วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ธรรมเนียมเรื่องการหย่าร้างเมื่อครั้งเก่าก่อน


        

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔ มิตรสหายชาว “โอเคเนชั่น” ทุกคนครับ

ก่อนอื่น “ชาวบ้านบัว” ขออนุญาตส่งพรปีใหม่ ไปถึงยังเพื่อนพ้องน้องพี่ ขอจงสุขกายสบายจิต คิดหวังตั้งใจในสิ่งใดให้ได้ตามหวัง ขอพลังแห่งชีวิตจงอยู่คู่กับทุก ๆ คนตลอดไปครับ 

          หายหน้าหายหนวดไปเสียเนิ่นนาน (เป็นประจำ...ฮา) กลับมาคราวนี้มีเรื่องเก่าเอามาเล่าต่อครับ ถ้ายังจำกันได้ “ชาวบ้านบัว” เคยเล่าถึงเรื่อง คำร้อง “ชัย – หยอง” ในประเพณีแต่งงานของชาวเขมรไปแล้วก่อนหน้า

มาวันนี้เป็นภาคต่อครับ ว่าด้วยธรรมเนียมการหย่าร้างของชาวบ้านสมัยก่อน ส่วนจะมีกฎเกณฑ์และวิธีจัดการปัญหากันยังไงก็ลองตามอ่านกันดูครับ

อย่างที่เล่าไปแล้วว่า ตามธรรมเนียมการแต่งงานของชาวเขมรนั้น ในช่วงทำพิธี พอถึงเวลาหนึ่ง เขาจะมีการร้องเอ่ยคำว่า “ชัย – หยอง” ออกมา

พอจบคำ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็จะร้องรับว่า “ชัย” เสร็จแล้วก็จะร้องและรับคำเดิมนี้ไปอีกไปจนกระทั่งครบสามครั้ง โดยนัยความหมายก็คือ การอวยชัยให้พรคู่บ่าวสาวในวาระแห่งการเริ่มต้นชีวิตคู่ 

ทีนี้ในกรณีที่พออยู่กันไปแล้ว ความรักเกิดจืดจางห่างเหิน ต่างคนต่างก็อึดอัดขัดข้องใจ อยากจะหันหลังจากกันไปให้มันรู้แล้วรู้รอด ซึ่งในกรณีนี้ ตามธรรมเนียมของคนโบราณเขาก็ใช้คำร้องเช่นเดียวกัน แต่จะเปลี่ยนเอาคำว่า “หยอง” มานำหน้าคำว่า “ชัย” อีกทั้งความหมายก็ต่างกันไปด้วย

เรื่องของเรื่องก็คือว่า ในสมัยแต่ก่อนโน้น (คงนานมาแล้วล่ะ) เมื่อผัว – เมีย คู่ใด ที่ชีวิตครอบครัวเริ่มไม่ปกติสุข เกิดความกินแหนงแคลงใจกันและกัน แต่ละมื้อแต่ละวันก็มีแต่เรื่องที่ต้องวิวาทบาดหมาง หนักเข่าก็ถึงขั้นลงไม้ลงมือ ประเภทเข่าลอย ศอกบิน จวนเจียนบ้านจะแตกอยู่รอมร่อ ซึ่งแม้ว่าผู้หลักผู้ใหญ่จะประคบประหงม หาทางรอมชอมใด ๆ ให้เกิดขึ้น แต่ถึงที่สุดแล้วทั้งคู่ก็ไม่ยินยอม

ในกรณีแบบนี้ เมื่อเห็นว่ายัง ๆ ไงก็อยู่กันไปไม่ตลอดรอดฝั่งเป็นแน่แท้ ทางผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็จะปรึกษาหารือกัน จากนั้นก็จะนำตัวทั้งคู่ไปหานายบ้าน เพื่อทำการสอบความหาเหตุหาผลของการทะเลาะตบตีจนทำให้ถึงกับจะต้องแยกทางกัน

  เมื่อไปถึง เริ่มแรกนายบ้านก็จะสอบความหาเรื่องราวสาเหตุจากทั้งสองคน โดยแต่ละคนก็จะเล่าถึงความคับข้องใจของตนเองที่เกิดขึ้นจากอีกฝ่ายหนึ่งตามความเป็นจริงทุกประการ

ทีนี้ในกรณีที่สาเหตุเกิดมาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง นายบ้านก็จะให้คนต้นเหตุนั้นทำการขอขมาลาโทษ แล้วก็สั่งสอนบอกกล่าวให้ต่างฝ่ายต่างสงสารเอ็นดู ช่วยกันทำมาหากินสร้างครอบครัวกันต่อไป

