วันที่ อังคาร กุมภาพันธ์ 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลุ้นละทึก30ช.ม.ช่วยชีวิตพยาบาลทำเข็มเข้าคอทารก


            เหตุการณ์อันหน้าหวาดเสียวครั้งนี้ เกิดขึ้นที่ “โรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช”  เมื่อมีทารกน้อยวัย 7 เดือนเศษ มารักษาตัว เนื่องจากท่อทางเดินปัสสาวะอักเสบ แต่พยาบาลเกิดทำพลาด ขณะพยายามฉีดยารักษาอาการป่วยอยู่นั้น เด็กเกิดร้องจ๊าก!!! ขึ้นมา พยายามดิ้นอย่างแรง ทำให้เข็มฉีดยาตกเข้าไปในลำคอ ไหลลงสู่กระเพาะ ผ่านลำไส้ใหญ่ ใช้เวลา กว่า 30 ชั่วโมงจึงถ่ายออกมาปนกับอุจจาระ

            แทบไม่น่าเชื่อเหมือนกัน ในระหว่างที่พยาบาลของโรงพยาบาลดังกล่าว พยายามจะฉีดยารักษาอาการป่วยให้กับทารกน้อย ..นฤเบศร์ บุญมาก อายุ 7 เดือน 13 วัน บุตรชายสุดที่รักของ นางเดือนเพ็ญ บุญมาก รับหน้าที่เป็นผู้จับล็อคตัวเอาไว้ ส่วนพยาบาลรับหน้าที่เตรียมฉีดยาเข้าเส้นเลือด บริเวณข้อมือ พร้อมกับส่งเสียงปลอบประโลมก่อนลงมือว่า “ไม่เจ็บนะ นิดเดียวๆๆ”

            ทันที่ปักเข็มฉีดยาลงไปในผิวหนัง ทารกน้อยร้องเสียงหลงดิ้นสุดแรง แม่พยายามอุ้มประครองล็อคตัวเอาไว้ให้พยาบาล แต่ก็ไม่มีความชำนาญเพียงพอ ทำให้แรงดิ้นสะรัดเข็ดกระเด็นตกเข้ามาในปาก ที่กำลังร้องเสียงหลงทันที

            “เข็มไปไหนแล้ว มันตกลงพื้นหรือเปล่า..??” เป็นเสียงของพยาบาลที่พยามถามแม่ที่กำลังล็อคตัวเด็กน้อยอยู่ พร้อมกับก้มลงไปหาจากพื้นห้องพยาบาล แต่ก็ไม่พบแต่อย่างใด

            ทันใดนั้นเอง แม่ต้องมาตกใจสุดขีด เมื่อมองเข้าไปในปากของลูกน้อย เห็นวัตถุคลายเข็มปลายแหลมอยู่ในปากของลูกน้อย

            “เข็มอยู่ในปากช่วยที เข็มอยู่ในปากช่วยลูกฉันที” แม่พยายามจะง้างปากของลูก เพื่อให้พยาบาลช่วยดึงเข็มออกมา

แต่เสียงร้องของหนูน้อย ประกอบกับกริยาอ้าปากกว้าง ทำให้เข็มลื่นไหลลงไปลึกมากขึ้นๆๆ จนสุดความสามารถที่พยาบาลที่จะดึงเข็มออกมาได้ ในที่สุดเข็มฉีดยาเล่มเล็กก็ไหลลับตาลงไปในลำคอทันที

            ทั้งพยาบาลและแม่ ต่างก็ตะลึงพูดอะไรไม่ออก พยายามติดต่อ “นายแพทย์ กิตติ โฆษิตรังสิกุล” ผอ.รพ.เทศบาลนครนครศรีธรรมราช และ. ดร.กณพ เกตุชาติ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เพื่อเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหา และเชื่อว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ “งานเข้า” กลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน

            แพทย์ได้เร่งนำตัวด.ช.นฤเบศร์ เข้าห้องเอ็กซ์เรย์เป็นการด่วน เพื่อดูว่าเข็มฉีดยานั้น เข้าไปในลำคอของเด็กจริงหรือไม่ และเข็มเล่มนี้ที่กำลังจะกลายเป็นมัจจุราชนั้น อยู่ในลักษณะใด

ผลออกมาค่อนข้างชัดเจน เครื่องเอ็กซ์เรย์ฟ้องออกมาว่า มีโลหะคลายเข็ม ขนาดประมาณ 1 นิ้ว อยู่ในรอยต่อระหว่างลำคอกับกระเพาะอาหารแน่นอน

            “คุณถอดเสื้อเด็ก ก่อนที่จะเอ็กซ์เรย์ หรือยัง เพื่อดูให้ชัดๆ ว่า เข็มติดอยู่ในเสื้อของคนไข้หรือเปล่า..?”ผู้อำนวยการส่งเสียงดังๆ ใส่พยาบาลที่ทำพลาดทันที

            คำตอบมาด้วยเสียงสั่นเครือยืนยันออกมาว่า ถอดเสื้อผ้าทุกชิ้นออกจากร่างกายเด็กหมดแล้ว ก่อนที่จะเอ็กซ์เรย์

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดังกล่าว จึงได้สั่งการประสานงานอย่างเร่งด่วนกับทางโรงพยาบาลนครนครศรีธรรมราช อันเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุด และยังมีเครื่องไม้ เครื่องมือที่ทันสมัย น่าจะช่วยยื้อชีวิตให้เด็กไว้ได้อย่างปลอดภัย

            รถพยาบาลนำตัวทารกน้อยส่งโรงพยาบาลทันที แพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างระดมสมอง นั่งคุยกันอย่างเคร่งเครียด พร้อมกับเอ็กซ์เรย์ให้แน่ใจอีกครั้ง ซึ่งผลของการเอ็กซ์เรย์คราวนี้ยืนยันอย่างแน่นอน แล้วว่า “เข็มอยู่ในท้องของทารก”

            ทีมแพทย์ได้มีมติในการรักษาลงความเห็นว่า คงต้องปล่อยให้เข็มอยู่ในท้องไปเรื่อยๆ จนกว่าทารกจะถ่ายออกมาเป็นอุจจาระเอง แต่จะต้องเอ็กซ์เรย์ดูทิศทางของเข็มที่ถ่ายออกมาเป็นระยะๆ พร้อมจัดทีมแพทย์เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

            เหตุการณ์ผ่านไปถึง 24 ชั่วโมง ..นฤเบศร์ นั้น เงียบเสียงร้องไปนานหลายชั่วโมงแล้ว ด้วยความไม่รู้ประสาเท่าไรนัก ปฏิกิริยาของเด็กยังมีอาการร่าเริง แจ่มใส

แพทย์ได้ทำการเอ็กซ์เรย์อีกครั้ง พบว่า เข็มนั้นได้ไหลผ่านลงกระเพาะอาหารไปแล้ว คราวนี้ไปไปถึงลำไส้ใหญ่

            ..นฤเบศร์ ยังเป็นความโชคดีของทารกน้อยผู้นี้ เมื่อโคนของเข็มฉีดยาที่ต่อกับหลอดฉีดยา ลื่นไหลนำไปข้างหน้า จึงทำให้ปลายเข็มที่มีความคมกริบไม่ทิ่มลำไส้ หรืออวัยวะภายในส่วนใดส่วนหนึ่ง จนทำให้เกิดบาดแผลเท่าไรนัก

แต่ญาติๆ และแพทย์ ยังต้องนั่งลุ้นกันอย่างใจจดใจจ่อ ว่าเข็มเล่มนี้ จะถูกขับถ่ายมาพร้อมกับอุจจาระมาได้เมื่อไหร่

