วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมืองผีดิบ ๓


.

ก่อนที่นายอ่อนจะรัวระฆัง ส่งสัญญาณให้นายอำเภอกับสารวัตรใหญ่ทราบ  นายอ่อนกำลังนั่งงีบหลับ  แต่ความจัดเจนในอาชีพทำให้นายอ่อนสามารถที่จะตื่นขึ้นมา ในทันทีที่มีสิ่งผิดปรกติ

 ดังนั้นพอได้ยินเสียงดัง แซ้กสาก หรือคล้ายเสียงสะบัดผ้าดังผึบผับ ผึบผับ… พร้อมกับกลิ่นสาบสาง  นายอ่อนจึงรีบทรงตัวขึ้นนั่งตัวตรง  ชะเง้อคอมองไปทางเสียงที่ได้ยิน  แล้วเขาก็เห็นมันเดินกันมาครบ ๑๒ ตนเหมือนคืนก่อน  แต่คราวนี้เปลี่ยนเป็นเดินมาจากทางด้านสถานีรถไฟ  และที่หมาย คือผ่านหน้าโรงพยาบาล  ไปสู่สวนมะพร้าวของนายแสงเหมือนเดิม

 

 นายอ่อนรีบก้มตัว มันเดินเหมือนช้าแต่กลับเร็ว  นายอ่อนขนลุกซู่กลัวก็กลัว  และรอจนเห็นพวกมันผ่านเลยหน้าโรงพยาบาล   จึงวิ่งกลับมารัวระฆัง แล้วถือไฟฉายตามพวกมันไป  พอสุดถนนราดยางนายอ่อนฉายไฟเป็นสัญญาณกลับมา  ตามที่ได้ตกลงไว้กับนายอำเภอ

นายอ่อนมาหยุดอยู่ตรงรั้วสังกะสีบ้านนายแสง  ตรงจุดที่เห็นทั้ง ๑๒ ตนหายเข้าไป  แล้วจึงฉายไฟกลับมาทางหน้าตลาดสดอีกครั้ง  ทว่ายังไม่ทันที่จะหันกลับมาที่รั้วสังกะสี  แขนทื่อๆ สองข้างของร่างหนึ่งก็รวบหมับเข้าที่ลำคอเขา   และสำเหนียกสุดท้ายที่นายอ่อนได้รับก่อนสิ้นสติคือ  กลิ่นเหม็นสาบสางอย่างร้ายกาจ   

ªªªªª

 

ปลัดบุญฤทธิ์  แสงเพชร  ถูกนายอำเภอเรียกมาพบที่ห้องทำงานในตอนสายวันเดียวกัน  แต่พอปลัดหนุ่มมาถึงนายอำเภอกลับชวนปลัดหนุ่มเดินไปที่บ้านพักนายอำเภอ  อันอยู่ด้านหลังที่ว่าการอำเภอ  

เมื่อปลัดหนุ่มนั่งลงในห้องรับแขก  นายอำเภอสั่งเด็กรับใช้  ให้จัดกาแฟมาสองที่  เมื่อได้กาแฟและเด็กรับใช้ผละไปแล้ว  นายอำเภอก็เข้าเรื่องที่เรียกปลัดหนุ่มมาพูด

 

ตอนหนึ่งนายอำเภอพูดว่า

“ผมไม่กล้าคุยกับคุณในที่ทำงาน  ผมกลัวใครๆ จะหาว่าบ้าเชื่อในสิ่งที่เหลวไหล  ผมไม่ทราบว่าคุณจะเห็นอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น” 

 

“หมายความว่านายอ่อนเห็นพวกสิบสองตนนั่นอีก  แล้วก็สะกดรอยตามไป”  ปลัดหนุ่มพูด

“ผมเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น  และสังหรณ์ว่าบ้านนายแสงน่าจะเกี่ยวข้องกับขบวนการผีดิบ  ผมไม่เชื่อรายงานการเข้าไปตรวจค้นบ้านนายแสง  โศกี  ของ สวป.วิเวก  ผมยังมั่นใจว่านายอ่อนจะต้องถูกซ่อนตัวไว้ในบ้านหลังนั้น  หรือไม่ก็ที่ใดที่หนึ่ง”

