วันที่ จันทร์ มกราคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปดูกระเต็นปักหลักที่อยุธยา


ผมฝักใฝ่เรื่องการดูนกมา 2-3 ปี จากเดิมที่ไม่ค่อยได้สนใจ แต่พอมาหัดดู เริ่มศึกษา เรื่องเรียนรู้ ชักติดใจ ช่วงนี้ถ้าอุปมาก็เหมือนเด็กวัยรุ่นกำลังคันขนหนวด คือภูมิใจกับไรหนวดใหม่เอาไว้ให้มันหรอมแหรมอวดสาวๆซะงั้น อาการดูนกก็ไม่ต่าง อะไรที่ไม่เคยเจอจังๆ ก็ตื่นเต้นกระเหี้ยนกระหือรือ อยากจะไปดูซะให้ได้ในเร็ววัน แม้กระทั่ง เจ้านกกระเต็นปักหลักที่ว่า

     แล้วเจ้ากระเต็นปักหลักนี่มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ จะว่าไปเราๆ ท่านๆ คงเคยเห็นนกกระเต็นใช่ไหมครับ ตามสายไฟ ตามกิ่งไม้ใกล้ๆหนองน้ำ จุดเด่นของนกตระกูลนี้คือปากใหญ่ แหลมตรง แต่สีสันนี่สดใสมาก เรียกว่าทรงปากอาจจะดูขี้เหร่ แต่เจ้านี่รู้จักแต่งตัว สรุปว่าดูดี

     นกกระเต็นที่เรามักเจอส่วนใหญ่ จะเป็นนกกระเต็นที่เรียกว่า กระเต็นอกขาว ( White-throated Kingfisher) แต่ถ้าไปตามป่าชายเลนหรือใกล้ๆทะเลจะเห็นกระเต็นอีกชนิด ที่เรียกว่า นกกินเปี้ยว ( Collared Kingfisher) สองชนิดนี้ถือเป็นกลุ่มกระเต็นที่คุ้นมาก ที่เจอบ่อยขึ้นก็จะเป็น กระเต็นหัวดำ (Black-capped Kingfisher) หรือ กระเต็นน้อยธรรมดา ( Common Kingfisher)

     ส่วนกระเต็นที่ตื่นเต้นกันก็จะเป็นพวกกระเต็นน้อยสามนิ้วหลังดำ กระเต็นหลังแดงอะไรพวกนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในป่าและหาดูยาก ทั้งหมดนี้สีสันสดใสทั้งนั้น แต่มีเจ้ากระเต็นปีกหลักนี่แหละที่ มีแค่สีขาวกับดำ(อีกชนิดคือกระเต็นขาวดำใหญ่ ซึ่งหาดูยากมาก)

     จะว่าไปเจ้า กระเต็นปักหลัก (Pied Kingfisher) นี้เป็นนกพื้นถิ่นที่มักเห็นตามแหล่งน้ำตามที่ราบทั่วไป คู่มือดูนกว่าอย่างนี้ แต่ข้อเท็จจริงมันไม่ได้เจอบ่อยๆเหมือนเจ้าอกขาวหรือกระเต็นน้อยยังเจอง่ายกว่า ผมเข้าไปดูในเวป thaibirder.com แหล่งชุมนุมคนถ่ายภาพนก จึงรู้ว่าต้องมุ่งไปอยุธยาแค่นี้เอง

     จุดหมายปลายทางคือ หลังบ้านผู้ใหญ่สุนทร ดีเฉย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา แกเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่งมีคนแถวนั้นแหละเป็นลูกค้า ชื่อร้านครัวมะนาว ไปถึงจึงรู้ว่าผมนี่ล้าหลังมาก เพราะมีคนดูนกไปกันแทบทุกวันทั้งคนไทย ทั้งต่างชาติ หลังบ้านติดแม่น้ำเจ้าพระยา มีตลิ่งสูงราว 3 เมตร ตลิ่งที่ว่านี่แหละที่นกกระเต็นปักหลักมาขุดรูทำรัง ผู้ใหญ่แกอุตส่าห์ทำบังไพรไว้ให้ด้วย

