วันที่ เสาร์ มกราคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กลับบ้าน


                         

          สายลมวูบไหวพัดผ่านลานข้าวตอนสาย แม่หาบกระบุงเดินมา มีผ้าห่อคลุมศรีษะกันฝุ่น มันฟุ้งทุกครั้งที่ลมพัดมา ทั้งผงฝุ่น เศษฟาง ข้าวลีบ       "อย่าเล่นซนนักนะมันคาย"  แม่บอก        แต่เราไม่สนใจ   พี่ชายยังตั้งท่าจอมยุทธเตรียมกระโดดตีลังกาบนกองฟางหรือจะเรียกว่าภูเขาฟางเลยก็ได้   พ่อบอกว่าปีนี้จะได้ข้าวหลายรถอีแต๋น   ไม่มีอะไรสนุกมากกว่าเล่นหนังจีนบนกองฟางอีกแล้ว   เพื่อนๆหลายคนชอบมาเล่นที่บ้านเรา พี่ชายจะเอาดินเหนียวมาปั้นเป็นรูปคน แล้วก็เล่าเรื่องให้พวกเราฟัง พอเลิกเล่นก็จะได้ตุ๊กตาดินเหนียวกันคนละตัว

          สายลมวูบไหวพัดผ่านใบหน้า เบื้องหน้ายังคงเป็นทุ่งกว้างอยู่เหมือนเดิม แต่ไม่มีนาข้าว ไม่มีลานข้าวเหมือน 20 กว่าปีก่อน      พ่อกับแม่ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำนาเหมือนเก่าแล้ว  ทุ่งที่มองเห็นเต็มไปด้วยต้นยางที่ขึ้นสูงเกือบท่วมหัว พ่อขายนาผืนนี้ให้กำนันหลังจากติดจำนองเขาไว้กว่า 10 ปี     พ่อเอานาผืนนี้ซึ่งเป็นสมบัติของแม่ที่ตาทิ้งไว้ให้เป็นมรดก ส่งเสียลูก 8 คน ให้เรียนหนังสือ พ่อบอกว่าต่อไปเราจะได้ไม่เหนื่อยเหมือนพ่อกับแม่

          รถสองแถวประจำทางวิ่งออกไป พ่อกับแม่ยังยืนอยู่ริมถนนหน้าบ้าน คงจะยืนมองจนรถวิ่งลับตาไป   "ผมกลับก่อนนะครับพรุ่งนี้เด็กๆต้องเตรียมตัวไปโรงเรียนแล้ว"  ผมบอกเมียกับลูกๆให้ลาปู่กับย่า     พ่อกับแม่กอดหลานแล้วก็อวยพรให้เราโชคดี ผมไม่อยากมองกลับไปอีก ภาพพ่อกับแม่น้ำตาคลอเบ้า ขณะควักเงิน 100 บาทยัดใส่มือหลาน "มาหาปู่กับย่าอีกนะลูก" เสียงสั่นเครือของแม่ที่พยายามจะยิ้มให้หลาน พ่อบอกผมว่ามีอะไรก็บอกพ่อนะ ยังมีโฉนดบ้านเหลืออยู่

          รถสองแถววิ่งออกไป ผมกลับมาบ้านครั้งสุดท้ายเมื่อ 5  ปีก่อน   ยังไม่รู้เลยว่าอีกกี่ปีจะได้กลับมาที่นี่อีก

                                                                 ********************

                                                         อักษรานันต์

                                               ในห้วงคำนึงของฤดูหนาว

                                        ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ตครับ

โดย อักษรานันต์

 

กลับไปที่ www.oknation.net