 

ปลัดหนุ่มเหลือบตาขึ้นสบตาผู้บังคับบัญชา

 

“ผมจึงอยากให้คุณช่วยสืบ หาข่าวและรายงานเรื่องนี้ให้ผมทราบโดยตรง  ไม่ต้องรายงานปลัดอาวุโส หรือปลัดอำเภอคนอื่นๆ”

“ครับ”   ปลัดหนุ่มพยักหน้า

 

“ขอให้เรื่องนี้เป็นความลับสุดยอดระหว่างผมคุณและสารวัตรใหญ่”

“ครับ”

ªªªªª

บุรุษไปรษณีย์ขับรถจักรยานยนต์  มีถุงสีน้ำตาลห้อยท้าย  เลี้ยวรถเข้ามาจอดหน้าบ้านไม้ชั้นเดียวของ ผู้ใหญ่เพชร  ผดุงธรรม ในเวลาเดียวกับที่เด็กสาวรุ่น  ‘วันทนีย์’  หรือ ‘แจ๋ว’  กำลังนั่งทำงานส่งครูอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ  เธอจึงลุกไปรับจดหมาย

 

     ลายมือที่จ่าหน้าซองถึงผู้ใหญ่เพชร  แจ๋วจำได้ว่าเป็นลายมือพี่สาวจึงถือวิสาสะใช้กรรไกรขลิบริมซอง  แล้วดึงจดหมายออกมาอ่าน  พออ่านจบก็ร้องไชโยขึ้นดังๆ  ทำเอา ‘จ้อย’ หรือ เด็กชาย ‘จุลพงศ์  ที่นั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ที่ที่ม้าหิน  ใต้ร่มมะม่วงหน้าบ้านต๊ะถัดไปหันมามองพี่สาวอย่างรำคาญ

            “อะไรกันพี่แจ๋ว  คนกำลังอ่านหนังสืออยู่เสียสมาธิหมด” เด็กชายว่าอย่างหงุดหงิด

“พี่จี... พี่จีจะได้กลับมาอยู่บ้านเรา”  นางสาววันทนีย์หรือแจ๋วตะโกน  ก่อนวิ่งถือจดหมายเข้าไปบอกแม่ที่ในครัว  แล้วตะโกนเรียกพ่อซึ่งทำสวนอยู่หลังบ้าน

 

“พ่อ - แม่... พี่จีได้ย้ายจากอีสานกลับมาบ้านเราแล้ว!!”

 ผู้ใหญ่เพชรหยุดดายหญ้าในสวน  นางจันทนาวางมือจากการหั่นผักหันมาทางลูกสาว  พอดีกับผู้ใหญ่เพชรเดินมาถึง  แจ๋วส่งจดหมายให้พ่ออ่าน

“พี่จีจะกลับมาเมื่อไหร่พี่แจ๋ว”  เด็กชายจ้อยพลอยดีใจเดินมาถาม

 “ยังไม่บอกวันเดินทาง แต่บอกมาว่าจะได้ย้ายมาในเร็วๆ นี้  ย้ายมาอยู่โรงเรียนประชานุกูล”  ผู้ใหญ่เพชรพูดแทน

 “พี่จีไม่น่าจะย้ายไปอยู่โรงเรียนประชานุกูลเลย  น่าจะย้ายมาอยู่โรงเรียนบ้านทะเลสาบหรือโรงเรียนบ้านทิวสน  ทางไปโรงเรียนประชานุกูลเปลี่ยวแถมต้องเข้าไปในป่า  ตอนนี้บ้านเรามีผีดิบเที่ยวอาละวาดอยู่  เกิดพี่จีเจอผีดิบเข้าจะทำอย่างไร   จ้อยรู้สึกเป็นห่วงพี่สาว

