วันที่ ศุกร์ มกราคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เดินเล่น (เพราะหลง) ในปารีส ตอน 3


ตะลุยปารีสวันแรกจบลงอย่างเหนื่อยหอบและเปียกชุ่ม

วันต่อมาไม่ค่อยหลง เพราะมีรุ่นพี่คนไทยที่เรียนอยู่ที่นี่เป็นไกด์อาสาให้ช่วงบ่าย

วันนี้อยากจะชักภาพหอไอเฟลตอนแดดเปรี้ยง ก็เลยตัดสินใจแวะไปซะหน่อยตอนเช้า นั่งรถไฟสาย 6 จากแถวบ้าน ไปลงที่สถานี Dupleix เพราะเมื่อวานตอนขากลับก็ไปนั่งรถไฟที่สถานีนี้แทนที่จะเดินไปที่สถานี Bir-Hakeim ระยะทางเดินไปถึงหอไอเฟลพอๆ กัน แถมจากสถานี Dupleix ยังเดินไปถึงด้านหน้าของหออีกต่างหาก ถ้าเดินจาก Bir-Hakeim จะไปถึงทางด้านหลังของหอที่หันหน้าเข้าแม่น้ำแซน

ทางด้านหน้าหอจะเป็นสนามหญ้ากว้าง และอยู่ใกล้ๆ กับ Ecole Militaire หรือโรงเรียนเตรียมทหารของเค้า ที่สนามหญ้านี้มุมชักภาพสวยเชียวค่ะ ถ่ายรูปให้เห็นหอไอเฟลแบบเต็มๆ ได้ไม่ยาก ขนาดคนถ่ายไม่เก่งอย่างฉันยังถ่ายได้เลยค่ะ อะแฮ่มๆ (ที่มาของรูปโปรไฟล์ด้วยล่ะค่ะ)

นั่งอ่านหนังสือที่มีฉากหลังเป็นกรุงปารีสเมื่อศตวรรษก่อนค่ะ

ไปนั่งเล่น อ่านหนังสือเล่นอยู่พักนึงค่ะ แล้วอยู่ๆ ก็มีหนุ่มน้อย (น้อยจริงๆ ค่ะ อายุเลขตัวเดียว) เดินต้วมๆ มาเกาะที่ขากางเกง ก็เลยขอคุณแม่เค้าเก็บภาพมาซักหน่อย น่ารักมากค่ะ

หนูน้อยปาริเซียงน่ารักน่าหยิก

ชักภาพได้ตามต้องการแล้วก็ต้องออกเดินทางไป Mont Martre ต่อ เพราะนัดคุณพี่ไกด์ปาริเซียงไว้ตอนบ่ายโมง แล้วด้วยความที่ชอบเดินหลง ก็เลยเผื่อเวลาเดินทางไว้ชั่วโมงครึ่งค่ะ

แล้วก็หลงจริงๆ ค่ะ เพราะคิดว่ากะจะเดินไปถ่ายรูป Les Invalides ซึ่งเป็นสถานที่ฝังศพนโปเลียนเสียหน่อย เพราะเห็นว่าอยู่ใกล้ๆ กัน แต่ก็หาไม่เจอ แถมไม่อยากเสียเวลาเดินหา เดี๋ยวจะไม่ทันตามนัด ก็เลยกะว่าหารถไฟฟ้าขึ้นดีกว่า หลงไปหลงมา ก็ไปเจอสถานที่ Champs Elysees Clemenceau สาย 13 ซึ่งก็ถือว่าไม่เลวเลยค่ะ ฟลุ๊คได้ดีจริงๆ เพราะสายนี้นั่งไปอีกหน่อยแล้วเปลี่ยนเป็นสาย 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานี Anvers ที่จะนำไปสู่โบสถ์ Sacre-Ceour ได้อย่างง่ายดาย

ใช้เวลาเดินทางแผล็บเดียวววว ก็มาถึงที่ Anvers ค่ะ เดินขึ้นไปเรื่อยๆ ตามหนังสือไกด์บุ๊คนี่ซื้อมา ถนนเล็กๆ ที่มุ่งหน้าไปสู่โบสถ์จะมีร้านรวงขายสินค้าที่ระลึกแยะเลยค่ะ เสื้อผ้าก็ถูกค่ะ แต่ไม่รับประกันคุณภาพ เห็นว่าที่ถูก ก็เพราะย่านนี้เป็นย่านคนผิวสียากจนของปารีสค่ะ

