วันที่ ศุกร์ มกราคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนองอาบช้าง:ต้นแบบหัตถกรรมล้านนา


            บ้านหนองอาบช้าง ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง มีพื้นที่ประมาณ 1,600 ไร่ โดยการเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่นิยมใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฮอด (ทางหลวงหมายเลข 108) มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ถึงตัวอำเภอจอมทองประมาณ 60 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร จึงถึงตัวหมู่บ้าน

            บ้านหนองอาบช้างเป็นหมู่บ้านที่ตั้งมานานมาก ไม่ปรากฏปี พ.ศ. ที่ก่อตั้ง จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุทำให้ทราบว่าในสมัยนั้นขุนหลวงวิลังคะหัวหน้าชาวลัวะที่อยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพและพระนางจามเทวีผู้ครองเมืองหริภุญไชย (ลำพูนในปัจจุบัน) ได้กำหนดเขตแดนของทั้ง 2 เมืองให้ชัดเจนโดยใช้ช้างเป็นตัวกำหนดการแบ่งเขต ช้างที่ใช้แบ่งเขตแดนเป็นช้างของพระนางจามเทวี ชื่อว่า “ช้างปู่ก่ำงาเขียว” โดยปล่อยขบวนช้างให้เดินทางหาอาหารไปเรื่อยๆ ถ้าช้างเดินทางไปสิ้นสุดเขตไหนให้ถือว่าเขตนั้นเป็นเขตสิ้นสุดเมืองหริภุญไชย ขบวนช้างได้เดินทางไปสิ้นสุดที่ลำห้วยเขียว จากนั้นก็ได้เดินทางกลับ ก่อนเดินทางกลับขบวนช้างได้แวะเล่นน้ำที่หนอง บ้านหนองอาบช้าง ชาวบ้านจึงเรียกหนองน้ำดังกล่าวว่า “หนองอาบช้าง” ซึ่งเมื่อมีการตั้งบ้านเรือนขึ้น จึงตั้งชื่อหมู่บ้านเป็น “บ้านหนองอาบช้าง” และเรียกชื่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

 

 

วิถีชีวิตและอัตลักษณ์

            บ้านหนองอาบช้างเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ ตั้งอยู่บนฝั่งของแม่น้ำปิง ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนพื้นเมืองล้านนา ประกอบอาชีพหลัก คือ เกษตรกร และรับจ้างทอผ้า โดยการทอผ้าของหมู่บ้านหนองอาบช้างนี้ ถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และอยู่คู่กับวิถีชีวิตของชาวบ้านมาตั้งแต่อดีต ซึ่งชาวบ้านจะปลูกฝ้ายไปพร้อมๆ กับการปลูกข้าว ใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือน จึงเริ่มเก็บดอกฝ้ายในช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม เพื่อนำไปผ่านกรรมวิธีและขั้นตอนต่างๆ จนได้ออกมาเป็นเส้นฝ้ายพร้อมที่จะนำไปทอเป็นผ้าทอที่มีลวดลายที่สวยงาม การทอผ้าส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของสตรีภายในหมู่บ้าน โดยจะได้รับการสั่งสอนตั้งแต่ยังเด็ก อายุประมาณ 6 -7 ขวบ เพื่อที่จะสามารถทอผ้าไว้ใช้้ภายในครัวเรือนได้

            นอกจากนี้วิถีชีวิตของชาวบ้านยังมีความผูกพันกับการทอผ้ามาเป็นเวลาอันยาวนาน เช่น การย้อมผ้าเป็นสีเหลืองเพื่อใช้เป็นผ้าไตรจีวรให้ลูกชายได้นุ่งห่มยามที่บวชเป็นพระ เป็นการแสดงถึงสายใยรักที่แม่มีต่อลูกได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการบำรุงพระพุทธศาสนาอีกด้วย ในเทศกาลประเพณีสงกรานต์ชาวบ้านก็นิยมทอผ้าแล้วตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าเพื่อใช้สำหรับการดำหัผู้ใหญ่ที่ตนเองเคารพ หรือในพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาผ้าทอก็ยังมีบทบาทที่สำคัญโดยมีการทอผ้าให้เป็น “ตุง” เพื่อใช้ในประเพณีถวายทานตุงตามความเชื่อที่ว่าเมื่อตายไปจะได้ให้ตุงช่วยดึงขึ้นมาจากนรกและเกาะตุงขึ้นสู่สวรรค์