 “ผีดิบมันออกอาละวาดเฉพาะกลางคืน  พี่จีแกไปสอนนักเรียนตอนกลางวันมันจะเป็นอะไรไป”  แจ๋วให้ความเห็น

“แล้วถ้าวันไหนฝนตกล่ะ  เขาว่าวันไหนฝนตกมากๆ อากาศเย็นๆ มันก็ออกเที่ยวหากินดูดเลือดคน”   น้องชายยังมีปัญหา

 “ให้พี่เขาได้ย้ายมาก่อนเถอะ  ไม่ว่าฝนจะตกหรือไม่ตกพ่อจะไปส่งไปรับเขาเอง  ทางในป่าอย่างนั้นจะให้จีมันไปตามลำพังได้อย่างไร”  ผู้ใหญ่เพชรกล่าวตัดบท

พอดีมีเสียงรถจักรยานยนต์ดังขึ้นที่หน้าบ้าน

นางสาววันทนีย์ลุกเดินออกไปดูแล้วกลับเข้ามาบอก  “คุณปลัดมาหาพ่อ”

 ผู้ใหญ่เพชรจึงล้างมือแล้วเดินออกไปที่หน้าบ้าน  เสียงกล่าวเชื้อเชิญแล้วก็นำแขกเข้ามานั่งเก้าอี้ชุดรับแขกในห้องโถง  นางจันทน์เดินออกไปสมทบทักทายอีกคน  แล้วกลับมาบอกให้แจ๋วยกน้ำมะนาวคั้นจากตู้เย็นไปเสิร์ฟ  ส่วนจ้อยเดินออกไปไหว้ปลัดหนุ่มแล้วก็กลับเข้ามา

 ปลัดหนุ่มหรือปลัดบุญฤทธิ์  แสงเพชร  นั่งคุยกับผู้ใหญ่เพชรอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ลากลับ  หลังจากปลัดหนุ่มกลับ  นางจันทน์  สังเกตเห็นหน้าตาของสามีไม่ค่อยเบิกบานจึงถาม

“คุณปลัดมาหาพ่อทำไมหรือ

 “นายอ่อนคนยามที่หายไปยังไม่กลับมา  ท่านนายอำเภอกลัวว่านายอ่อนจะได้รับอันตราย”

“แล้วท่านปลัดมาปรึกษาจะให้พ่อช่วยอะไร” นางจันทน์ถาม

“คุณปลัดกำลังวิตกเป็นทุกข์กลัวนายอ่อนจะถูกพวกผีดิบฆ่า  ถ้านายอ่อนตายไปนายอ่อนก็จะกลายเป็นผีดิบอีกตัว  ส่วนท่านนายอำเภอก็จะเป็นต้นเหตุที่ทำให้นายอ่อนตาย  คุณปลัดแกจึงวิตกเป็นทุกข์”

“ปัญหาคือ  ไม่มีใครรู้ว่านายอ่อนยังอยู่ ตายแล้วหรือถูกจับตัวไปขังไว้ที่ไหน

“ใช่”

“เรื่องนี้ทำให้แม่นึกถึงหลวงพ่อกฤติยา  ที่มาปักกลดอยู่ที่ถ้ำเมื่อสองเดือนก่อน  ท่านเป็นพระวิปัสสนา   แม่ว่าพ่อน่าจะไปสืบหาว่าตอนนี้ท่านยังอยู่ที่ถ้ำหรือว่าย้ายไปอยู่ที่ไหนแล้ว

 

“ฮื่อ  ดีมากแม่จันทน์  แม่จันทน์พูดขึ้นในขณะที่พ่อกำลัง จะหาทางช่วยท่านนายอำเภออยู่พอดี  งั้นพ่อจะไปหาหลวงพ่อกฤติยา”

