วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นศ.เอแบคโวยตุ๋นเรียนดนตรี


 

 นักศึกษา ม.ดังโวยหลอกเรียนคณะดนตรี สอนมั่วเก็บโหด 5 แสนบาท บังคับ นศ.เปียโนสอนแทนอาจารย์ทั้งเทอม ไม่มีห้องอัด เครื่องดนตรีขาด ใครฟ้องขู่ขึ้นบัญชีดำ สกอ.รับเรื่อง เตรียมเรียกคู่กรณีให้ข้อมูล มหาวิทยาลัยนัด 24 ม.ค.แจงข้อเท็จจริง 

 

 ปัญหาหลักสูตรการสอนในมหาวิทยาลัยไม่ได้มาตรฐานยังคงมีต่อเนื่อง ล่าสุด "คม ชัด ลึก" ได้รับร้องเรียนจากกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังว่า คณะดนตรีที่เป็นหลักสูตรนานาชาตินั้น วิชาที่สอนไม่ได้มาตรฐานสากล อาจารย์ปล่อยให้นักศึกษาสอนกันเอง และขาดแคลนอุปกรณ์ดนตรี ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการข่มขู่นักศึกษาอีกด้วย

 

 เมื่อวันที่ 12 มกราคม ตัวแทนกลุ่มนักศึกษาคณะดนตรีให้ข้อมูลว่า พวกตนและเพื่อนรวม 35 คนกำลังได้รับความเดือดร้อนจากการเรียนหลักสูตรปริญญาตรีนานาชาติ คณะดนตรี เนื่องจากผู้บริหารเปลี่ยนแปลงหลักสูตรกะทันหัน โดยตัดวิชาสำคัญออกไปถึง 40 วิชา เมื่อสืบหาข้อเท็จจริงจึงทราบว่า ทางคณะเพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่ถึง 10 ปี อุปกรณ์ดนตรีจึงไม่พอเพียง และไม่มีห้องอัดเสียง ห้องซ้อมวงดนตรี ห้องแสดงคอนเสิร์ตไม่ได้มาตรฐาน ฯลฯ

 

 นอกจากนี้อาจารย์ต่างชาติส่วนใหญ่ไม่มีความถนัดและแตกฉานทางดนตรีอย่างแท้จริง พวกตนเคยร้องเรียนต่อผู้บริหารแล้ว แต่ได้รับการข่มขู่ว่า หากนักศึกษาคนใดโวยวายหรือทำให้เกิดปัญหาจะขึ้นชื่อในแบล็กลิสต์หรือบัญชีดำ เพื่อไม่ให้มีโอกาสได้ทำงานที่ดีหรือเรียนต่อในสถาบันอื่น พวกตนจึงอยากร้องเรียนให้กระทรวงศึกษาธิการเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหลักสูตรการสอนว่าได้มาตรฐานจริงหรือไม่ และขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของอาจารย์ โดยเฉพาะหัวหน้าภาควิชาว่ามีความเหมาะสมกับวิชาที่สอนหรือไม่

 

 น.ส.เอ็ม (นามสมมติ) นักศึกษาปี 4 เล่าว่า คณะดนตรีเปิดได้ประมาณ 8 ปีแล้ว ช่วงแรกเป็นสาขาอยู่ในคณะศิลปกรรม ก่อนมาเปิดเป็นคณะดนตรีหลักสูตรนานาชาติ แต่ละปีมีนักศึกษาเข้าใหม่ประมาณ 20-30 คน รวมแล้วปัจจุบันมีประมาณ 100 กว่าคน แบ่งเป็นเอกดนตรีแจ๊ส กับเอกดนตรีคลาสสิก ซึ่งตนเลือกเรียนสาขาแจ๊สและเรียนวิชาเอกการแต่งเพลง ปรากฏว่าทั้งหลักสูตรมีเปิดสอนแต่งเพลงเพียง 2 วิชาเท่านั้น

ขณะที่มหาวิทยาลัยอื่นต้องเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการแต่งเพลงอย่างน้อย 6-8 วิชา ทำให้นักศึกษาที่เรียนเอกสาขาแต่งเพลงต้องขวนขวายหาความรู้จากที่อื่นแทน นอกจากนี้อาจารย์ที่สอนมักจะมาสาย หรือไม่มาในหลายวิชา โดยไม่บอกล่วงหน้า จนกลายเป็นเรื่องปกติ และอาจารย์ที่สอนก็มีไม่เพียงพอกับรายวิชาที่เปิด ต้องโยกย้ายสลับอาจารย์มาสอนวิชาที่ไม่เชี่ยวชาญ ทำให้อาจารย์บางคนขอร้องกึ่งบังคับให้นักศึกษาช่วยสอนแทน

