วันที่ จันทร์ มกราคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สัญญาดอกไม้


โชคชะตา พรหมลิขิต คำสัญญา ข้ามภพ ข้ามชาติ

พัดพาคนสองคนให้ได้พบและเจอกัน…

การเดินทาง

“เราสองคนจะรักกันตลอดไป ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน ขอให้เราได้ครองคู่กันตลอดไป”

เฮือกกก! ศกุนตลา สะดุ้งตื่นขึ้นมาในยามเช้าพลางรำพึงรำพันด้วยความสงสัย

นี่ฉันฝันแบบนี้ติดต่อกันมาห้าวันแล้วนะเนี่ย ฟุ้งซ่านอะไรนะเรา เฮ่อ! เธอส่ายหน้าพลางมองดูนาฬิกา ขณะนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้า สาวน้อยน่ารัก ตากลม ผมยาวหยักศกแบบฉบับสาวเมืองเหนือดั้งเดิม รูปร่างสมส่วนคนนี้เธอชื่อศกุนตลาหรือสุน รีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว ทำกิจวัตรประจำวันก่อน หันมาเปิดหนังสือพิมพ์ยามเช้า เพื่อหาประกาศรับสมัครงาน เธอกำลังตกงานและกำลังจะไม่มีเงินจ่ายค่าห้องในอีกไม่กี่อาทิตย์

เฮ่อ นี่ฉันจะต้องกลับเชียงใหม่จริงๆใช่มั้ยเนี๊ย เธอคิดในใจพลางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอเรียนจบมหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองเชียงใหม่ และต้องเข้ามาทำงานในเมืองได้ไม่กี่เดือนก็ต้องมีเหตุให้ออกแถมหางานใหม่ไม่ได้ ครอบครัวของเธอเคยห้ามปรามเธอแล้วเรื่องการมาใช้ชีวิตยังต่างเมืองแต่เธอไม่เคยฟังคำทัดทานของพ่อแม่เลย เพราะเธอไม่อยากที่จะรับช่วงต่อกิจการของครอบครัวนั่นคือกิจการไร่ส้มที่เชียงใหม่นั่นเอง เธอจึงอยากพิสูจน์ตัวเองว่าเธอทำได้ แต่โชคชะตาไม่เคยสนับสนุนเธอเลย

“กลับไปเยี่ยม พ่อกับแม่บ้างก็ดีนะ บอกว่ากลับไปพักผ่อนก็คงจะดี” เธอโพล่งออกมา พลันเดินไปเก้บกระเป๋าเสื้อผ้าทันที และเตรียมเดินทางในรุ่งขึ้นของอีกวัน

 .เชียงใหม่

“แม่เลี้ยงเอื้องฟ้าคะ แม่เลี้ยงๆ คุณหนูกลับมาแล้วค่ะอยู่ที่เรืองรับรอง” บัวตองคนใช้ประจำตัวแม่เลี้ยงวิ่งกระหืดกระหอบมารายงานเจ้านาย “จริงหรอ ไหน อยู่ไหน ทำไมไม่พาลูกสาวฉันเข้ามาล่ะ น้ำท่าไปหาเตรียมไปกับข้าวกับปลาของโปรดของยัยสุนตระเตรียมให้เรียบร้อยนะ”แม่เลี้ยงเอื้องฟ้ารีบสั่งคนรับใด้วยความดีใจและประหลาดใจ “ค่ะ แม่เลี้ยง”

บัวตองรับคำพลางวิ่งหายลับไปจากเรือนใหญ่

“แม่ค๋า คิดถึงแม่จังเลย” ศกุนตลาเดินเข้ามาสวมกอดผู้เป็นแม่อย่างเคย

“ยัยสุน ทำไมไม่โทรมาก่อนละลูก ไม่กลับมาหาแม่ตั้งเป็นปี ไม่คิดถึงแม่เลยหรือ”

“คิดถึงสิคะ เอ่อ ช่วงนี้สุนงงานยุ่งน่ะคะ แล้วพ่อไปไหนคะแม่”เธอตอบแบบปัดๆ

“อ้อ ไปดูไร่ยังไม่กลับจ้ะ ลูกกินอะไรมาหรือยัง แม่ให้คนเตรียมกับข้าวกับปลา

ของโปรดของลูกไว้แล้วนะ”

“ยังเลยค่ะ หิวมากๆ เลยหนูขอไปอาบน้ำก่อนนะคะ” 

เธอพูดพลางหอมแก้มผุ้เป็นแม่อีกฟอดใหญ่

“ลูกคนนี้นี่ ไม่เปลี่ยนเลย ไปอาบน้ำอาบท่าแล้วมากินข้าวกินปลา เดี๋ยวมีเรื่องต้องคุยอีกยาว”

“ค่า แม่ เฮ่อออ!!!” ศกุนตลารับคำแม่พลางเดินขึ้นห้องหายไป

ซ่า ซ่า ซ่า!!! เสียงน้ำฝักบัวที่ไหลรินรดร่างงามระหงสมส่วนของเธออย่าสม่ำเสมอความผ่อนคลาย ก็เริ่มมาเยือนความเครียดทุกอย่างเริ่มมลายหายไป ครั้นเมื่อเธอ แต่งตัวเสร็จ เดินไปนั่งยังเตียงนอนหลังเดิมของเธอ

พลางพินิจพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างในห้องหรือแม้แต่บรรยากาศก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน เธอรู้สึกวูบหลับไปโดยไม่รู้ตัว….