หลวงพ่อกฤติยาเป็นพระรูปหนึ่ง  ที่ทำให้ผู้ใหญ่เพชรซึ่งไม่ค่อยจะนับถือพระสงฆ์ทั่วไปมานาน  กลายเป็นได้พบพระสงฆ์ที่ควรแก่การทำบุญใส่บาตรและกราบไหว้  ตอนหลวงพ่อกฤติยามาปักกลดอยู่ในถ้ำมีคนไปขอหวยเบอร์  ขอวัตถุมงคล  หลวงพ่อปฏิเสธและสอนว่า  มงคลคือการทำความดี  ละเลิกอบายมุขอย่าคบคนชั่ว  ให้ถือศีลปฏิบัติธรรม…และอยากร่ำรวยให้ขยันทำงาน

  แต่ชาวบ้านกลับไม่ชอบ  พากันไปชอบพระใบ้หวย พระดูหมอดูลายมือ พระแจกตะกรุด เหรียญ เครื่องรางของขลัง 

 ผู้ใหญ่เพชรคว้าผ้าขาวม้ามาเคียนเอว  จากนั้นก็ไปขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์  แล้วสตาร์ทเครื่อง

ªªªªª

 

รถกระบะสีแดงของกำนันพร้อม   ซึ่งขับมาโดยนายพงศ์เทพลูกชาย   มาหยุดจอดปากทางที่จะขึ้นไปสู่วัดบนยอดเขา  สองฟากถนนเป็นป่าไม่มีบ้านคน  มีต้นไม้ใหญ่ ๆ ขึ้นอยู่รกครึ้มตั้งแต่ตีนเนินขึ้นไปถึงยอดเขา  

 “สงสัยรถจะขึ้นไปไม่ได้  หลานชายคงต้องจอดรอตรงนี้  อากับพ่อกำนันสองคนจะเดินขึ้นไป”

 กำนันพร้อมและผู้ใหญ่เพชร  ช่วยกันหยิบปิ่นโตอาหารและถุงผลไม้  ที่จะนำขึ้นไปถวายหลวงพ่อลงมาถือไว้   ผู้ใหญ่เพชรกล่าวกับนายพงศ์เทพยิ้ม ๆ ว่า 

 “หลานชายจะรออยู่ที่นี่  หรือว่าจะขึ้นไปเที่ยวชมบนโน้นกับอา  ข้างบนวิวสวยนะ”

หนุ่มพงศ์เทพลังเล “ไม่ดีมั้งอา... จอดรถทิ้งไว้กลางดงกลางป่ากลับลงมาเราอาจจะไม่มีรถกลับบ้าน  ยิ่งภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ด้วย  ผมไม่ต้องขึ้นไปดีกว่าจะได้อยู่เฝ้ารถหรือพ่อว่าไง

 กำนันพร้อมไม่ว่าอะไร ผู้ใหญ่เพชรดูนาฬิกาข้อมือ เวลาขณะนั้น  ๙ นาฬิกา ๔๐ นาที  ผู้ใหญ่เพชรพูดว่า

 “หลานจะเข้าไปในตลาดทุ่งมหาก็ได้ ดีกว่าจอดอยู่ตรงนี้   อากับพ่อคงจะขึ้นไปคุยกับหลวงพ่อราว ๆ  ๒ ชั่วโมงก็จะลงมา  เรานัดพบกันตรงนี้เวลาเที่ยงครึ่งดีไหม”

  เพราะการที่จะให้เด็กหนุ่มจอดรถและเฝ้ารถอยู่คนเดียวในที่ป่าเปลี่ยว ดูจะไม่ดีนัก  และระยะทางจากตรงนั้นอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร  ก็จะถึงตลาดทุ่งมหา

“ได้เลยครับอาผู้ใหญ่”  นายพงศ์เทพรีบรับคำอย่างดีใจ 

ªªªªª

เมื่อสองกำนันผู้ใหญ่บ้าน  ขึ้นมาถึงลานบริเวณวัดบนสันเขาหรือเนิน  ก็เห็นว่า ในเนื้อที่ของลานวัดอันกว้างประมาณ  - ๓ ไร่  ยังมีกุฏิ และศาลาอันพอจะเป็นเสนาสนะ  ให้พระภิกษุและสามเณรมาอยู่อาศัยจำพรรษาได้อยู่หลายหลัง 