 "หนูเรียนเปียโนตั้งแต่เด็ก ตอนอยู่ปี 2 ลงเรียนวิชาเบสิกคีย์บอร์ด พออาจารย์วิชานี้รู้ว่าเล่นเปียโนได้ค่อนข้างดี ก็มอบหมายให้เป็นคนสอนเพื่อนๆ ในชั้นมีอยู่ประมาณเกือบ 10 คน ตอนแรกหนูก็ไม่คิดอะไรมาก คิดว่าอาจารย์จะให้สอนแค่ 1 ครั้ง แต่พอเรียนครั้งต่อไป เขาก็ให้หนูออกมาสอนเพื่อนๆ อีก และให้สอนต่อเนื่องทุกครั้ง ซึ่งวิชานี้ต้องเรียนอาทิตย์ละ 1 ครั้ง รวมเป็น 15 ครั้งต่อเทอม ปรากฏว่าหนูต้องสอนเพื่อนทั้งเทอมเลย สุดท้ายอาจารย์ก็ไม่ต้องสอนอะไรเลย หนูเป็นคนสอนหมด แล้วเขาก็ให้หนูได้เกรดเอ กลับมาบ้านรู้สึกกลุ้มใจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร"

 น.ส.เอ็ม เล่าต่อว่า คุยกับเพื่อนที่เรียนคณะดนตรีของมหาวิทยาลัยอื่น เช่น จุฬาฯ ม.รังสิต ม.มหิดล ม.เกษตรศาสตร์ ฯลฯ ปรากฏว่าพวกเขาได้เรียนวิชาดนตรีพื้นฐานและดนตรีเฉพาะทางคล้ายกัน มีวิชาเลือกหลากหลาย และครูผู้สอนก็มีทั้งนักดนตรีหรืออาจารย์ดนตรีที่มีชื่อเสียงจริง ยิ่งไปกว่านั้น อุปกรณ์ดนตรีและห้องซ้อมวงดนตรีก็เพียงพอสำหรับนักศึกษาทุกคนด้วย ขณะที่คณะดนตรีไม่มีอุปกรณ์ดนตรีที่เหมาะสมกับการเรียนการสอนนักศึกษา โดยเฉพาะห้องแสดงคอนเสิร์ตที่เล็กและไม่ได้มาตรฐาน พวกตนอยากให้กระทรวงศึกษาธิการเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง

 "ก่อนจะสมัครเรียนก็อ่านรายละเอียดในโบรชัวร์และเว็บไซต์ที่โฆษณาว่ามีห้องซ้อมวงดนตรี 6 ห้อง แต่พอมาเรียนจริงถึงรู้ว่ามีแค่ 1 ห้องเท่านั้น และที่โฆษณาว่ามีห้องอัดเสียงดนตรีนั้น ความจริงคือไม่มีสักห้องแต่ไปขอยืมใช้จากคณะอื่นแทน และที่บอกว่ามีแกรนด์เปียโน 6 หลังนั้น ตอนนี้เสียไปแล้ว 2 ใช้ได้แค่ 4 หลัง ไม่มีใครเรียกช่างมาซ่อม นักศึกษาต้องแย่งกันซ้อม

ส่วนห้องแสดงคอนเสิร์ต หรือคอนเสิร์ตฮอลล์ ที่มีอยู่ห้องเดียวก็ไม่ได้มาตรฐานสากล พวกเรารู้ดี เพราะเคยไปดูเพื่อนมหาวิทยาลัยอื่นเล่นคอนเสิร์ตตลอด เปรียบเทียบได้เลยว่า ที่นี่แย่มาก แถมไม่มีห้องสมุดดนตรี อุปกรณ์ดนตรีทั่วไปก็ไม่พอเพียง ตอนนี้พวกหนูทุกข์ใจกันทุกคน ไม่รู้ว่าเรียนจบออกไปจะไปสมัครงานหรือเรียนต่อที่ไหนได้ เพราะเขาต้องขอให้เราแสดงดนตรีหรือความสามารถให้ดูอยู่แล้ว ตอนนี้พวกที่จบปี 4 ยังสู้ปี 1 ของมหาวิทยาลัยอื่นไม่ได้เลย" น.ส.เอ็มเล่า

 เช่นเดียวกับ น.ส.แอ็ป นักศึกษาวัย 23 ปี เล่าว่า เข้าเรียนปี 1 ในพ.ศ.2549 ตอนนั้นเป็นคณะศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งเลือกเรียนวิชาเอก "โปรเฟชชั่นแนล มิวสิก" (Professional Music) หรือผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี แต่พอถึงปี 2 เทอม 2 พ.ศ.2550 ตนก็ไปจ่ายเงินค่าเทอมตามปกติ ปรากฏว่าหัวใบเสร็จเปลี่ยนเป็นคณะดนตรี และเปลี่ยนวิชาเอกให้เป็น การแสดงดนตรี (Music Performance) ซึ่งรู้สึกตกใจมาก เพราะอยากเป็นนักแต่งเพลง ไม่ได้อยากเป็นนักดนตรี ตนพยายามติดต่อขอคำชี้แจงจากผู้บริหารคณะ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ เพื่อนๆ ขอร้องให้ทนเรียนไปเรื่อยๆ ซึ่งรู้สึกกดดันมาก

