วันที่ อังคาร มกราคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผจญภัยหมื่นลี้....จากหัวไก่สู่ด้ามขวาน ตอน ปักกิ่ง - ต้าถง - มองโกลใน3


** สวัสดีปีใหม่ค่า... ประเด็นบล็อกแรกของปี ** 

สองชั่วโมงผ่านไปพวกเรากลับขึ้นรถและออกเดินทางอีกครั้ง บนความช้าคงที่ เก้าสิบกิโลเมตรต่อสามชั่วโมง จนมาถึงทางเข้าหน้าวัดซึ่งห่างจากเขาเฮิงซาน<恒山> ไปประมานสองกิโลเมตร จากบริเวณนี้เราสามารถมองเห็นความสวยงามของภูเขาที่โอบล้อม เสวียนคงซื่อ[1] <悬空寺> ที่อยู่บนหน้าผาอันสูงชันแลคล้ายกับภาพนูนไม้แกะสลักติดฝาผนังสีน้ำตาลที่แต่งแต้มด้วยสีขาวกระจายไปหย่อมๆอยู่ไกลๆ




Hanging monastery หรือ “วัดแขวน” (ฉันขอเรียกตามชื่อภาษาอังกฤษอย่างตรงตัว) วัดแขวนไม่ใช่วัดที่แขวนห้อยกับอากาศโดยมีขื่ออยู่บนฟ้า หรือมีเชือกมัดอยู่กลางหน้าผา แต่เป็นวัดที่ใช้ประโยชน์จากร่องเว้าและความแข็งแกร่งของหน้าผาสูงตระหง่าน เป็นส่วนยึดฐาน โดยมีเสาไม้เปลือยเป็นตัวค้ำยันช่วยรับน้ำหนักอยู่ทางหน้าระเบียง ฉันว่านี่เป็นสิ่งก่อสร้างที่ดูน่าสนใจและใช้ประโยชน์จากธรรมชาติได้อย่างดี การก่อสร้างวัดเช่นนี้อาจถูกมองว่าแปลกแหวกแนว แต่ความจริงแล้วมันยังแฝงถึงปรัญชา “การอยู่กับธรรมชาติ” (ที่เสนอผ่านรูปแบบการก่อสร้างที่พึ่งพิงธรรมชาติ) ของลัทธิเต๋าได้ดีอีกด้วย


บนวัดนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เห็น แม้ว่าไม้ค้ำยันทางระเบียงจะเรียวเล็ก แต่เมื่อเดินด้วยตนเองกลับรู้สึกมั่นคงปลอดภัย พวกเราเดินตามลูกศรผ่านไปยังจุดต่างๆทั่ววัด ซึ่งขนาดของวัดไม่ได้ใหญ่โตมากนัก พวกเราสามารถไหว้เทพเจ้าและสิ่งศักดิ์ภายในวัดได้อย่างสบาย เพียงแต่ไม่ควรเบียด(เบียน)ซึ่งกันและกันเวลาสวนผ่านระเบียงที่ได้เพียงสองคน และเอาหัวโขกกับทางบันไดแคบชัน(อย่างที่ฉันทำ) 









ไม่รู้ฉันคิดไปเองอีกหรือเปล่าว่า อากาศบนวัดอุ่นกว่าข้างล่าง บางทีอาจเป็นเพราะการก่อสร้างที่อิงแอบหน้าผานี้ช่วยต้านกระแสลมและหิมะจึงทำให้บนนี้ไม่ค่อยหนาว กอปรกับส่วนนูนที่อยู่เหนือหลังคาวัดเป็นส่วนช่วยบังแดดบังฝนจึงทำให้วัดพันกว่าปีนี้ยังคงสภาพสวยงามได้จนถึงทุกวันนี้




“สี่ร้อยสี่สิบหยวนหยวน!!!!” ตัวเลขเคาะครั้งสุดท้ายในราคา อึ้ง ทึ่ง เสียว ทันทีที่รถได้เทียบบาทวิถีในเมือง ตอนมีคนเสนอราคาสามร้อยหยวนต่อวัน พวกเราดันปฎิเสธอยากลองของสะอย่างนั้น ฉันอ้อนวอนคนขับรถให้ช่วยเห็นใจเวทนาสงสารเด็กไทยตาดำๆและต่อเหลือสามร้อยห้าสิบหยวน คนขับบ่นกับพวกเราเล็กน้อยก่อนยอมใจอ่อนยอมปัดเศษทิ้งให้เหลือสี่ร้อยหยวน และจากไปพร้อมกับความคิดว่าไม่น่ารับเจ้าพวกนี้มาเลยเป็นแน่แท้ 

“ซื้อประสบการณ์” คำพูดที่ได้ยินจากปากของน๊อตบ่อยครั้ง ยามพลาดพลั้ง เสียทรัพย์ ถูกโกง เสียค่าโง่ และอื่นๆ วันนี้ฉันได้ยินคำนี้จากปากน๊อตอีกครั้งหลังจากลงจากรถ ครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ในราคาสี่ร้อยหยวนที่ฉันต้องแบกพกติดกระเป๋าและจดจำไว้ให้ดีว่า หากคิดจะมาเที่ยวที่นี่ครั้งหน้า รถคันใดเสนอราคาต่ำกว่าสามร้อยก็รีบตระครุบสะแล้วค่อยเคี้ยวทีหลัง อย่าริลองกดมิตเตอร์เหมือนวันนี้เลย 



[1] ราคา 60 หยวน (บัตรนักศึกษา 27.5 หยวน)

 

โดย vii๖

 

กลับไปที่ www.oknation.net