 

 มีศาลาหลังใหญ่ที่ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมสำคัญๆ  เวลาที่ผู้คนมาทำบุญกันมากๆ และเป็นทั้งโรงฉันอยู่หลังหนึ่ง ซึ่งเป็นอาคารไม้แบบมีใต้ถุนหลังคามุงกระเบื้องแดง  แต่หลังคาส่วนหนึ่งถูกปล่อยให้ทะลุเป็นช่องโหว่  และมีต้นโพโคนต้นโตเท่าขา งอกขึ้นจากพื้นแทงทะลุหลังคาตรงช่องโหว่นั้น

ถัดไปเป็นกุฏิไม้หลังเล็กหลังน้อยและขนาดกลาง  นับได้อีก ๔  หลัง   สร้างไว้เป็นระยะห่าง ๆ กัน

 ในลานวัดมีต้นไม้ใหญ่เล็กหลายขนาด  ปล่อยให้ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติทำให้ลานวัดร่มรื่น  ทว่ามีหญ้ารกปกคลุมจึงทำให้ลานวัดขาดความน่าอยู่อาศัยไป

 จากบนเนินลานวัด  เมื่อมองไกลไปทางด้านตะวันออกเห็นทะเลฝั่งอ่าวไทยน้ำทะเลสีเขียว   และเมื่อมองลงไปข้างล่างตรงตีนผา จะเห็นผาชันลึกลงไปลิบลิ่ว เห็นคลื่นซัดสาดโขดหินตีนผาดังครืน ๆ ฟองคลื่นขาวเหมือนผงซักฟอก  

 ผู้ใหญ่เพชรและกำนันพร้อมเดินชมบริเวณวัด  และมองหากุฏิที่มีพระอาศัย กระทั่งมาถึงกุฏิหลังเล็กห้องเดียว  ฝากั้นไม้กระดาน พื้นไม้กระดาน หลังคามุงกระเบื้องแดง  ซึ่งตั้งอยู่เป็นหลังสุดท้ายของเขตลานวัด  มีผ้าจีวรตากอยู่ที่ราวระเบียงหน้าห้อง   พื้นระเบียงกว้างประมาณ  ๒ คูณ ๓  เมตร  มีบันไดไม้ ๓ ขั้นอยู่ด้านซ้าย  ประตูห้องเปิดอยู่จึงเดินขึ้นไปนั่งพับเพียบ

 หลวงพ่อกฤติยา  นั่งขัดสมาธิอยู่ในกุฏิ  ท่านลดหนังสือบาลีในมือลงเมื่อกำนันพร้อมกับผู้ใหญ่เพชรนั่งลงกราบ ๓ ครั้ง

“อุตส่าห์ตามมาถึงที่นี่เชียวนะโยม”   หลวงพ่อกล่าวทักทายและยิ้มแย้ม

“ทั้งวัดมีหลวงพ่ออยู่รูปเดียวเท่านั้นหรือครับ  ผู้ใหญ่เพชรประนมมือถาม

“ใช่โยม”

“ที่นี่อากาศดีมากนะครับ  ธรรมชาติก็สวยงาม  ไม่มีใครมาเอ่อ..รบกวนหลวงพ่อบ้างหรือครับ”   กำนันพร้อมประนมมือถาม

 “แรกที่อาตมามา มีคนมากันเยอะเหมือนกัน  มาขอหวย ขอเครื่องรางของขลัง  แต่พออาตมาบอกว่าไม่มีและบอกไม่ให้เล่นหวย  ให้ถือศีลและปฏิบัติธรรม  แทนการถือเครื่องรางของขลัง ให้เลิกละอบายมุขเขาก็ไม่มาอีก  แต่ก็มีสองสามรายที่ยังเอาปิ่นโตมาถวายแล้วกลับ  ไม่ได้มาขอเบอร์ขอหวยหรือวัตถุมงคล”