เพราะไม่ได้มีพื้นฐานการเล่นดนตรีลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังมีการรวมวิชาดนตรีแจ๊สผสมเข้ากับดนตรีคลาสสิก สร้างความสับสนให้ผู้เรียนมาก ส่วนตนก็ไม่ได้เรียนเจาะลึกในด้านแต่งเพลง ขณะนี้กำลังรอรับปริญญาโดยไม่รู้ว่าจะไปสมัครงานหรือเรียนต่อที่ไหนได้ เพราะหลักสูตรที่จบมาแบบนี้คงไม่มีที่ไหนยอมรับ

 นายเบิร์ด นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เล่าว่า ตนเรียนเปียโนมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ มีประกาศนียบัตรไปสอนนักเรียนได้แล้ว แต่พอเข้าเรียนปริญญาตรี ปรากฏว่าหลักสูตรที่โฆษณากับที่สอนจริงแตกต่างกันมาก มีการลดวิชาสำคัญไปถึง 40 วิชา เปิดสอนแต่วิชาเลือกที่ไม่สำคัญ ค่าเล่าเรียนก็แพงกว่ามหาวิทยาลัยอื่น คือประมาณ 6-7 หมื่นบาท ในแต่ละเทอม รวมแล้วไม่ต่ำกว่าปีละแสนกว่าบาท แต่ไม่มีห้องซ้อมดนตรีและเครื่องดนตรีให้อย่างพอเพียง ทั้งๆ ที่เก็บค่าห้องซ้อมดนตรีเทอมละ 3,000 บาท จากนักศึกษาทุกคน แต่มีห้องซ้อมแค่ 1 ห้อง และปิดเวลาห้าโมงเย็น ซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่จะเข้าเรียนจนถึงเวลา 14.30 น. ทุกวันนี้ตนกับเพื่อนๆ ต้องไปเช่าห้องซ้อมวงดนตรีที่อื่น ทำให้เสียค่าใช้จ่ายอีกไม่ต่ำกว่าเดือนละหมื่นกว่าบาท

 "ผมกัดฟันเรียนต่อ เพราะไม่อยากมีปัญหา แต่วันนี้ถึงเวลาแล้วที่นักศึกษาต้องออกมาสู้เพื่อความถูกต้อง ไม่ให้รุ่นน้องของเราถูกหลอก เป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นไม่ตกเป็นเหยื่อเหมือนพวกเรา ผมว่าผู้บริหารต้องเข้ามาตรวจสอบความจริงของคณะดนตรี ผมอาจไปฟ้องศาลเรียกค่าเสียหาย เอาค่าเทอมที่จ่ายไปทั้งหมด 4 ปี กว่า 5 แสนบาทคืนมา

 เพราะผมคงต้องไปเรียนต่อปริญญาตรีอีกครั้งที่มหาวิทยาลัยอื่น ไม่งั้นก็หางานทำไม่ได้ พวกเราเสียเวลาไปเปล่าๆ 4 ปี อยากให้มหาวิทยาลัยอื่นช่วยรับพวกเราไปเรียนต่อ แล้วให้มหาวิทยาลัยชื่อดังรับผิดชอบจ่ายเงินค่าเทอมให้ ตอนนี้พวกเราร้องเรียนไปที่สำนักงานคณะกรรมการารอุดมศึกษาแล้ว" นายเบิร์ดกล่าวเรียกร้องความยุติธรรม 

 เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามข้อเท็จจริงไปที่คณะดนตรี ทางเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าทราบข้อมูลแล้ว แต่ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องไม่ว่างและบางคนเดินทางไปต่างประเทศ จึงขอนัดชี้แจงอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 มกราคม ที่จะถึง เมื่อสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พบว่าเรื่องร้องเรียนของกลุ่มนักศึกษาข้างต้นนั้น สำนักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษารับทราบเรื่องแล้ว และส่งต่อไปให้เลขาธิการ สกอ.พิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อไป

 นายขจร จิตสุขุมมงคล ผอ.สำนักนิติการ สกอ.กล่าวว่า ยังไม่เห็นหนังสือร้องเรียนตัวจริง แต่ได้ยินในที่ประชุมว่า มหาวิทยาลัยชื่อดังได้รับการร้องเรียนเรื่องดังกล่าวจริง ซึ่งวิธีจัดการปัญหาเบื้องต้นคือ ต้องเรียกทั้งฝ่ายนักศึกษาที่ได้รับความเดือดร้อนและฝ่ายผู้บริหารคณะดนตรีเข้ามาให้ข้อมูล จากนั้นก็ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบหลักฐานการเรียนการสอนว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินการขั้นต่อไป

 

 

 

 คม ชัด ลึก 17/01/2554

/////////////////

 

โดย A.punnee

 

กลับไปที่ www.oknation.net