            ถึงแม้ว่าสังคมในปัจจุบันจะแปรเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างมากมายก็ตาม การทอผ้าของหมู่บ้านก็ยังคงเป็นศิลปะหัตกรรมที่สืบทอดต่อกันมาและได้รับการพัฒนาเทคนิครูปแบบการทอผ้าให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อการผลิตเป็นสินค้าชุมชนเพิ่มรายได้แก่หมู่บ้านได้เป็นอย่างดี นอกจากการทอผ้าแล้วชาวบ้านยังคงอนุรักษ์ไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีตามวิถีชาวล้านนา เช่น ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ โดยชาวล้านนาเชื่อว่า ต้นโพธิ์เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ที่ใต้ต้นโพธิ์ การได้ทำบุญไม้ค้ำโพธิ์ถือว่าเป็นการค้ำจุนพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองต่อไป ดังนั้นในวันมหาสงกรานต์ปีใหม่เมือง ชาวบ้านจึงทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระธาตุ และแห่ไม้ค้ำโพธิ์ ซึ่งในการแห่ไม้ค้ำโพธิ์หรือการตั้งขบวนแห่ในประเพณีต่าง ๆ ที่หมู่บ้านหนองอาบช้างนี้ จะมีขบวนแห่นำเป็นศิลปะเฉพาะถิ่นที่สืบสานกันมานาน เรียกว่า “การแห่มองเชิง” ของกลุ่มแม่บ้านหนองอาบช้าง โดยมีอุปกรณ์ในการแห่มองเชิงได้แก่ ฉาบ ฆ้อง และกลอง และมีคนร่ายรำไปตามจังหวะซึ่งมีความอ่อนช้อย และสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

            ปัจจุบันชาวบ้านยังได้รวมกลุ่มกันเพื่อพัฒนาฝีมืองานหัตถกรรม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คิดริเริ่มและทำภายในหมู่บ้านเพื่อให้เป็นสินค้าที่สามารถทำรายได้ให้กับหมู่บ้านในอนาคต ได้แก่

 

กลุ่มทอผ้า

            ประวัติความเป็นมาของผ้าฝ้ายทอมือในอดีตเป็นของดั้งเดิม ตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว มีการปลูกต้นฝ้ายเองภายในชุมชน ในอดีตจะมีผ้าทออยู่ 2 สี คือ สีขาว และสีตุ่น ซึ่งเป็นสีธรรมชาติซึ่งได้มาจากต้นฝ้าย ดอกฝ้าย ที่ปลูกกันเองในชุมชนแล้วนำมาตากแดดเพื่อเอาเมล็ดออก จากนั้นจึงนำไปทำให้ดอกฝ้ายพองตัวเพื่อเอามาทำลูกหลี สำหรับปั่นให้เป็นเส้นๆ แล้วนำเส้นฝ้ายที่ได้มาต้มในน้ำเดือดพร้อมกับใส่ข้าวสารลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความเหนียวให้กับเส้นฝ้าย จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้งเสียก่อนจึงสามารถนำเข้าสู่กระบวนการทอผ้าสำหรับใช้ในการทำเครื่องนุ่งห่มสวมใส่ภายในชุมชนสืบทอดกันมา จนกระทั่งในเวลาต่อมาได้มีการทำผ้าฝ้ายทอมือลายสี่ตระกรอซึ่งถ่ายทอดมาจากเจ้าม่อนแก้ว พระญาติของเจ้าดารารัศมี ทำให้วัฒนธรรมการทอผ้าได้เผยแพร่เข้าสู่ชุมชนเพิ่มมากขึ้นและได้รับการอนุรักษ์สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

            ปัจจุบันได้มีการพัฒนารูปแบบของลายผ้าทอเพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นลายมัดหมี่ต่างๆ โดยการประยุกต์แบบเก่าผสมผสานกับแบบใหม่จนกลายมาเป็นลายมัดหมี่ประยุกต์สีต่างๆ กันตามความต้องการของตลาด และแนวความคิด ประสบการณ์ที่ได้จากการอบรมและการสนับสนุนจากภาครัฐทำให้ผ้าทอมือของบ้านหนองอาบช้างมีความเป็นเอกลักษณ์ ลวดลายสวยงาม ทำรายได้ให้แก่ชุมชนได้เป็นจำนวนมากมาโดยตลอด

 

กลุ่มทอตุง

            ตุงมีลักษณะเหมือนกับธงแขวนแบบหนึ่งในศิลปะล้านนา พบเห็นได้ในภาคเหนือ ทำด้วยวัสดุที่เป็นผ้า ไม้ โลหะ ด้าย หรือกระดาษ เป็นรูปแถบยาว ห้อยลง ใช้ประดับ หรือประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ โดยมีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับพิธีกรรมที่ใช้ตุง ที่หมู่บ้านหนองอาบช้างก็มีการทำตุงด้วยเช่นกัน โดยตุงที่นี่จะใช้วิธีการนำเส้นฝ้ายมาทอให้เป็นตุงในรูปแบบต่างๆ กันไป ซึ่งมีลวดลายที่สวยงาม และสะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านได้เป็นอย่างดี

