วันที่ พุธ มกราคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ล่องเรือชมสวนคลองจินดา


คลองจินดามีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ความยาว 14 กิโลเมตร ขุดเพื่อออกไปเชื่อมกับแม่น้ำท่าจีน ปัจจุบันมีการลอกคูคลองไม่ให้ตื้นเขินทุกปี มีสวนผลไม้อยู่ประมาณ 20,000 กว่าไร่ ไม่ได้สักแต่ว่าปลูกตาม ๆ กันไป ขึ้นอยู่กับว่าใครมีความถนัดที่จะปลูกผลไม้ชนิดไหนมากกว่า หากปลูกแล้วผลผลิตไม่ดี หรือ ราคาตกต่ำชาวสวนที่นี่จะตัดสินใจรื้อสวนทิ้ง แล้วนำผลไม้ชนิดอื่นมาปลูกแทน ดีกว่าทู่ซี้ปลูกต่อไป เสียเวลา และยังไม่คุ้มค่ากับการลงทุน

Photobucket


Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

จุดลงเรือหน้าวัดปรีดาราม

3 จุดใหญ่ ๆ วันนี้ที่เขาจะพาเราไปก็คือ สวนฝรั่งแป้นสีทอง->เรือนเพาะชำ->สวนมะเฟืองและสวนมะพร้าวน้ำหอม
 
 สวนฝรั่งแป้นสีทองพี่สมพงษ์

 Photobucket

สะพานข้ามท้องร่อง

Photobucket

โดนชาวสวนกัดเล็ก ๆ เมื่อเราบอกว่ามันคือกล้วยน้ำว้า แต่แท้จริงมันคือกล้วยหักมุก

ดินที่คลองจินดาเป็นดินเหนียว การปลูกผลไม้จึงต้องมีเทคนิคคือ การขุดท้องร่องเพื่อเวลารดน้ำผลไม้แล้ว น้ำจะได้ระบายไหลกลับลงไปในท้องร่อง ดินข้างบนจะได้แห้ง อีกอย่างดินเหนียวจะอุ้มน้ำได้นานหลายชั่วโมง ดินจึงมีความชุ่มชื้น ผลไม้จึงงอกงามดี ศัตรูตัวฉกาจของผลฝรั่งคือ แมลงวันทอง เจาะวางไข่แล้ว สังเกตุได้ที่ผลจะเป็นจุดเล็ก ๆ สีดำต้องเด็ดทิ้งไป  ส่วนใบ ศัตรูคือเพลี้ยแป้ง การห่อผลฝรั่งเพื่อกันแมลง จะห่อด้วยถุงพลาสติกชั้นใน และห่อด้วยกระดาษชั้นนอก ผลฝรั่งเลยไม่ค่อยโดนยาฆ่าแมลงสารเคมีตกค้างจึงน้อย

  นั่งเรือไปคลองพาดหมอนเพื่อไปชมแปลงขยายพันธุ์ไม้

Photobucket


Photobucket

ในเรือนเพาะชำ มีพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมไว้จำหน่าย

 
สวนมะนาว

Photobucket

สวนมะนาวแป้นเทียมเซ้ง  กำลังเป็นที่นิยมปลูก อยู่ตรงข้ามเรือนเพาะชำ

  สวนองุ่นมะละกา

Photobucket

Photobucket

สะอาดเอี่ยม เรี่ยมเร้เรไร สวนสวยแต่พิษสงรอบลูกเชียว

สวนองุ่นที่เห็นเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ต้องมีเงินเป็นล้านถึงจะทำได้ ลงทุนสูงแต่กำไรดี หาก 2 มีดแล้วไม่ออกดอกออกผล ก็ต้องรื้อสวนทิ้งไปทำอย่างอื่นแทน (1 มีด= แต่งองุ่น) องุ่นไม่สามารถห่อผลได้เหมือนฝรั่งจึงรับสารเคมีเข้าไปเต็ม ๆ เหมือนส้มนั้นแหละค่ะ สารเคมีซึมเข้าไปในเนื้อหมดแล้ว ได้ยินแว่ว ๆ ว่าอยากดูสวนรก ๆ ต้องไปดูสวนผม เดี๋ยวพาไป...