“แล้วถ้าไม่มีใครนำปิ่นโตมาถวายละครับ”  ผู้ใหญ่เพชรประนมมือถามด้วยความเป็นห่วง

 “อาตมาไปบิณฑบาต  ถึงยังไงชาวบ้านเขาก็ไม่ใจไม้ไส้ระกำ ถึงกับไม่ใส่บาตรพระหรอก”  หลวงพ่อกฤติยาพูดแล้วหัวเราะหึ ๆ  

“โยมสองคนมีปัญหา  มาให้อาตมาช่วยใช่ไหมล่ะ”  หลวงพ่อกฤติยากล่าวต่อไปด้วยอาการยิ้มแย้ม

ผู้ใหญ่เพชรกับกำนันพร้อมมองหน้ากัน  แน่มั่นว่าหลวงพ่อรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าจึงต่างยกมือขึ้นประนม  หลวงพ่อกฤติยาพูดว่า

 “ที่โยมแนะนำให้ชาวบ้านปลูกพืชผักสมุนไพร  และทำสวนครัวไว้ข้าง ๆ บ้านนั่น  คือวิธีที่ถูกต้องแล้ว  แต่ถ้าจะให้ปลอดภัยที่สุดก็ต้องถือศีลห้า  พวกมันจะทำอะไรไม่ได้เลย”

 แล้วทั้งคู่ก็ต่างนั่งประนมมือคอยฟัง  เพราะพอนึกจะถามที่สงสัย  หลวงพ่อก็จะอธิบายและแนะนำให้ฟังในเรื่องที่สงสัยทุกเรื่องทำให้ทั้งสองคิดว่าท่านเป็นพระอรหันต์  เพราะเพียงแค่นึกยังไม่ทันเอ่ยปากถามท่านก็ตอบ

ªªªªª

บุรุษหนุ่มและสตรีสาวแต่งกายคล้ายหมอ ๒ คน  ซึ่งทำงานอยู่ในห้องใต้ดิน หันมองไปยังร่างของนายอ่อนคนยามที่เพิ่งถูกพาลงมา  สตรีสาวจมูกโด่งเหมือนฝรั่งย่นจมูกแล้วพูดว่า  

“น่าสงสารนายคนนี้  เขาไม่น่าจะมายุ่งหรือสอดรู้สอดเห็นกับกิจการของคุณวอเลย”

“แครี่คิดอย่างที่เคยคิดอีกละซี” ชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้น พลางถอนใจ  “อย่าไปคิดอะไรให้มากเลยแครี่  เพราะถ้าเราไม่ทำ เราก็จะเป็นเหมือนเขา อุดมการณ์และจรรยาแพทย์ของเรา ช่วยอะไรเราไม่ได้เลยในตอนนี้” 

หญิงสาวใช้เข็มเหมือนเข็มฉีดยาแต่ใหญ่กว่า  แทงเข้าไปที่เส้นเลือดนายอ่อน   ดูดเลือดออกมาประมาณ ๒-๓ ซีซี  จากนั้นก็เช็ดยาห้ามเลือดที่แผล  ก่อนนำเลือดของนายอ่อนไปทำตามกรรมวิธี ในหลอดแก้วทดลองที่วางอยู่เหนือตู้กระจก

ส่วนชายหนุ่มผิวขาว ใบหน้าหล่อเหลาแต่ไม่ใช่ลูกครึ่ง  กำลังทำหน้าที่ถ่ายเลือดจากบุรุษและสตรี  ที่มานอนบนเตียงให้เขาถ่ายเลือด ซึ่งทุกร่างที่เขาถ่ายเลือดออกมาใส่ขวด  ขนาดความจุสี่ห้าลิตรจะค่อยๆ มีผิวหน้าที่ซีดเซียวลง

ภายในห้อง บนชั้นที่วางชิดฝามีขวดเลือดวางเป็นแถว เลือดทุกขวดมีฉลากปิด เขียนชื่อกำกับเป็นภาษาอังกฤษ บอกเลขรหัสประจำตัวสมาชิก บอกกรุ๊ปเลือดและวันเดือนปี