แต่ในกรณีที่ต่างฝ่ายต่างเจ็บช้ำน้ำใจ และรู้สึกว่าตนเองถูกเอาเปรียบ ถูกทำร้ายร่างกายจิตใจมาตลอด เห็นว่าอยู่ด้วยกันไปก็ไม่มีความหมายไร้คุณค่า ยังไง ๆ ก็จะต้องขอหย่าขาดกันไม่มีทางอื่น ถึงตอนนี้นายบ้านก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการพิพากษาว่าความ

เริ่มด้วยการชี้แจงถึงกฎเกณฑ์ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมา โดยนายบ้านจะกล่าวขึ้นก่อนว่า

“นี่ทุกคนฟังให้ดี ต่อไปนี้ฉันจะขอสอบเอาความจริงว่า สองคนผัวเมียที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ เขาต้องการที่จะหย่าขาดจากกันจริงหรือไม่”

พูดจบ นายบ้านนิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยปากว่าต่อไป

“ทั้งสองคนฟังให้ดี ต่อไปนี้ฉันจะเอ่ยถามทีละคนจนครบสามครั้ง ว่า “หยอง”หรือ “ชัย” ผู้ที่ตอบว่า “หยอง” ทั้งสามครั้ง นั่นแสดงว่าต้องการหย่าขาดจากกัน ส่วนผู้ที่ตอบว่า “ชัย” ก็แสดงว่าต้องการอยู่กินกันต่อไป”

ว่าแล้ว นายบ้านก็หันไปทางฝ่ายหญิงเป็นคนแรก จากนั้นก็ร้องขึ้นด้วยเสียงที่ดังกังวาน

“หยองหรือชัย” 

จบคำ ฝ่ายหญิงก็ร้องตอบออกมาชัดถ้อยชัดคำว่า “หยอง” 

นายบ้านถามออกไปอีกเป็นครั้งที่สอง “หยองหรือชัย” 

ฝ่ายหญิงก็ตอบออกมาคำเดิม “หยอง” จนกระทั่งครบสามครั้ง

สุดท้ายนายบ้านก็สรุปให้ทุกคนฟังว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องการหย่าขาดจากผัวของเธอจริง

ต่อมาก็ถึงคราวของฝ่ายชายบ้าง นายบ้านก็เริ่มด้วยคำถามเดิม

“หยองหรือชัย” 

“หยอง” 

หยองหรือชัย

“หยอง”

“หยองหรือชัย” 

“หยอง”

พอถามตอบกันจนครบสามครั้ง นายบ้านก็สรุปให้ทุกคนฟังอีกครั้งว่า ผู้ชายคนนี้ได้ยืนยันแล้วว่า ต้องการที่จะหย่าขาดกับเมียของเขาคนนี้จริง

จากนั้น ก็จะทำการอบรมสั่งสอนว่า เมื่อหย่าขาดจากกันแล้ว ต่างคนต่างก็แยกย้ายทำมาหากินกันไป ห้ามมาข้องแวะเกี่ยวพันกันอีก ถ้าหากฝ่าฝืนก็จะต้องถูกลงโทษโดยการปรับไหมตามประเพณีของหมู่บ้าน

หลังจากตัดสินความกันเป็นที่เรียบร้อย ต่อมา ก็เป็นการสอบความเรื่องทรัพย์สินเงินทองที่ทั้งสองหามาด้วยกัน ครั้นเมื่อทราบจำนวนที่ชัดเจนแล้ว จากนั้นก็จะทำการแบ่งทรัพย์สินที่ว่านี้ออกเป็นสามส่วน โดยฝ่ายชายจะได้รับไปสองส่วน ที่เหลือเป็นของฝ่ายหญิง หรือที่สุภาษิตโบราณเรียกกันว่า “ชายหาบ หญิงคอน”

ส่วนทรัพย์สินที่แต่ละฝ่ายติดตัวกันมาแต่เดิม ก็ให้ตกเป็นของคน ๆ นั้นไป สำหรับลูกไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง และจะมีด้วยกันกี่คนก็ตาม ตามธรรมเนียมก็คือ คนหัวปีจะต้องให้ฝ่ายชายเป็นผู้ดูแล คนสุดท้องให้เป็นของฝ่ายหญิง ส่วนคนอื่น ๆ ถ้ามี  ก็แล้วแต่ว่าทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันตามความเหมาะสม

ครับ -- เรื่องราวธรรมเนียมการหย่าร้างเมื่อครั้งเก่าก่อน ก็คงจะมีอันต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้ อ่านกันเล่น ๆ นะครับ “ชาวบ้านบัว” ได้ยินคนเฒ่าคนแก่เขาเล่าให้ฟัง ก็เลยเอามาเล่าต่อเพื่อนมิตรคนไหนเห็นเป็นยังไงก็ลองว่ามานะครับ...สวัสดีครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย ชาวบ้านบัว

 

กลับไปที่ www.oknation.net