     ผมเข้าบังไพรไปไม่ทันตั้งขาตั้งกล้องด้วยซ้ำ ก็ได้ยินเสียงเล็กๆ แหลมๆ ครั้นมองลอดช่องบังไพร ก็เห็นเจ้ากระเต็นปักหลักเกาะอยู่กับกิ่งไม้ ครั้งแรกที่ผมเห็นตัวเป็นๆ และอารามรีบร้อนเลยมือไม้สั่นรูปชุดแรกจึงไม่ค่อยดี แต่นั่งรอไม่นานราว 15-20 นาที เขาก็จะมาเกาะแถวๆนั้นอีก เพิ่งจะมารู้ว่าเขากำลังขุดรูอยู่ใกล้บังไพรผมนั่นเอง ห่างกันไม่ถึง 2 เมตร เพียงแต่บังไพรผมอยู่สูงกว่าตลิ่ง อารมณ์อยากเห็นตอนที่เขาเข้ารูว่าเป็นแบบไหน เลยยอมอ้อมมาอีกด้านหนึ่ง แต่ห่างออกไปราว 25 เมตร ซุ่มในพงไม้ริมตลิ่ง

     ทีนี้ผมก็จึงเห็นวีถีชีวิตของเจ้ากระเต็นปีกหลักได้ชัดเจนขึ้น

     ช่วงนี้เป็นช่วงที่เขาจับคู่และเริ่มขุดรู รูดินที่ผมเห็นจึงยังเห็นขุยดินใหม่ๆ ไปหากินโดยการบินเรี่ยไปตามผิวน้ำ แล้วมาเกาะกิ่งใกล้ๆรู ก่อนที่ตัวหนึ่งจะบินเข้าไปในรู ส่วนอีกตัวก็จะรอสักครู่ ก่อนจะบินออกไปหากิน ราว 20 นาที ตัวที่เข้ารูก็จะออกมา เกาะกิ่งใกล้ๆ แป๊บเดียวตัวที่ไปหากินก็คาบปลามาให้ แล้วจึงพากันบินออกไป เวลาที่มันบินคู่กันเรี่ยผิวน้ำนี่สวยมาก แล้วผมก็เห็นลีลาการกระพือปีกทรงตัวเหนือผิวน้ำราว 1-2 เมตร แล้วจึงทิ้งดิ่งลงจับปลา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกระเต็นชนิดนี้

     ผมสังเกตดูตามตลิ่งเห็นรูนกกระเต็นหลายรู รวมทั้งเห็นนกกระเต็นปักหลักมากกว่าคู่ที่ผมไปดูด้วย บางครั้ง ออกมาชุมนุมโดยเกาะกิ่งใกล้ๆกัน 3-4 ตัวด้วยซ้ำไป แล้วค่อนข้างเชื่อง ขนาดเรือโยงแล่นมาใกล้ๆ มันก็ไม่หนี

     ผมได้ภาพและเอากล้องสองตาส่องดูจนหนำใจ โดยใช้เวลาไม่นาน เพราะเขามาถี่มาก ก็ออกมานั่งคุยกับผู้ใหญ่ จึงเห็นพัฒนาการของที่นี่คือเริ่มจากมีคนมาเจอกระเต็นชนิดนี้แล้วมาดู ตอนนั้นผู้ใหญ่แกก็ไม่รู้ความสำคัญด้วยซ้ำไป พอมีคนมาดูและบอกกับแกว่า ต่อไป บ้านผู้ใหญ่จะมีคนมาอีกเป็นหมื่น และก็เป็นดังนั้นจริงๆ

     เพราะทุกวันนี้มีคนไปดูนกกระเต็นปักหลักที่นี่ทุกวัน ทั้งไทย ทั้งเทศ ในขณะที่ทำเลนั้นโล่งไม่ค่อยมีอะไรบัง เลยต้องแบ่งๆกันเข้าไปดูทีละไม่มาก ใครไม่ถึงคิวก็นั่งรอนั่งคุยกันในร้านครัวมะนาวไปก่อน ใครได้ดู ได้รูปสมใจแล้วก็ออกมา

     ทุกอย่างไม่มีการจัดคิว คนไปต้องรู้กติกากันเอง

     วันผมไปโชคดีเพราะเป็นวันที่ 31 ธันวาคมปี 2553 คนเดินทางไปเที่ยวกันไกลๆหมด วันนั้นผมเลยไม่ต้องรอคิวกับใคร ทุกอย่างที่ว่ามา ...ฟรี!

