วันที่ อังคาร มกราคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...::: ผมชื่อแห้งหูกิ่งคับ :::...


วั น นี้ มี เ รื่ อ ง ม า เ ล่ า

และ

ดูหน้าตาพระเอกเรื่องนี้ซะก่อน

ย้อนไปเมื่อราวสามเดือนก่อน ตอนนั้นเดินเพลินๆอยู่ในซอย แล้วเรา

ได้ยินเสียงตะโกนเรียก   “ป้า...ป้าครับ”  ดังมาจากข้างหลัง

(โห ฉันละเบื่อเด็กทุกคนที่มาเรียกฉันว่าป้า นี่ถ้าเรื่องไม่สำคัญมีเคือง)

เราหันไปมองเด็กหน้าคุ้นแต่ไม่เคยคุยด้วย (พอดีไม่ใช่นางงาม) แต่เคยเห็น

เดินเล่นอยู่แถวนั้น แถมใส่เสื้อหงส์แดงรุ่น This is สนามศุภ...ซะด้วย หุหุ 

“ป้า ไอ้แห้งถูกรถทับ”  ก่อนอื่นฉันเป็นป้าเธอตอนไหนยะ-----แต่ช่างเถอะ!!!

ว่าแต่ไอ้แห้งของไอ้หนูคนนี้คือตัวอะไร แล้วในเมื่อมันถูกทับมันมาเกี่ยว

อะไรกะเราด้วย  “ไอ้แห้งไหน?”   เราถามกลับไป

เด็กทำหน้างงๆ เหมือนมันเป็นปัญหาเชาวน์   “ก็ไอ้แห้งน่ะป้า” 

เดี๋ยวเหอะ ป้าอีกแล้ว  ก็มาย้อนอย่างนี้แล้วจะรู้มั้ยมันตัวไหน 

“ไอ้หมาตัวด่างๆ ขี้เรื้อนๆ ที่ป้าเคยให้ไก่มันกินน่ะ”  ฟังเด็กสาธยายซะบ้าง

ก็ให้ไปหลายตัวอยู่ เจอเจ้าตัวไหนมาตีสนิทก็ให้ แล้วที่พูดถึงนี่มันตัวไหนล่ะ

“ตัวที่ป้าชอบมันน่ะ” ช่างสังเกตจังนะว่าฉันชอบหมาตัวไหนในซอย

ไปๆมาๆยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่าตัวไหน  “มันโดนรถทับเหรอ...แล้วยังไง ตายมั้ย?”

ยอมรับตอนนั้นงงมาก เด็กจะเรียกเราไปดูศพหมาโดนรถทับรึไง?    “ไม่ตาย”

อ้าวเวรกรรม ! สภาพจะเป็นยังไงล่ะ แล้วมาเรียกป้า...เอ๊ยเรียกเราไปดูเนี่ยนะ

“แม่ให้มาเรียกป้าน่ะครับ เห็นป้าเคยให้อาหารมัน” ให้มันได้ยังงี้สิฟร้ะ 

ก ร ร ม ข อ ง ค น ใ ห้ อ า ห า ร ห ม า ข้ า ง ถ น น 

เรายังไม่ยอมขยับ ยอมรับว่ากลัวไม่กล้าเห็น  “สภาพมันเป็นยังไง?”

และเด็กก็ไม่โกหก.... (((( ซื่อจนอยากพิฆาตด้วยหลังมือ ))))

“เลือดเต็มหน้าเลยป้า มันโดนทับตรงหัว ตาถลนออกมาด้วย”

อื้อหือ...ตอบเมามันส์เชียวนะแก ส่วนป้าของแกตอนนั้นสยองขวัญมาก

ขอแทรกซักนิด---เจ้าตัวนี้เรากับเพื่อนเรียกมันว่าไอ้ปุปะ ตามสภาพขี้เรื้อนระดับห้า และ