  สวนมะเฟืองพันธุ์มาเลเซียและมะพร้าวน้ำหอม

Photobucket

ท่าน้ำขึ้นสวนมะเฟืองและมะพร้าวน้ำหอม

Photobucket

อร่อยจริง ๆ ขอบอกต่อค่ะ

คุณปราโมทย์ทำสวน 16 ไร่เพียงคนเดียว วันนี้พี่เขาภูมิใจนำเสนอมะเฟืองพันธุ์ที่อร่อยที่สุดในโลก ฮา ปกติเราไม่ชอบกินมะเฟือง แต่มะเฟืองพันธุ์มาเลเซียมีกลิ่นหอม รสชาดหวาน ต่างจากมะเฟืองของไทย จากสวนเก็บขายกิโลกรัมละ 25 บาท คุณประโยชน์คือมีวิตามินซีสูง และมีแคโรทีนช่วยบำรุงสายตา

เรียกว่าในประเทศไทยมะพร้าวน้ำหอมเนื้อที่ดีทีสุด คือเนื้อนุ่ม น้ำหวาน ต้องสามพราน มะพร้าวน้ำหอมสวนคุณปราโมทย์เป็นหนึ่งในสวนของที่นี่ ที่ได้ส่งไปน้อมเกล้าถวายให้ในหลวง เฉพาะเวลาที่พระองค์ทรงเสด็จมาประทับที่วังไกลกังวลเท่านั้น พระองค์ท่านทรงต้องเสวยมะพร้าววันละ 3 ลูก ตามคำแนะนำของแพทย์ ชาวสวนกลุ่มนี้จะผลัดเปลี่ยนกันเก็บ และจัดส่งทุกวันศุกร์ จำนวน 150 ลูก วิธีเลือกมะพร้าวคือสอยลงมาทะลายละลูก ทำการชิม ถ้ารสชาดดีเป็นที่พอใจ มาร์คต้นเอาไว้ เพราะมะพร้าวทุกต้นรสชาดจะไม่เหมือนกัน และทุกครั้งจะเก็บเฉพาะต้นที่ได้ทำการมาร์คเอาไว้แล้วเท่านั้น



Photobucket

เรื่องเล่าจากคุณปราโมทย์:-


หลังจากคุณปราโมทย์กับเพื่อนไปส่งมะพร้าวน้ำหอมแล้วที่วังไกลกังวล ระหว่างทางขากลับได้มีโทรศัพท์แจ้งมาจากในวังว่าพระองค์ท่านทรงได้เสวยแล้ว บอกว่า”น้ำหวานดี แต่เนื้อแข็งไปหน่อย” ทางวังถามว่าจะทำอย่างไรดี ให้เนื้อนุ่มด้วย น้ำหวานด้วย หลังจากประชุมในรถกันแล้วสรุปว่า ให้ทางวังตักใส่แก้ว โดยเอาเนื้อของชั้น ½ แต่เอาน้ำของ 2 ชั้น ถวายให้พระองค์แทนการถวายเป็นลูก แต่ทางวังถวาย 2 ลูกให้พระองค์ท่านทรงตักเสวยเอง


-@ วิธีดูมะพร้าวน้ำหอม @-

เนื้อ 1 ชั้น   = เฉาะปุ๊บน้ำจะพุ่งปริ๊ดเลยเพราะรสชาดเปรี้ยว
เนื้อ ชั้น½  = น้ำหวานแต่มีรสเปรี้ยวนิด ๆ เนื้อนุ่ม
เนื้อ 2 ชั้น   = น้ำหวานสนิทแต่เนื้อจะแข็งหน่อย