 

กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้า

            กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้า ได้นำผ้าฝ้ายทอมือที่ทำในหมู่บ้านมาแปรรูปด้วยการเย็บมือซึ่งเป็นการนำสินค้าเดิมที่มีอยู่มาต่อยอดเป็นสินค้าใหม่เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับหมู่บ้าน โดยทำเป็นเสื้อและกระเป๋าที่มีรูปแบบและลวดลายที่สวยงามทันสมัยใส่ได้ทั้งคนรุ่นเก่าและหนุ่มสาวรุ่นใหม่

 

ตุ๊กตาดินเผา

            ตุ๊กตาดินเผาเป็นงานปั้นดินเหนียวด้วยมือล้วนๆ ไม่ต้องอาศัยแม่พิมพ์ เผาให้แดงเป็นสีธรรมชาติของดิน เหมาะสำหรับเป็นของประดับตกแต่งบ้านและสวน

 

กลุ่มจักสานบ้านหนองอาบช้าง

            กลุ่มจักสานเป็นกลุ่มที่สืบสานวิธีการสานเครื่องใช้ต่างๆ เมื่อมีประเพณีหรือกิจกรรมในหมู่บ้านที่ต้องใช้เครื่องใช้จากเครื่องจักสานชาวบ้านก็จะร่วมแรงร่วมใจกันสานเพื่อนำไปใช้ในงาน

 

กลุ่มสตรีพัฒนาหมู่ 9 บ้านหนองอาบช้าง

            เป็นการรวมตัวกันพัฒนาน้ำพริกต่าง ๆ โดยกำหนดสูตรและวิธีการทำ โดยทำกินกันในหมู่บ้าน และจะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของหมู่บ้านต่อไป

กลุ่มทำเส้นขนมจีน

            อุตสาหกรรมในครัวเรือน ในสมัยก่อนเส้นขนมจีนทำมาจากแป้งข้าวเจ้า แต่ถ้าเป็นสมัยนี้ก็มีแป้งขนมจีนสำเร็จ แต่ต้องนำมานวดก่อน หลังจากนั้นให้เทแป้งใส่กระบอกทองเหลือง มีรูเจาะไว้ที่ปลายด้านหนึ่ง เมื่อกดแป้งเข้าไปในกระบอก เส้นขนมจีนก็จะไหลออกจากปลายกระบอก เป็นเส้นกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 - 1.5 มิลลิเมตร นวดเสร็จก็นำเข้าเครื่องบีบเพื่อทำให้เป็นเส้นขนมจีน เมื่อได้เส้นแล้วก็นำไปต้มในน้ำร้อนเดือดจนสุก แล้วนำมาราดด้วยน้ำสะอาดอีกทีหนึ่งก่อนที่จะนำเส้นไปจับเป็นจับ

 

สถานที่ท่องเที่ยว/โบราณสถาน/โบราณวัตถุ

 

วัดหนองอาบช้าง

            หากเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่มาตามถนนเชียงใหม่-ฮอด มาถึงจอมทอง ผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอจอมทองไปประมาณ 9 กิโลเมตรจะพบป้ายบ้านหนองอาบช้างอยู่ทางซ้ายมือ และทางขวามือจะเห็นวัดหนองอาบช้าง

            วัดหนองอาบช้าง เป็นวัดประจำหมู่บ้าน ของชาวหนองอาบช้าง ประเพณีและพิธีกรรมทางศาสนาต่าง ๆ จะทำขึ้นที่นี่ เช่น การทำบุญตักบาตร การแห่ไม้ค้ำโพธิ์ก็จะแห่มารวมกันที่วัดแห่งนี้ วัดหนองอาบช้างจึงเป็นศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญของชาวบ้านนอกจากนี้ที่วัดยังมีการทำพิธีสืบชะตา ซึ่งมีทั้งแบบทำพิธีเป็นกลุ่มคณะและทำพิธีเป็นส่วนบุคคล ใครที่อยากทำพิธีก็สามารถติดต่อทางวัดเพื่อทำพิธีได้ ภายในวัดมีต้นโพธิ์ใหญ่ที่ชาวบ้านมาทำบุญไม้ค้ำโพธิ์ และมีพระธาตุ 5 องค์ตั้งอยู่ เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนบ้านหนองอาบช้างได้สักการะอีกด้วย

 