แผลเพียบจากบทพะบู๊ประสาหมาวัยฉกรรจ์ เจอกันทีไรมันจะเข้ามาประจบเกินหน้าเกิน

ตาหมาข้างถนนตัวอื่น รวมทั้งมาทำท่าตีสนิท เหมือนได้พบเจ้านายของมันเมื่อชาติก่อน

และทุกครั้งที่ซื้อโครงไก่ให้กิน มันจะแสดงอาการดี๊ด๊าสำนึกบุญคุณ...เป็นการตอบแทน

เราตัดสินใจตามไปดูอย่างกลัวๆ พอเข้าไปในระยะห่างซัก 50 เมตรก็ไม่กล้าเข้า

ไปแล้ว แต่พอจะเห็นไอ้แห้ง (เพิ่งรู้ชื่อแกนะเนี่ย) นอนชูหัวอยู่ใต้ท้องรถคันหนึ่ง

เท่าที่เห็นมีเลือดเต็มตามหัวและตัว  ตาที่เด็กบอกว่าถลน-ห่างขนาดนี้ทำให้ปลอด

ภัยจากการมองเห็น...ค่อยยังชั่ว คนแถวยั้นยืนยันว่าเป็นหมาตัวเดียวกับที่เราเคย

ให้ไก่กิน  ตอนนั้นบอกตามตรงว่าจำไม่ได้ หมาดูเหมือนช็อคอยู่เพราะตัวแข็งทื่อ 

คนรับซักรีดที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า...ไอ้แห้งเข้าไปนอนหลบแดดอยู่ใต้

ท้องรถและคงตรงล้อพอดี พอเจ้าของออกรถโดยไม่เห็นหมาล้อเลยทับเอา

ถึงตอนนั้นเจ้าของรถถึงได้ยินเสียงร้อง และเห็นหมาดีดตัวออกไปกลาง

ถนน แต่ก็ไม่ได้หยุดรถและขับต่อไปทั้งๆที่แม่ค้าแถวนั้นเรียกให้หยุด

.

หัวที่ยังตั้งบอกว่ามันยังมีชีวิตอยู่ และมันยังหายใจ    คิดมากเลยเรา

จะเฉยซะก็ทำใจไม่ได้ ถ้าหลังจากนี้มันตายทั้งที่ตอนนี้ช่วยได้ล่ะ

ผู้คนและแม่ค้าแถวนั้นดูๆก็อยากช่วยอยู่ แต่คงไม่มีใครอยากยอมจ่าย 

แ ก มั น แ ค่ ห ม า ข้ า ง ถ น น ไ อ้ แ ห้ ง เ อ๊ ย 

เราให้มอเตอร์ไซค์ไปเรียกสัตวแพทย์ใกล้ๆมา หมอเจ้านี้แม้แต่แมวของ

เรายังไม่ให้ไปหาเลย แต่เอาน่า นี่คือสัตวแพทย์ที่เดินสายรักษาหมา

แมวชาวบ้านแถวนี้เป็นกิจวัตร อ้อ งานนี้น้องวินมอเตอร์ไซค์ไป

เรียกให้ฟรี ขอบคุณน้องวินมอเตอร์ไซค์มา ณ ที่นี้ด้วย 

ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงหมอถึงมา ตอนนั้นเราเริ่มฉุนปานกลางแล้ว

แต่เหตุผลของหมอคือ  “หมอต้องรอเวลาให้ร่างกายหมาปรับสภาพความดัน”