ทีมแพทย์ได้ตกลงกันว่า จะต้องรอดูอาการสักระยะหนึ่งก่อน หากเข็มเคลื่อนตัวไปในลักษณะไม่น่าจะเป็นอันตรายนั้น ก็จะปล่อยให้ไหลออกมาเอง และจะเลือกวิธีการผ่าตัดนำเข็มออกมาเป็นวิธีการสุดท้าย  

            จนกระทั่ง เวลาผ่านไปได้ 30 ชั่วโมง หนูน้อยผู้นี้ได้ถ่ายออกมา ทีมแพทย์ดีใจอย่างที่สุดเหมือนกัน ได้ช่วยกันคุ้ยเขี่ยอย่างละเอียด โชคดีจริงๆ เมื่อพบเข็มเล่มคมกริบในกองอุจจาระ หายใจอย่างโล่งอกไปตามๆ กัน

            แต่แพทย์ยังไม่มั่นใจว่า หนูน้อยผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ มีอาการเป็นอย่างไรบ้าง โดยสังเกตจากผลข้างเคียง พร้อมกับจัดทีมแพทย์เฝ้าอาการอย่างใกล้ชิด

            “บทเรียนอันสูงสุดครั้งนี้ ต้องยอมรับว่า เป็นความผิดพลาดของพยาบาลที่พยายามจะฉีดยาให้กับเด็กโดยให้แม่เป็นคนจับล็อคตัวเด็กเอาไว้ ซึ่งในกรณีเช่นนี้ หากเด็กดิ้นมากๆ ควรจะมีพยาบาลเพิ่มขึ้นมาอีก 1-2 คน เพื่อช่วยกันดูแลให้ดีกว่านี้” นายแพทย์กิตติกล่าว

            ทางโรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่รับรักษา ..นฤเบศร์ ได้ดูแล พร้อมกับเยียวยาครอบครัวนี้ ในเบื้องต้นไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะผู้เป็นยาย และแม่ในช่วง 30 ชั่วโมงที่ผ่านมามีอาการเครียดมาก แต่เมื่อพบเข็มไหลปนกันอุจจาระแล้ว ทำให้โลงอกไปตามๆกัน

            “ความผิดพลาดที่เกิดจากเข็มกระเด็นเข้าไปในลำคอของทารกทั้งโลก มีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากมาก เด็กชายรายนี้ คงเป็นหนึ่งในหลายๆ ล้านคนที่เกิดอุบัติเหตุในลักษณะนี้ และอีกหลายๆ ล้านคนที่สามารถถ่ายเข็มฉีดยาออกมาปนกับอุจจาระอย่างนี้ได้” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราชกล่าว

            บทเรียนราคาแพงดังกล่าว ทำให้พยาบาลผู้ที่ทำเข็มฉีดยาตกลงไปคอคนไข้นั้น ถึงกับมีอาการช็อค จนแทบสติแตกไปเหมือนกัน พร้อมกับกล่าวขออภัยกับญาติๆ ของน้องนฤเบศร์ไปแล้ว

ฝ่ายญาติๆ เอง เชื่อว่า ในเบื้องต้น คงไม่ได้ติดใจเอาความแล้วเช่นกัน เพราะทีมแพทย์ทุกคนช่วยเหลือชีวิตไว้ให้ได้อย่างปลอดภัย และล่าสุดญาติๆ ก็ดีใจแล้วเหมือนกัน

            สำหรับ ด..นฤเบศร์ เป็นสุดยอดดวงใจของครอบครัวนี้ เพราะกำลังอยู่ในวัยที่น่ารักและยังเป็นลูกหลานคนเล็กสุดของตระกูล หากพลาดพลั้งเป็นอันตรายมากกว่านี้ เรื่องราวความรับผิดชอบจะต้องบานปลายมากกว่านี้อย่างแน่นอนเช่นกัน  

             

           

                                                            ++++++++++++++++++++

 

โดย ปรีชา

 

กลับไปที่ www.oknation.net