ถ้าเป็นมะพร้าวที่ซื้อมา พระองค์ท่านจะไม่ทรงซักถามอะไร หากแต่เกษตรกรจากสวนเป็นผู้น้อมเกล้านำถวาย พระองค์ท่านจะทรงเอาพระทัยใส่ซักถามว่า ชื่ออะไร นามสกุลอะไร บ้านอยู่ที่ไหน ครอบครัวมีกี่คน อยู่กันอย่างไร ฯลฯ จึงเป็นเหตุให้ทางวังต้องโทร.มาถามข้อมูลจากชาวสวนโดยตรง มิฉะนั้นเวลาพระองค์ทรงซักถามจะตอบไม่ได้ (ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้จริง ๆ ค่ะ)

 
สวนแก้วมังกร

Photobucket

สวนแก้วมังกร ทนแดด ทนฝน ทนทุกสภาวะ ทนไม่ได้อยู่อย่างเดียวคือคน
 
สวนกล้วย

Photobucket

ข้าง ๆ สวนคุณปราโมทย์เป็นสวนกล้วย ส่วนขนุนต้นเตี้ยแต่ลูกดกมาก

 <ข้อควรระวังในการล่องเรือคลองจินดา>

Photobucket

คลองซอยจากคลองจินดา ชื่อคลองผู้ใหญ่โต๊ะค่ะ

ให้ท่านหาเวลาบันทึกภาพของท่านไปเรื่อย ๆ มิฉะนั้น คุณปราโมทย์จะคุยเรื่องการทำสวนแบบไม่เว้นช่องไฟให้ท่านได้มีเวลาปลีกตัวไปถ่ายภาพเลย ทางที่ดีควรแบ่งคนไปนั่งฟังพี่เขาด้วย
ฮ่า ๆ

 อีก 1 อาชีพริมคลอง

Photobucket

ใกล้ค่ำระหว่างทางกลับอากาศเริ่มจะเย็น นาน ๆ จะได้เห็นพระอาทิตย์ตกในสวนสักที

ถามว่านั้นกบพันธุ์อะไร? คุณไกด์กิตติมศักดิ์ตอบว่า “ไม่รู้ซิ กบกระทะมั้ง “ (มานึกที่หลังว่า อ้อ กบลงไปอยู่ในกระทะ) ล่องเรือแบบแดดอ่อน ๆไม่ร้อนมาก เวลาประมาณ 3 โมงเย็น กำลังดี กำหนดเวลาไว้ 2 ชม. แต่รับรองว่าเกินทุกราย อยู่กันจนค่ำเลยค่ะ

การทำสวนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ต้องการผลตอบแทนที่ดี ก็ต้องดูแลเอาใจใส่ หมั่นรดน้ำพรวนดิน ใส่ยาฆ่าแมลง แถมยังต้องดูฟ้าดูฝน เขาถึงว่าชาวสวนมักไม่ค่อยมีเวลา  ล่องเรือคลองจินดาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้นิยมชมสวนแบบดั้งเดิม ไม่ได้เสริมแต่งไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว คุณจะได้เรียนรู้ถึงวิธีการปลูกผลไม้ พร้อมคำอธิบายจากเจ้าของสวนตัวจริง
 

เส้นทางไปคลองจินดา :-
จากกรุงเทพฯ->ถึงแยกพระประโทนเลี้ยวซ้าย->ผ่านมหาวิทยาลัยคริสเตียน->ขับตรงไปเลี้ยวซ้ายเข้าซุ้มวัดจินดาราม->ถึงสามแยกเลี้ยวขวาตามป้าย->ไปวัดปรีดาราม ขึ้นเรือที่ท่าน้ำท้ายวัด ค่าเรือบวกค่าพาชมสวนคนละ 250 บาท สนใจท่องเที่ยวติดต่อล่วงหน้าที่คุณปราโมทย์ แก้วไทรดวง ประธานกลุ่มล่องเรือชมสวนคลองจินดา โทร. 089-964-7845

โดย see-you

 

กลับไปที่ www.oknation.net