นี่เพิ่งรู้เหมือนกัน เมื่อไม่มีแผลฉีกขาดภายนอกจากการถูกทับ อวัยวะจะถูก

ดันออกตามช่องเปิดของร่างกาย หมอจึงต้องถ่วงเวลาให้ร่างกายคืนสภาพ

ถึงจะวินิจฉัยได้ว่าอาการหนักแค่ไหน...นี่คือเหตุผลของการรอนานกว่าครึ่งชั่ว

โมง และเหตุผลว่าทำไมตอนเข้าไปดูลูกตาของไอ้แห้งถึงกลับคืนเข้าที่แล้ว 

ตอนเดินเข้าไปไอ้แห้งจำทุกคนได้และคงรู้ว่ามาช่วย น้องวินมอร์เตอร์ไซค์

คนเดิมมาช่วยจับหมาขี้เรื้อน ให้หมอเอาผ้าชุบน้ำล้างตัว และเช็ดแผลด้วยแอล

กอฮอล์ แปลกมากที่ไม่ยักมีแผลเปิดน่ากลัว นอกจากรอยขูดถลอกตรงอก

และเลือดที่ออกมารอบตา จมูก และหู ซึ่งอย่างหลังนี่ขาดเป็นชิ้นแหว่งวิ่น

( ดูภาพประกอบหลังเยียวยาครบคอร์สและฟื้นฟูเสร็จได้เลย )

และหลังจากเช็ค ส่อง ตรวจ คลำตามเนื้อตัวหมอก็บอกว่าไม่น่าต้องเอาเข้าคลินิก 

“เอาพอให้รอด แต่ดูไม่ดีไม่เป็นไรนะ” เราตอบในใจ...แน่นอน ไอ้แห้ง

คงไม่อยากหล่อไปกว่านี้  ถ้ารู้ว่าอิป้าคนนี้ต้องเสียเงินให้มันอยู่คนเดียว 

“หมอจะฉีด..~..กับฉีด..~..และจะมาคอยล้างและทำแผลตามตัวกับหูให้

และก็ต้องคอยหยอดยาตาทุกวันด้วย  ซักสามวันก็น่าจะปกติทั้งหมด”

เราถามว่าค่าใช้จ่ายครบคอร์สเท่าไหร่ หมอตอบว่า “ก็ประมาณ 1200” และ

“....มีใครช่วยจ่ายด้วยมั้ยครับ?” เราสั่นหัว  “งั้นคิด 1000 ถ้วนๆ ละกัน”

ตอนนั้นเราอยากมีอะไรที่ดูน่าสงสารกว่านั้นจัง เผื่อหมอจะมีส่วนลดให้อีก

 

ตอนเดินกลับเด็กคนเดิมเดินตามเรามา  พร้อมกับผู้หญิงที่น่าจะใช่แม่เด็ก

อ๋อ ลูกคนรับจ้างซักรีดนี่เอง “พี่ ขอโทษด้วยนะที่ให้ลูกไปเรียก

หนูไม่รู้จะช่วยมันยังไง”  แม่ของเด็กทำหน้าแหยๆ “ขอบคุณนะพี่”

“ไม่เป็นไร” เรากัดฟันตอบกลับไป ส่วนในใจตอบยาวกว่านั้น....

และจำไว้ด้วย...ว่าชั้นไม่ได้รับจ่ายค่ารักษาหมาจรจัดทั่วราชอาณาจักร

ทุกวันนี้ไอ้แห้งก็มีสภาพอย่างที่เห็น ป๊อบปูล่าร์มากขึ้น แถมมีคำสร้อยหลัง

ชื่ออีกต่างหากว่าไอ้แห้งหูกิ่ง สภาพขี้เรื้อนตามตัวมีให้เห็นประปราย

ร่างกายล่ำบึ้กพอประมาณจากการถูกขุนเอาใจจากแม่ค้าแถวนั้น

ส่วนลูกกะตาที่ยังอยู่-ข้างซ้ายเลือนราง และข้างขวาเลือนรางมากๆ

.

แหม...ก็ยังดีกว่าไม่มีละว้อยยยยยยย.....ทุกคนว่าม้ายยยย !!!

.....:::::::::::::::::::::::.....

....::::::::::::::::::::....

เพลง : night in that land ~ ศิลปิน : nightnoise

...:::: ก่อนขึ้นรถ...ช่วยมองหาป๋มใต้ล้อซักแว่บ ::::...

 

โดย rosawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net