วันที่ จันทร์ มกราคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นักสู้ชื่อ ทองใบ


         J  k และทองใบ ทองเปาด์ ย่อมเป็นสหายต่างวัย ที่คบหากันสนิทสนมในระดับหนึ่ง เกือบ ๓ ปีในงานสภาหนังสือพิมพ์แห่งชาติ บนเส้นทางหลายเส้นทาง เคยร่วมกินร่วมนอน ครั้งสุดท้าย พี่ทองใบ พบ Jk ในฐานะที่อีกฝ่ายหนึ่งเป็นทนายโจทก์ อีกฝ่ายหนึ่งเป็นจำเลย ในคดีหมิ่นประมาทครูโรงเรียนชนบทเล็กๆ ที่จังหวัดชัยภูมิ เนื่องเพราะชื่อทองใบ ทองเปาด์ นั่นเอง จึงในที่สุดคดีคลี่คลายไปโดยไม่ต้องต่อสู้เอาชนะกัน

         ความตายของนายทองใบ ทองเปาด์ แม้เป็นไปตามสามัญลักษณะของมนุษย์ทุกผู้ ทุกนาม หากแต่ความเป็นทองใบ ทองเปาด์ ที่มีชีวิตให้ดู อยู่ให้เห็นตลอดระยะเวลาอันยาวนาน เกือบทั้งชีวิต ที่ได้อุทิศตัวให้กับงานเพื่อสังคม และยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ สิทธิมนุษยชน จนอาจกล่าวได้ว่า เขาเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนนั้น ย่อมเป็นมนุษย์ต้นแบบที่ควรศึกษาและเอาแบบอย่างได้

           หากศึกษาประวัติชีวิตของนายทองใบ ทองเปาด์ ซี่งมีพื้นเพมาจากลูกชาวบ้าน อาชีพทำนา จากจังหวัดมหาสารคามแล้ว จะเห็นความทรนงในศักดิ์ศรีของคนที่มีรากเหง้าความเป็นคนหนังสือพิมพ์ และนักกฎหมายที่เป็นที่พึ่งพาของคนยากไร้ จนกระทั่งได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ในปี ๒๕๒๗

          นายทองใบ ทองเปาด์ เกิดในครอบครัวที่มีฐานะไม่ดีนัก ระหว่างที่เดินทางมาเรียนหนังสือที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาต้องพักอาศัยเป็นเด็กวัด วัดชนะสงคราม

           หลังจากจบการศึกษา นายทองใบได้เป็นทนายความ ว่าความให้กับนักหนังสือพิมพ์ในคดีกบฎสันติภาพในปี ๒๔๙๖ โดยทำงานหนังสือพิมพ์ควบคู่ไปด้วย นายทองใบเริ่มทำอาชีพนักหนังสือพิมพ์ ที่หนังสือพิมพ์ไทยใหม่ ร่วมกับนายสุภา ศิริมานนท์ จากนั้นได้ย้ายไปทำงานที่หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยกับนายทวีป วรดิลก ต่อด้วยสยามนิกร สุภาพบุรุษประชามิตร และข่าวภาพ ซึ่งเป็นรากของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐวันนี้ ด้วยความสัมพันธ์ทั้งในฐานะทนายความ และนักหนังสือพิมพ์นี่เอง ที่ต่อมานำไปสู่ประวัติศาสตร์บาดแผลของคนหนังสือพิมพ์ภายใต้เงาเผด็จการ

 

           ในปี ๒๕๐๑ นายทองใบ ทองเปาด์ ได้ร่วมคณะเดินทางไปเยือนจีน ร่วมกับนายกุหลาบ สายประดิษฐ์  นายสุวัฒน์ วรดิลก และนางเพ็ญศรี พุ่มชูศรี เมื่อกลับมาประเทศไทยก็ถูกจับขังคุกโดยไม่มีความผิด เพราะในยุคนั้นใครมีความสัมพันธ์หรือคบหากับจีน จะถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ทั้งหมด

            เขาถูกขังคุกอยู่หลายปี จนกระทั่งได้รับการปล่อยตัวในปี ๒๕๐๙ จึงมาทำงานเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และทนายความ ระหว่างที่ถูกคุมขังในฐานะนักโทษการเมือง นายทองใบกับพวกได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ไต่สวนว่า พวกเขาถูกคุมขังโดยมิชอบ

            “เราเห็นว่า เราถูกคุมขังโดยไม่มีกำหนดเวลา เพราะฉะนั้น เรายื่นฟ้องเขา ข้อหาเอาเรามากักขังโดยมิชอบ ...” 

              คดีนี้มีการสู้คดีกันถึง 3 ศาล ในที่สุดศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าเป็นการคุมขังโดยมิชอบ

             เมื่อคราวได้รับรางวัลรามอน แมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ นายทองใบ ทองเปาด์  ก็ปฎิเสธที่จะเดินทางไปรับรางวัล เนื่องเพราะผู้ให้รางวัลเป็นประธานาธิบดีมาร์กอส ซึ่งมีภาพของผู้นำเผด็จการ และละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีลอบสังหาร นายเบนิโย อาควิโน ผู้นำฝ่ายค้านของฟิลิปปินส์ ซึ่งต่อต้านเผด็จการมาร์กอส และเขาเชื่อว่ามาร์กอสอยู่เบื้องหลัง

             วันนี้ นาฬิกาชีวิตของนายทองใบ ทองเปาด์ ตายแล้ว แต่นาฬิกาบอกเวลายังไม่ตาย เวลาจากนี้จะอีกกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ก็ยังคงจารึกนามทองใบ ทองเปาด์ไว้ในหอเกียรติยศ  ในฐานะนักสู้เพื่อสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน ตลอดไป

 

โดย jk

 

กลับไปที่ www.oknation.net