วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ย้อนรอย..ธนาคารทหารไทยโอนเงินผิดบัญชี


            "โอนเงินเข้าผิดบัญชี"มักจะได้ยินกันบ่อยครั้งมากขึ้น เงินจะวูบหายไปไม่นาน เจ้าของบัญชีมักจะได้เงินคืนกลับมา ธนาคารต้นสังกัดมักตามทวงคืนกลับได้ หากผู้รับโอนเงินมองว่าเป็น “ลาภลอย” นำเงินไปใช้ไม่นำไปคืนธนาคาร นั่นหมายความว่า มีความผิดตามกฎหมายอีกด้วย

            เช่นเดียวกับกรณีนายสุรศักดิ์ สุขสงวน อายุ 34 ปี พ่อค้าอัญมณีเครื่องประดับ ได้นำเช็คจำนวน 235,000 บาท ไปเข้าบัญชีที่ธนาคารทหารไทย สาขาปากคลองตลาด เมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา แต่เงินจำนวนนี้ไปเข้า“ผิดบัญชี”ซึ่งเป็นบัญชีของ นายสุรศักดิ์ สุขสงวน อายุ 38 ปี ที่บังเอิญมีชื่อ-สกุลตรงกัน กลายเป็นบทเรียนสำคัญยิ่งของการทำธุรกรรมด้านการเงินอีกครั้ง

ฝ่ายที่ “ผิดพลาด”เบื้องต้นคงหนีไม่พ้น “เจ้าของเงิน” เพราะการนำเช็คไปเข้าบัญชีธนาคารนั้น ผู้ใช้บริการควรนำสมุดบัญชีเงินฝากไปด้วย ถ้าไม่ได้นำบัญชีไป ผู้ฝากจะต้องจำหมายเลขบัญชี 10 หลักของธนาคารให้ได้ พร้อมทั้งกรอกรายละเอียดในแบบฟอร์มการฝากเงินให้ครบถ้วน

            กรณีของ "สุรศักดิ์"เจ้าของเงินนั้น ไม่มีหลักฐานใดๆ ไปแสดงกับพนักงานธนาคารเลย นอกจากการเขียนชื่อ-นามสกุลในใบฝากเงินเท่านั้น จึงทำให้เกิดความผิดพลาดในการโอนเงินเข้าบัญชีอื่นที่มีชื่อ-นามสกุลเดียวกันได้

            เหตุการณ์ผ่านไปจนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ "สุรศักดิ์"ต้องการโอนเงินจำนวนดังกล่าว ไปเข้าบัญชีอีกธนาคารหนึ่ง จึงไปทำธุรกรรมที่ธนาคารทหารไทย สาขารามคำแหง 2 ที่ใช้บริการอยู่เป็นประจำ

แต่ธนาคารสาขาดังกล่าวแจ้งว่า บัญชีตามที่เขียนมาในรายการตามใบเบิกนี้ ไม่ได้มีการใช้บริการมานานหลายปี จึงถูกปิดไปแล้ว และไม่มีเงิน 253,000 บาทเข้ามาเลย

พนักงานธนาคารตรวจสอบอย่างละเอียด จึงรู้ว่า เงินจำนวนดังกล่าว ไปเข้าบัญชีคนที่มีชื่อ-สกุลเดียวกันไปแล้ว

            “ผมร้อนใจมาก การทำงานของธนาคารไม่ทันอกทันใจเท่าไรนัก เมื่อทวงถามไปก็บอกว่าเป็นวันหยุด ผมก็เข้าใจ ส่วนหนึ่งเป็นความผิดของผมที่ไม่ได้ใส่เลขบัญชีในใบฝากเงิน เพียงแค่เขียนชื่อ-นามสกุลเท่านั้น แต่ทางธนาคารก็ตรวจสอบให้แล้ว และผมไม่คิดว่า จะมีคนที่ชื่อ-นามสกุลเดียวกัน มาเปิดบัญชีธนาคารเดียวกันเสียอีก”สุรศักดิ์ กล่าวถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