นัดเจอกับคุณรุ่นพี่หน้าโบสถ์ค่ะ ฉันก็ เอ๊ะ! ข้างบนหรือข้างล่างหว่า แต่เอาวะ เสี่ยงไปรอหน้าโบสถ์ด้านบนดีกว่า (ในใจกลัวจะไม่เจอกันมากๆ เพราะคนเยอะพลุกพล่านค่ะ)

 ตอนรอคุณพี่ไกด์ก้อขอชักภาพกรุงปารีสจากมุมสูงซะหน่อยค่ะ (โบสถ์แห่งนี้เป็นจุดที่สูงที่สุดของปารีสค่ะ บวกกับการที่ปารีสเป็นเมืองที่ราบ เลยถ่ายได้เห็นเมืองในมุมกว้าง)

สุดท้ายโชคช่วยค่ะ เจอคุณรุ่นพี่โดยไม่ยากเย็นนัก พี่เค้าพาเดินชมด้านในอยู่พักนึง แล้วก็พาลงไปเดินตลาดย่านนั้น ซึ่งเป็นทางผ่านเดินไปมูแลง รูจ ด้วยพอดี แต่ทางเดินจำไม่ได้หรอกค่ะ เพราะตามเค้าต้อยๆ อย่างเดียว

ปล. ด้วยความที่ย่านนี้เป็นแหล่งคนจนของปารีส จึงมีพ่อค้าชาวผิวสีร่างบึ้กมาเร่ขายของที่ระลึกกันเป็นแถว แถมบางคนจะเข้ามาแตะๆ ตัวเราด้วย วิธีหลีกเลี่ยงคือ นิ่งค่ะ เพื่อนชาวฝรั่งเศสที่ไปอยู่ด้วยบอกว่าต้องทำตัวเป็นชาวปารีส ทำตัวเป็นคนท้องถิ่น ไม่สนใจ แค่สะบัดหัวเบาๆ แล้วเดินต่อไป ห้ามหยุด ห้ามมองค่ะ เดี๋ยวเค้าก็เลิกเกาะแกะไปเอง (แต่จะว่าไป เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ยังไงก็กลัวค่ะ บอกไม่ถูก)

ตลาดย่านมงมาร์ท เป็นถนนสายศิลปะค่ะ มีภาพเขียนเยอะแยะหลากฝีมือค่ะ อยากซื้อมากกกกก แต่ไม่มีที่ประดับค่ะ เลยตัดใจไม่ซื้อดีกว่า

สีสันต์โปสการ์ดจากปารีส จากร้านค้าแห่งหนึ่งในย่านนั้น

ตรอกเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ของย่านมงมาร์ท เต็มไปด้วยร้านรวงบรรยากาศคึกคัก

หนึ่งในบรรดาร้านรวงก็คือ ร้านมาการงสีสันต์สดใส ขายเป็นชิ้นตามสั่ง งั่มๆๆ อร่อยดีค่ะ

ชีวิตของปาริเซียงผูกโยงกับการนั่งรับลมนอกร้านกาแฟ มีให้เห็นโดยทั่วไป

ร้านกาแฟร้านนี้เป็นร้านที่ใช้ถ่ายนำหนังฝรั่งเศสเรื่อง Amelie ที่มี Audrey Tautou รับบทนำ

เดินมาซักพักก็ถึงซะทีค่ะ Moulin Rouge ที่แปลตรงตัวได้ว่ากังหันสีแดง ชักภาพแค่นี้แหล่ะค่ะ เป็นอันจบ ค่าชมการแสดงไม่ไหว แพงเหลือเกิน แถมยังเปิดแสดงในตอนกลางคืนอีกด้วย เพื่อนชาวฝรั่งเศสที่ไปอาศัยเค้าอยู่ด้วยก็เตือนนักเตือนหนาว่าย่านกังหันแดงไม่ค่อยจะปลอดภัยนักในตอนกลางคืน ขนาดคุณเพื่อนซึ่งเป็นคนฝรั่งเศสเองยังกล้าๆ กลัวๆ แถบนี้อยู่เหมือนกันค่ะ

การเดินทางวันนี้ยังไม่จบค่ะ แต่ไว้เดี๋ยวมาเขียนต่อตอนกลางคืน ตอนนี้ขอตัวค่ะ

โดย พฤษภา

 

กลับไปที่ www.oknation.net