     ใครจะไปรู้ว่าพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวอะไรจะมีคนแห่กันมาดูนกชนิดนี้กัน จากที่ไม่ได้สนใจนก เดี๋ยวนี้ผู้ใหญ่สุนทรต้องบอกลูกบ้านว่าอย่ายิง อย่าทำร้ายมัน ชาวบ้านให้ความร่วมมือดี มีแต่น้ำนี่แหละที่มักท่วมตลิ่งแหล่งทำรังของมัน

     ใครไม่เคยไปผมแนะเลยครับ เพราะใกล้แค่นี้เอง ขึ้นทางด่วนไปลงบางปะอิน แล้วมุ่งหน้าไปบางปะหัน ผ่านสี่แยกวรเชษฐ์ไปไม่ไกลก่อนขึ้นสะพานไปบางปะหันจะมีทางเลี้ยวซ้ายไปบางบาล เข้าไปตามทางนี้นิดเดียวจะมีทางแยกขวาเข้าวัดขนอม เลี้ยวเข้าไปตามทางนี้เลยวัดขนอมไปเรื่อยๆ ราว 7-8 กม. จะเห็นแทงค์ประปาใหญ่ๆ ซ้ายมือเลยไปอีกราว 3 กม. จะเห็นป้ายครัวมะนาว นั่นแหละครับถึงแล้ว

     นอกจากจะดูง่าย รอไม่นาน นกไม่ตื่นคนแล้ว ยังเห็นทิวทัศน์ริมน้ำเจ้าพระยา บ้านทรงไทยเก่าๆ ทุ่งนาเขียวขจี นกทุ่งนานาชนิดออกมาโชว์ลีลา แฟนผู้ใหญ่แกยังทำอาหารจากปลาแม่น้ำได้อร่อยเหาะโดยเฉพาะน้ำจิ้มปลาเผา ฝีมือบ้านๆ แต่รสชาติโรงแรมหรู

     ใครจะทานมื้อใหญ่ คงต้องโทรไปบอกแกให้ซื้อปลาไว้ก่อนรวมทั้งถามความเคลื่อนไหวของนก ที่ 081-946-6590 ผู้ใหญ่แกไม่เก็บเงินค่าดูเหมือนที่อื่นๆ ก็มีรายได้จากร้านอาหารนี่แหละ ผมบอกให้แกเก็บเงิน เหมือนแหล่งดูนกเอกชนอื่นๆ

     “นกไม่ใช่ของผม ผมแค่ไม่ให้ใครทำร้ายมันดูแลที่ที่มันมาทำรัง แล้วคนที่มาดูนก ตอนน้ำท่วมเขาก็มาช่วยแถวนี้มาก ผมเก็บเงินไม่ลงหรอก”

     ท้องทุ่งอยุธยา นอกจากมีนก มีธรรมชาติแล้ว ยังมีไมตรีจิตแบบไทยๆอีกด้วย จึงอยากให้ไปกันสักครั้งแล้วจะรู้ว่า ท้องทุ่งในบรรยากาศแบบไทยๆ ยังมีเสน่ห์อยู่ไม่น้อย....

...................................................

หมายเหตุ : จะเห็นนกชนิดนี้ทั้งปี ช่วงนี้จะจับคู่ ขุดรู ช่วง ก.พ. จะป้อนเหยื่อลูกอ่อน ซึ่งเป็นช่วงนกตื่นตัวมาก ดูจากไกลๆก็ได้โดยใช้กล้องส่องเพราะเป็นที่โล่ง ควรโทรเช็คจำนวนคนที่จองเข้าไปดูก่อนว่ามากหรือน้อย

@นสพ.กรุงเทพธุรกิจ (เสาร์สวัสดี) วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๔@

โดย คมฉาน_ตะวันฉาย

 

กลับไปที่ www.oknation.net