            ฝ่ายเจ้าหน้าที่ธนาคารทหารไทยก็ “ผิดพลาด”เหมือนกัน คงไม่คิดอะไรมากไปกว่า “งานบริการ” ให้กับลูกค้าให้ดีที่สุด แม้กระทั่งลูกค้าไม่ใส่เลขบัญชี เพียงแค่ลูกค้าเขียนชื่อ-สกุลก็ยังให้บริการได้

"ใช่ชื่อ-นามสกุลนี้หรือไม่" คำถามเพียงเท่านี้ ไม่น่าจะเพียงพอสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นแสนๆ บาทเชียวรึ..?

            “แล้วจำหมายเลขบัญชีได้หรือไม่...?” เป็นเรื่องธรรมดาหากลูกค้าจำหมายเลขบัญชีได้ คงต้องกรอกรายละเอียดลงในใบฝากเงินไปแล้ว

ความจริงน่าจะตรวจสอบในระบบคอมพิวเตอร์ได้ทั้งหมดว่า ลูกค้ามีชื่อ-นามสกุลซ้ำกันหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่า หากมีชื่อลูกค้าในระบบจำนวน 2 คนเหมือนกัน ก็สามารถแจ้งลูกค้าได้ทันที

            ในเมื่อความรู้สึกของลูกค้า มองว่า ธนาคารล่าช้า จึงทำให้ "สุรศักดิ์"เจ้าของเงินมีความไม่สบายใจ ประกอบกับมีความจำเป็นที่ต้องการใช้เงินจำนวนนี้ จึงเดินทางเข้าพบกับ พ.ต.อ.สรรเสริญ ใช้สถิตย์ ผกก.สน.พระราชวัง เพื่อแจ้งความนำไว้เป็นหลักฐาน

            อีกมุมหนึ่งของ“สุรศักดิ์”เจ้าของเงิน ยังต้องการพบ "คู่เหมือน"ที่มีชื่อ-สกุลตรงกันให้ได้ด้วยเหมือนกัน ใจหนึ่งก็เชื่อว่า น่าจะมีคนที่ชื่อ-สกุลตรงกันจริง แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า บุคคลผู้นี้อาจจะเป็น “คนร้าย”ปลอมแปลงเอกสารไปใช้จนเกิดเรื่องเกิดราวดังกล่าว

            ความหวาดระแวงว่าเป็น “คนร้าย”นั้น เกิดมาจากครั้งหนึ่ง เคยมีคนร้ายเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินงัดตู้เซฟภายในบ้าน เป็นเหตุให้สูญเสียทรัพย์สินไปจำนวนมาก และยังได้นำเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านไปด้วย จึงหวั่นเกรงว่า คนร้ายจะนำเอกสารดังกล่าว ไปเปิดบัญชีเพื่อทำธุรกรรมด้านการเงินจนทำให้ทางธนาคารโอนเงินเข้าไปผิดบัญชีก็อาจเป็นไป

            "สุรศักดิ์”เจ้าของเงิน จึงพยายามสืบเสาะให้ว่า "สุรศักดิ์"ที่รับโอนเงินไปนั้น มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง หรือมีหมายเลขโทรศัพท์อยู่จริงหรือไม่ ..?

            ในที่สุดก็ได้รับความร่วมมือกับพนักงานธนาคารในการตรวจ จนสามารถรู้ที่มาที่ไปของเงินจนได้ และที่สำคัญคือ "สุรศักดิ์"ผู้รับโอนเงินไปครั้งนี้ มีตัวตนอยู่จริง โดยทำงานอยู่ที่ รพ.ภัทร-ธนบุรี ถ.พหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

            จนกระทั่งเมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ "รายการระวังภัย 24 ชั่วโมง" ออกอากาศทางสถานีวิทยุ F.M. 102 ได้เชิญ“สุรศักดิ์” ทั้ง 2 คนร่วมสนทนากัน

