราจัดหาทนายความผู้มีความสามารถและมีอุดมการณ์ อยู่ข้างผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบมาเป็นทนายแก้ต่างให้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นนักกฎหมายในสังกัดพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย (พสท.) นั่นเอง

ยกตัวอย่างเช่น มีรายหนึ่งไปกู้ยืมเงินนอกระบบมาจากนายเงินหน้าเลือด จำนวนเพียง ๕๐๐ บาท โดยเขาให้เซ็นชื่อไว้ในกระดาษเปล่า

ภายหลังกระดาษแผ่นนั้นกลายเป็นสัญญาซื้อขายวัวยกคอก จำนวนหลายสิบตัว มูลค่านับแสน

เรื่องอย่างนี้เมื่อมาปรึกษาซับแดง ปรากฏว่าไม่ได้สูญเสียวัวแม้แต่ตัวเดียว สามารถรักษาวัวทั้งคอกไว้ได้

หรืออย่างเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารราชการ มีอยู่ครั้งหนึ่งชาวอำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิมีความคับข้องหมองใจกับนายอำเภอ มาปรึกษาซับแดง เกิดมีการเดินขบวนขับไล่นายอำเภอแก้งคร้อเป็นผลสำเร็จ

อย่างนี้เป็นต้น

ทำให้ซับแดงนับวันยิ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับฝ่ายขวาจัด และตกอยู่ในบัญชีดำของขบวนการขวาพิฆาตซ้าย ซึ่งผู้นำกรรมกร ผู้นำสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ ผู้นำนักศึกษาปัญญาชนถูกสังหารไปแล้วหลายสิบราย

แล้วก็มาถึงรายของผมอย่างที่คุณสังคม เภสัชมาลาบันทึกไว้...

ทำให้บรรยากาศที่ซับแดงตรึงเครียดขึ้นโดยลำดับ จนถึงขั้นไม่สามารถไว้วางใจ คนนอกได้ โดยเฉพาะคนแปลกหน้า

ผมออกคำสั่งให้ “ยิงถาม” ถ้ามีใครบุกรุกเข้ามาในเวลาวิกาล

ช่วงนั้น.. ที่สำนักงานชมรมชาวไร่มันสำปะหลังซับแดง มีนักศึกษาปัญญาชนจำ-นวนหนึ่งแวะเวียนไปมาหาสู่เป็นประจำ บางคนหอบหิ้วกระเป๋าไปอยู่กับพวกเราที่ซับแดง และ... ในจำนวนนั้นมีสปายสายลับของทางการปะปนอยู่ด้วย แต่คงเป็นสปายชั้นปลาย แถว ข่าวสารที่ออกไปจึงถูกบิดเบือนจากขาวเป็นดำอยู่ตลอดเวลา

ข่าวคราวที่มากับสายลมหนาวของปีนั้น ด้านหนึ่งเป็นข่าวชัยชนะของประชาชน ๓ ชาติอินโดจีนต่อจักรพรรดินิยมอเมริกา แต่อีกด้านหนึ่งเป็นข่าวร้ายที่แพร่สะพัดมาอย่างเย็นเยือก

หน่อยก็ผู้นำชาวนา อีกหน่อยผู้นำกรรมกร ล้มผล็อยลงทีละคนสองคน...

มีอยู่วันหนึ่ง.. คุณอมเรศ ชัยสะอาด ดูเหมือนจะเป็นบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยมหิดล เขามีคู่รักเป็นหัวหน้าพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลแก้งคร้อ เขาและเธอแวะไปเยี่ยมผมที่ซับแดง ถามผมว่าทำไมต้องพกปืน...

จากนั้นไม่นาน คุณอมเรศถูกสังหารเสียชีวิตที่อำเภอด่านขุนทด ขณะที่เขาออกไปปฏิบัติงานช่วยเหลือชาวบ้าน

แล้วก็มาถึงราย ดร.บุญสนอง บุญโยทยาน เลขาธิการพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย (พสท.) ในช่วงเลือกตั้งปี ๒๕๑๙ หลังมีการยุบสภาช่วงปลายปี ๒๕๑๘

คราวนี้ผมมีอายุเกิน ๒๕ ปี จึงมีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง แต่คราวนี้พรรคการเมืองฝ่ายสังคมนิยมถูก ขบวนการขวาพิฆาตซ้ายหาวิธีทำลายภาพลักษณ์และความนิยมลงไปมากแล้ว

ผมแห่ป้ายดำลงไปงานศพ ดร.บุญสนองที่กรุงเทพฯ และกลับมาพร้อมกับความปราชัยในการเลือกตั้ง

พวกเราจำต้องเงี่ยหูฟัง สปท. สถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทยของ พคท. เพื่อติดตามสถานการณ์การเมืองที่ไม่อาจรับรู้รับทราบจากสื่อของทางการ

โดย สมคิด_สิงสง

 

กลับไปที่ www.oknation.net