วันที่ พุธ มกราคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ยาขม คดีหมิ่น !?


                                  

            วามเป็นธรรมในการยุติธรรม อาจเป็นเรื่องที่อธิบายยาก เพราะในหลายกรณีความยุติธรรมนั้น มิได้หมายถึงความเป็นธรรม นอกจากนั้นกลไกรัฐที่จะอำนวยความยุติธรรม ก็กลับเป็นกลไกที่ละเมิดความเป็นธรรมเสียเอง

          หลายปีก่อนสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้จัดให้การประชุมใหญ่เพื่อศึกษาและพิจารณากฎหมายหมิ่นประมาท ที่มีส่วนในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน เฉพาะกรณีหมิ่นประมาท ซึ่งเปิดช่องให้บุคคลใช้สิทธิโดยไม่สุจริต กลั่นแกล้ง เจตนาสร้างความเดือดร้อน ยุ่งยากให้เกิดกับคนอื่น ด้วยการเกื้อหนุนจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม จากกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น เช่น ตำรวจและอัยการ และเป็นปัญหาที่ทำให้คดีรกโรงรกศาล ทั้งที่เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว

           แน่นอนว่า ผู้เสียหายจากการถูกละเมิด หรือหมิ่นประมาท ย่อมมีสิทธิที่จะแจ้งความดำเนินคดี หรือฟ้องศาล เพื่อขอรับการเยียวยาแก้ไข ถึงแม้ว่าการหมิ่นประมาทด้วยถ้อยคำ จะมิได้มีผลกระทบต่อร่างกายของผู้เสียหายโดยตรงก็ตาม

           หากแต่วาทกรรมที่ขาดความรับผิดชอบ มุ่งที่จะทำลายชื่อเสียง เกียรติยศของคนอื่น ก็ให้ผลความเสียหายร้ายแรงไม่น้อยไปกว่าคดีประทุษร้ายอื่นๆเช่นกัน การที่คนเหล่านั้นจะใช้สิทธิตามช่องทางของกฎหมาย จึงเป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่มีไม่น้อย ที่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ ทำหน้าที่เป็นเพียง “ทางผ่าน” ของคดีหมิ่นประมาท โยนภาระหน้าที่ให้ศาล โดยไม่แสวงหาความพยายามในการไกล่เกลี่ย หรือใช้ดุลพินิจเพื่อความเป็นธรรมสำหรับผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆในคดีเลย

             รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๔๐ บัญญัติรับรองสิทธิบุคคลในกระบวนการยุติธรรมไว้ในหลายกรณี เช่น (๔) ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา โจทก์ จำเลย คู่กรณี ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพยานในคดีมีสิทธิได้รับการปฎิบัติที่เหมาะสมในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสิทธิในการได้รับการสอบสวนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และการไม่ให้ถ้อยคำเป็นปฎิปักษ์ต่อตนเอง

             (๗) ในคดีอาญา ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิได้รับการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีที่ถูกต้อง รวดเร็วและเป็นธรรม โอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเพียงพอ การตรวจสอบหรือได้รับทราบพยานหลักฐานตามสมควร.. ซึ่งในทางปฎิบัติ ผู้ต้องหาหรือจำเลย ได้รับการดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานเช่นนี้น้อยมาก

              การที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือจำเลย โดยที่กระบวนการยุติธรรมขั้นต้นไม่ได้ทำหน้าที่ใดมากไปกว่า ตราประทับเพื่อโยนให้ศาลรับผิดชอบ ผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้น ก็ต้องไปศาล ยื่นประกันตัวแม้เป็นเพียงคดีความผิดเล็กน้อย ต้องไปให้การต่อศาล ต้องมีภาระเรื่องค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

              นี่กลับจะเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของจำเลย มากกว่าคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้เสียหาย และโจทก์

             คดีหมิ่นประมาทจำนวนมากที่ศาลยกฟ้อง โดยเฉพาะในชั้นอัยการ เนื่องจากไม่มีการไต่สวนมูลฟ้องเช่นเดียวกับคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเอง คือกลไกของกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นที่พิกล พิการ และเปิดช่องให้ทำมาหากิน เกิดการทุจริตคอรัปชั่นตามน้ำ โดยที่ไม่มีใครเคยคิดแก้ไข

โดย jk

 

กลับไปที่ www.oknation.net