200 ปีก่อน

คุ้มคำแก้ว

“เจ้านางน้อยรีบกลับคุ้มเถิดเดี๋ยวพ่อเจ้าหลวงจะเอ็ดเอา” คำสานพี่เลี้ยงประจำตัวของเจ้านางน้อยฉัตรแก้วขานเรียกด้วยความรีบร้อน “จ้า ก็รีบไปสิป่ะ”เจ้านางน้อยรับคำแล้วดึงมือคำสานวิ่งหายเข้าไปในคุ้ม

เมื่อก้าวเข้ามาในคุ้ม เจ้านางน้อยและพี่เลี้ยงต่างเดินอย่างสำรวมกายด้วยความเกรงใจเจ้านางเกตุแก้วผู้เป็นแม่และเจ้าหลวงเกรียงเดช “เจ้าพ่อมีอะไรให้ลูกรับใช้หรือเจ้าคะ” เจ้านางน้อยพูดพลางยิ้มแป้น “ลูกพ่อนี่โตเป็นสาว ควรที่จะออกเหย้าออกเรือนได้แล้วนะ มีเจ้าน้อยจากหลายเมืองส่งคนมาทาบทามลูกเห็นว่ากระไร หรือจะให้พ่อตัดสินใจเลือกให้” “เจ้าพ่อ ลูกขอเวลาคิดทบทวน สักพักเจ้าค่ะ” เจ้านางน้อยตอบพลางเบือนหน้าหันไปมองทางอื่น “เห็นทีพ่อคงต้องเลือกลูกเขยเองซะกระมัง” “ไม่เด็ดขาดค่ะ เจ้าพ่อ คนรักของลูก ลูกต้องเลือกเองแต่ตอนนี้ลูกยังไม่พร้อม” เจ้านางน้อยพูดพลางหุนหันลุกขึ้นเดินปึงปังลงไปจากคุ้มพร้อมกับมีคำสานวิ่งตามหลังลงไป “เจ้าหลวงทอดถอนใจกับการกระทำของลูกสาวที่ดื้อรั้นและเอาแต่ใจอย่างหาใครเปรียบมิได้

“เฮ่อ เจ้าพ่อนะเจ้าพ่อ พูดเรื่องแต่งงานมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว คนไม่เคยเห็นหน้าไม่ได้รักกัน จะแต่งงานกันได้ยังไง จริงมั้ย” เจ้านางหันหน้ารำพึงรำพันกับเหล่าหมู่มวลดอกไม้

“นั่นสิ คนไม่เคยเจอกันจะรักกันได้อย่างไร” เสียงๆหนึ่งเอ่ยขึ้นอยู่ข้างหลังเจ้านาง

“ท่าน…คือใครกัน แล้วมายุ่งอะไรกับเรื่องของข้าเจ้า” เจ้านางหันไปทางต้นเสียง

เมื่อทั้งสองพบสบตากลับมีกระแสไฟฟ้าแปลกๆ ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ผู้ชายที่ไหนกันนะ

รูปงามเสียจริงคิ้วดกได้รูป โครงหน้าเรียวงามดุจเทพบุตรลงมาจุติก็ไม่ปาน ปากเรียวได้รูปสีกุหลาบ ดวงตาสีนิลเป็นมันวาว ชวนให้หลงใหล

ชายหนุ่มนิรนาม เมื่อพลันสบตากับหญิงสาว ก็รู้สึกเหมือนถูกมนต์เสน่ห์ ผมยาวถูกเกล้ามวยไว้อย่างเรียบร้อย หน้าตางดงามหมดจดผิวพรรณผุดผ่อง ราวกับเทพธิดา ร่างบางสมส่วน จนชายหนุ่มคิดว่าถ้าหากได้กอดสตรีนางนี้นางจะต้องแตกเหมือนรูปปั้นแก้วที่เปราะบางเป็นแน่แท้

สุน สุน สุน!!  ….. เฮือก!!! “คะแม่ แม่มีอะไรหรอคะ” สกุนตลาลุกขึ้นมาจากที่นอน

“ยัยสุน กี่โมงกี่ยามแล้วลูก ขึ้นมาอาบน้ำแล้วหายเงียบไปเลย แม่ตกใจแทบแย่ พ่อรอกินข้าวยู่ข้างล่างแน่ะลูก” “คะแม่ หนู…หลับไปหรอคะ” เธอถามผู้เป็นแม่ “ใช่สิยัยลูกคนนี้นี่ เป็นอะไรไป ยัยลูกคนนี้นี่ลงไปข้างล่างได้แล้วพ่อรอยู่ อย่าเผลอหลับอีกนะลูก”

ผู้เป็นแม่พูดพลางเดินหายลับประตูไป

เมื่อกี้เราหลับหรอ แล้ว….ฝันอีกแล้ว…เป็นเรื่องเป็นราวเชียวเรา

สงสัยเราจะบ้าหรือไม่ก็เหนื่อยจัด

แต่ทำไมมันเหมือนจริงจังเลย …. !!

ศกุนตลานั่งคิดอยู่สักพัก จึงเดินลงไปข้างล่าง

โปรดติดตามตอนต่อไปนะจ๊ะ อ๊ะๆ

หรือบุคคลใดๆ ทั้งสิ้น

 เนื้อเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงจนิตนาการของผู้แต่งไม่เกี่ยวข้องกับสถานที่

โดย ราตรีวีนัส

 

กลับไปที่ www.oknation.net