            "สุรศักดิ์"ผู้ที่รับโอนเงินนั้นบอกว่า ทราบเรื่องเงินเข้าบัญชีตนผิดปกติหลายวันแล้ว เมื่อลองเบิกเงินออกมาใช้ก็สามารถถอนได้ถึง 40,000 บาทแต่ไม่ได้นำไปใช้ เพราะเรื่องทำนองนี้เคยได้ยินเป็นข่าวมาหลายครั้งแล้ว และเชื่อว่า “ธนาคาร”ต้องติดต่อมาขอเงินคืนอย่างแน่นอน

            “สุรศักดิ์”ฝ่ายเจ้าของเงินถามผ่านทางรายการว่า คิดจะทำอย่างไรกับเงินดังกล่าว "สุรศักดิ์"ผู้รับโอนเงินชี้แจงว่า ปกติแล้วเงินในบัญชีนี้จะถอนออกจนหมดบัญชีทุกเดือน เมื่อมีเงินเข้ามาผิดปกติเช่นนี้ จึงคิดอย่างเดียวว่า ต้องรอธนาคารติดต่อมา จึงจะนำไปคืนให้ ซึ่งก็ติดต่อมาจริงๆ และนัดกันว่าจะนำเงินทั้งหมดไปคืนให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

            จากนั้น “สุรศักดิ์” จึงได้สนทนาเพิ่มเติม ด้วยการสอบถามรายละเอียดกันและกัน จนทราบว่า "สุรศักดิ์"คนที่รับโอนเงินนั้น มีถิ่นฐานกำเนิดเป็นคน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เช่นเดียวกัน และยังมีอายุใกล้เคียงกันอีกด้วย โดย "สรุศักดิ์"ที่รับโอนเงินนั้น มีอายุมากกว่า 4 ปี

            “ผมเหมือนเป็นคนโชคร้ายในตอนแรกหวั่นวิตกว่า จะไม่ได้เงินคืน แต่หลังจากนั้น ก็เหมือนเป็นผู้โชคดี ที่พบคนที่มีชื่อ-นามสกุลเหมือนกัน ถิ่นฐานเดียวกัน และอายุใกล้เคียงกัน จึงเท่ากับว่า ผมได้พี่ชายเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ผมยังเชื่อว่าเป็นพี่น้องกัน แต่ไม่สามารถสืบสาววงศ์ตระกูลได้เท่านั้นเอง ตั้งแต่นี้ไป ผมคงไม่เรียกว่าคุณสุรศักดิ์แล้ว ผมจะเรียกว่าพี่ตลอดไป”สุรศักดิ์ เจ้าของเงินกล่าว

            ฝ่าย นางภาวินี หาญสมภพ ผู้อำนวยการอาวุโส ควบคุมและกำกับการปฏิบัติงานสาขา ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน)หรือ TMB บอกว่า ธนาคารได้เร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาทันทีที่รับทราบปัญหาจากลูกค้า และได้นัดให้นายสุรศักดิ์ ทั้ง 2 คน มาพบกันที่สาขาธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พร้อมส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวคืนแล้ว ทางธนาคารต้องขอภัยและขอขอบคุณลูกค้าในครั้งนี้ด้วย และจำนำเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ไปเป็นกรณีศึกษาเพื่อป้องกันมิได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

            ก่อนหน้านี้ทางธนาคารพยายามดำเนินการเรื่องนี้อย่างเงียบๆ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงรายละเอียดมักจะบ่ายเบี่ยง ซึ่งจะขอดำเนินการแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเอง ไม่ต้องการที่จะเป็นข่าว

            ส่วนการแจ้งดำเนินคดีนั้น เจ้าของเงินบอกว่า ไม่ได้ประสงค์ที่จะเอาความใคร เพียงแต่ต้องการบันทึกคำกับตำรวจ เพื่อที่จะไม่ได้เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง และเรื่อง "ฝันร้าย”เมื่อหลายปีก่อนที่คนร้ายเข้าไปงัดตู้เซฟดังกล่าวยังคงทำให้ต้องหวาดระแวงอยู่จนทุกวันนี้

 

----------

 

โดย ปรีชา

 

กลับไปที่ www.oknation.net