วันที่ ศุกร์ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Use No Flash


 

 

ท่ามกลางม่านเหมยบนยอดดอยใน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ผมควบเจ้าเหลืองหลังแอ่น 4x4 จอมพยศ ผ่านถนนลูกรังนิ่มลื่นไปอย่างเชื่องช้า เสียงเพลงโปรดจากเครื่องเสียง เพื่อนร่วมทางสิ่งเดียวของผมในขณะนี้ ไม่ได้ช่วยให้ความกังวลกับเส้นทางข้างหน้าลดลงสักเท่าใด

กว่า 40 กม. ที่ลากสังขารผ่านมา จนเหลืออีกเพียง 1 ใน 5 ของระยะทางรวม ท้องฟ้าแดงก่ำที่กำลังจะหมดแสง กระตุ้นน้ำหนักเท้าให้กดลงบนคันเร่งเพิ่มขึ้นอีก แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่า ต้องประหยัดเชื้อเพลิงในถังไว้เผื่อขากลับด้วย.....

 เช้าวันใหม่ ท่ามกลางม่านหมอกเหมยเช่นเดิม แต่ออกจะหนักหนาสาหัสกว่าเมื่อคืนมากมายนัก ผมเดินสอดส่ายสายตามองหามุมถ่ายภาพแปลกๆ ตามประสาคนอยู่ไม่สุข ละอองน้ำที่ปลิวผ่องอยู่รอบกาย เป็นอุปสรรคกับอุปกรณ์ไม่น้อย แต่ตรงกันข้าม กลับสร้างมิติแห่งแสงได้อย่างน่าอัศจรรย์

ในหมู่บ้านกะเหรี่ยงแห่งนี้ สิ่งที่ดูโดดเด่นที่สุดหนีไม่พ้นเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด ตัดกับสีธรรมชาติอย่างสนุกสนาน ผมเดินตามถ่ายเฉดสีเหล่านี้อยู่เป็นชั่วโมงจนเจ้าอุปกรณ์เปลี่ยนแสงเป็นสัญญาณไฟฟ้าในมือยอมแพ้แก่ความชื้นในอากาศ ดับสนิทแน่นิ่งไป

เมื่อไม่มีกล้องในมือ ความสนใจจึงกลับมาอยู่ที่ร่างกายเปียกอันชุ่ม นั่นทำให้ความเหน็บหนาวบังเกิดขึ้นทั่วทุกขุมขน ตอนนี้ ทั้งกล้องทั้งคน หมดสภาพไม่ต่างกัน

สถานการณ์เริ่มคับขัน สิ่งที่ควรทำคือ หาทางรอด ในความมืดมนยังมีแสงส่วาง คันไฟที่ลอยผุยๆ อยู่ไม่ไกล ทำให้รู้ว่า น่าจะมีคนอยู่ หรืออย่างน้อย ที่ตรงนั้นก็ยังมีความอบอุ่นให้พอได้พึ่งพิง

ผมเดินลัดป่าละเมาะ ตรงดิ่งไปยังต้นตอของควันสีเทานั้น และก็เกินคาด บ้านไม้ยกพื้นสูงหลังไม่เล็กของชาวปะกาเกอญอ ตั้งตระหง่านอยูเบื้องหน้า  ควันไฟยังคงล่องลอยออกมาอย่างต่อเนื่อง

แม้จะส่งภาษากันไม่รู้เรื่องเท่าไรนัก แต่เจ้าถิ่นบนภูสูงเข้าใจภาษากายของผมไดเป็นอย่างดี ทั้งยังเชื้อเชิญผมขึ้นไปบนบ้าน และพาตรงไปยังจุหมาย "เตาไฟ" อันแสนอบอุ่นนั่นเอง

ทั้งคนทั้งกล้อง อาการดีขึ้นตามลำดับ จนพร้อมจะสร้างงานอีกครั้ง ตลอดเวลาที่อยู่หน้าเตาไฟ แสงที่ลอดเข้ามาจากหน้าต่างบานเล็ก กระทบกับควันไฟหนาจากไม้ฟืนเปียกชื้น เป็นภาพที่ผมจดจ้อง แค่เพียงให้กล้องคู่กายหายดีเท่านั้น และไม่นานเกินรอ เมื่อระบบกลับมาใช้งานได้ ก็ไม่ต้องรีรออะไรอีก

องค์ประกอบในภาพนั้น แทบไม่ต้องจัดอะไรอีกแล้ว ความงามของแสงเงา กาน้ำที่ดำมิดด้วยเขม่าจากกาลเวลา รวมถึงเจ้าถิ่นผู้มีไมตรี ยังนั่งอยู่ในมุมที่เหมาะเจาะ ที่เหลือก็แค่รอจังหวะที่ควันไฟจะลอยขึ้นในทิศทางที่ต้องการเท่านั้น ส่วนการวัดแสงในสภาพเช่นนี้ ผมชอบที่จะวัดแสงเฉลี่ยทั้งภาพ และตั้งค่าให้อันเดอร์ลงอย่างน้อย 1 สต๊อป ส่วนเระบบเฉพาะจุด อาจจะเลือกสีเทากลางในภาพซึ่งมีอยู่หลายที่เช่นกัน โดยเฉพาะที่ควันไฟ (แต่ใช้งานจริงไม่ได้ เพราะไม่ลอยนิ่งให้วัด) หรือบริเวณพื้นดินใกล้ของเตาด้านใกล้กับตัวแบบ

ผมเลือกโฟกัสที่กาน้ำ ซึ่งสามารถเล่าเรื่องราวได้มาก และยังช่วยในเรื่องช่วงความชัดลึกแบบ Hyperfocal เพราะช่องรับแสงที่เลือกใช้กว้างถึง 2.8 (ไม่มีขาตั้ง) เพื่อให้ได้ความเร็วชัตเตอร์สูงพอที่ภาพจะไม่สั่นไหว แต่ก็ต้องไม่มากเกินไปจนควันไฟหยุดนิ่งขาดความพริ้วไหว

ที่สำคัญ งดใช้แฟลชอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้กล้องที่ยังไม่แห้งสนิท กลับเข้าสู่อาการโคม่าได้

โดย -มี๊-โซน7

 

กลับไปที่ www.oknation.net