ทุก ๆ ร่างที่ถูกถ่ายเลือดเสร็จ  ชายหนุ่มจะฉีดยาสีเหลือง ๆ  เข้าเส้นเลือดให้คนละ ๑ เข็ม  จากนั้นทุกร่างก็จะตื่นแล้วลุกขึ้นเดินออกไปในลักษณะป้ำ ๆ เป๋อ ๆ คล้ายถูกสะกดจิต

 

“เป็นไงแครี่  เลือดนายคนนี้ใช้ได้หรือเปล่า” 

หมอสาวส่ายหน้าก่อนตอบ  “มีกรดซาลิซีลิก เอช.แอล.ดี. อัลลิซินและไลโพโปรตีน* อยู่ในเลือดสูงมาก  เลือดแบบนี้เป็นศัตรูต่อแวมไพร์”

 

“แสดงว่าเขาชอบกินกระเทียม  หรือไม่ก็พวกมังสวิรัติ  แปลกนะทำงานอยู่ในตลาดสด  น่าจะกินพวกเนื้อแต่กลับกินพืชผัก  นี่ถ้าเลือดแกเหมือนคนพวกนี้ละก็...”  ชายหนุ่มชี้ไปที่ร่างที่มานอนให้เขาดูดเลือด  อยู่เป็นแถวสามสี่สิบคน

“แกก็จะได้เป็นสมาชิกมาให้เราดูดเลือดทุกสิบห้าวัน  ไม่ต้องถูกฆ่าทิ้ง”

“แต่แคร์ว่าถูกฆ่ายังดีกว่ามาเป็นสมาชิกแวมไพร์   เพราะการตายแล้วตายไปเลย  กับต้องมาเป็นบริวารผีดิบ แคร์ว่ามันคือการตกนรกชัด ๆ” 

 

ชายหนุ่มเหลียวหน้าเหลียวหลังมองหญิงสาวรูปสวย  ซึ่งมีใบหน้าเป็นลูกครึ่งแล้วถอนใจ  ก่อนจะกระซิบถามว่า   

“แครี่ยังคิดที่จะไปจากที่นี่อยู่ใช่ไหม

 

“แน่นอนถ้ามีโอกาส  เพราะงานที่เราทำอยู่มันเป็นงานบาป  ผิดทั้งศีลธรรมและกฎหมาย  แล้วยุทธล่ะไม่คิดจะไปจากที่นี่หรือ 

“จุ๊ย์ ๆ  อย่าพูดดังไปแคร์   ผมไม่อยากให้เราถูกฆ่าก่อนที่จะมีโอกาสออกไป พูดเบาๆ หน่อยนี่ดีนะที่เขาไม่ติดตั้งเครื่องดักฟังไว้เหมือนในห้องอื่นๆ  ไม่งั้นเราตายแน่ถ้าคุณวอได้ยินเข้า  ทำไมผมจะไม่อยากออกไปล่ะ  ในเมื่อผมก็อยากที่จะมีอนาคตที่เป็นคนดี  เป็นหมอดีๆ กับเขาบ้าง  ไม่ใช่เป็นหมอใต้ดินอยู่ตลอดไปอย่างนี้  จะไปไหนทีเขาก็สั่งคนคอยคุมเราแจ  เราเองก็ไม่ต่างจากไอ้ตัวที่แบกร่างนายคนนี้เข้ามา”  

 

“จุ๊ย์ ๆ มีคนมา”  

 

แครี่รีบส่งสัญญาณ  ให้ยงยุทธสงบคำ  ทั้งสองคนจึงต่างหันไปทำหน้าที่ของตนต่อ  ทว่าชายที่เข้ามาคือชายในชุดสีแดงแถบขาว  เขาเข้ามาถามว่า

“เป็นอย่างไรบ้างหมอ  เลือดของไอ้นายคนนี้ใช้ได้ไหม”

 

¶¶¶¶¶

 

 



*   สารต่อต้านมะเร็งอยู่ในอาหารมังสวิรัติและกระเทียม

 

 

โดย พรเมืองใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net