พระธาตุเจดีย์ 5 องค์

            พระธาตุเจดีย์ 5 องค์ มีลักษณะเป็นพระธาตุเจดีย์สีเหลืองอร่าม จำนวน 5 องค์ ตั้งอยู่ภายในวัดหนองอาบช้าง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2540 ครั้งเมื่อทำพิธีอัญเชิญพระธาตุ ขึ้นประทับได้เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกรดเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจแก่ชาวบ้าน ชาวบ้านจึงเชื่อว่าพระธาตุ 5 องค์เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ หากผู้ใดได้มากราบไหว้บูชาอธิษฐานจิตก็จะสมหวังและสมปรารถนา พระครูโสภิตปุญโญภาสเจ้าอาวาสวัดหนองอาบช้างได้ตั้งชื่อว่าพระธาตุขันธ์ 5 เพื่อเตือนสติให้ผู้ที่พบเห็นได้ระลึกถึงขันธ์ 5 ซึ่งก็คือ กองแห่งรูปธรรมและนามธรรมห้าหมวดที่รวมกันเข้าเป็นชีวิต ขันธ์ 5 ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ หากเข้าใจว่าทั้งร่างกายและจิตใจประกอบด้วยหลายๆ อย่างและเป็นของเราเพียงชั่วคราว ไม่ใช่ของเราตลอดไป เมื่อคิดได้เราก็จะผ่อนคลาย ไม่เครียด ไม่วิตก ไม่หลงตัวเอง และมองตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ

 

 

รูปปั้นช้างปู่ก่ำงาเขียว

            รูปปั้นช้างปู่ก่ำงาเขียว อยู่ตรงข้ามวัดหนองอาบช้าง ชาวบ้านที่นี่เคารพนับถือและมักจะมีดอกไม้ธูปเทียนและเครื่องสักการะมากราบไหว้ขอพรอยู่เสมอ ชาวบ้านเชื่อกันว่าหากมากราบไหว้ขอพรสิ่งใดก็จะได้ตามที่ขอไว้ ผู้ที่ผ่านมายังบ้านหนองอาบช้างสามารถมากราบไหว้และลอดใต้ท้องรูปปั้นช้างเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต

 

บ้านไร่ไผ่งาม

            หากไปทางทิศใต้ของหมู่บ้านจะพบกับ พิพิธภัณฑ์ผ้าป้าดา มูลนิธิแสงดา บันสิทธิ์ บ้านไร่ไผ่งาม เป็นหมู่บ้านผลิตผ้าฝ้ายทอมือแบบโบราณที่มีคุณภาพ และมีชื่อเสียงของจังหวัด ปัจจุบันได้รวมกลุ่มกันผลิตที่บ้านป้าแสงดา บันสิทธิ์ อดีตศิลปินแห่งชาติ ผู้ถ่ายทอดกรรมวิธีการผลิตแก่ชาวบ้านจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยภูมิปัญญาและศิลปะแห่งการวาดลวดลายเส้นฝ้ายบนกี่ทอผ่านกระบวนการที่ต้องอาศัยความรักและความเอาใจใส่อย่างยิ่งยวดของป้าแสงดา ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาประยุกต์ลวดลายต่างๆ สำหรับการทอ เพื่อให้การทอผ้ามีการพัฒนาก้าวหน้าไปยิ่งขึ้น แต่ถึงจะมีการออกแบบลวดลายใหม่ๆ ออกมาก็ตามแต่ก็ยังรักษาเทคนิค และเอกลักษณ์ของท้องถิ่นเอาไว้ เช่น การย้อมสีด้วยเปลือกไม้ แก่นไม้ ผลไม้ ใบไม้ ล้วนแล้วแต่ใช้สีที่เป็นสีธรรมชาติทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้ทำให้ผ้าทอจากบ้านไร่ไผ่งามเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพควบคู่กันไป

            ปัจจุบันภายในบ้านไร่ไผ่งามได้จัดทำเป็น “พิพิธภัณฑ์ผ้าป้าดา” เพื่อรำลึกถึงผลงานของท่าน และแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่แบบพื้นบ้านในสมัยก่อนด้วย นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการปั่น การทอ การย้อมผ้าฝ้ายสำหรับผู้ที่สนใจแวะเข้ามาเยี่ยมชมทั่วไป

            บ้านไร่ไผ่งาม ตั้งอยู่บนถนนสายเชียงใหม่-ฮอด กิโลเมตรที่ 68-69 แยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ทางเข้าหมู่บ้านร่มรื่นด้วยเงาไม้ไผ่ตลอดสองข้างทางซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่มีความสวยงามสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง

 

 

ขอบคุณที่มา : http://www.lannavillage.com

โดย อาคม

 

กลับไปที่ www.oknation.net