วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เบื้องหลัง..เอเย่นต์เคยค้ายาหนีตายพึ่ง"ระวังภัย 24 ชม."


            รัฐบาลมีนโยบาลปราบปรามยาเสพติด ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน แต่การแก้ปัญหานั้น ต้องมีอุปสรรคมากมาย เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบหลายคน เข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ก้อนโต เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ จึงไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เท่าไรนัก แม้กระทั่งมีผู้ที่เคยค้ายาเสพติดออกมาให้ข้อมูล ก็ยังไม่สนใจที่จะเข้าไปสะสางกระบวนการนี้ให้หมดสิ้นไป

            “บอย” นามสมมุติ เป็นอีกผู้หนึ่ง ที่ออกมายอมรับว่า “เคยเข้าไปเกี่ยวพันธ์กับขบวนการค้ายาเสพติด” กำลังถูกตามฆ่าจากขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งมีทั้งคนในเครื่องแบบและผู้ค้าด้วยกันเอง พร้อมกับเดินทางมาพบกัย รายการ “ระวังภัย 24 ช.ม.” พร้อมกับให้ความร่วมมือแฉขบวนการค้ายาเสพติดใน อ.เขาหลัก จ.พังงา นอกจากนี้ยังพร้อมให้ข้อมูลกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติดอย่างละเอียดอีกด้วย

            ทางรายการดังกล่าว จึงได้มีการบันทึกออกอากาศไปเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พร้อมกับเชิญ “กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มารับตัวไป เพื่อไปดำเนินการขยายผลปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดต่อไป

            “บอย” ได้ให้ข้อมูลว่า เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อนได้ชักชวนเข้าสู่วงการค้ายาเสพติด โดยพาไปแนะนำให้รู้จักกับเอเย่นต์รายใหญ่ใน อ.เขาหลัก ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งแหล่งพักยาบ้าที่ลำเลียงมาจากชายแดน ก่อนส่งต่อให้เอเย่นต์อีกไม่น้อยกว่า 3 เอเย่นต์ในย่านนี้

            การเริ่มต้นค้ายาเสพติดสำหรับมือใหม่อย่าง “บอย”นั้น ไม่กล้าที่จะรับมามากมายเท่าไรนัก เพียงแค่วันละ 10 เม็ดไปก่อน แต่ยิ่งนานวันรายได้จากการค้ายายิ่งดีวันดีคืน จนขอเอเย่นต์เพิ่มจำนวนมากขึ้นๆ บางวันรับยาบ้าสูงถึง 200 เม็ด

หลังจากนั้น จะนำ ไปให้คนในกลุ่มเดียวกันให้ทำหน้าเป็นเอเย่นต์ย่อยๆ ต่อไปอีก 8 คน ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปกระจายสู่ลูกค้าอีกครั้งหนึ่ง โดยที่ราคาที่ “บอย” ปล่อยให้นั้นจะอยู่ 280-300 บาท/เม็ด

            ลูกค้าของ”บอย”นั้นเป็นกลุ่มผู้ใช้ “แรงงาน” เป็นหลัก โดยเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่รายหนึ่งที่ไปปักหลักทำธุรกิจที่นั้น คนงานจะขาดยาบ้ากันไม่ได้ บางคนบอกว่า นำไปให้หัวหน้างานก็มี

            นอกจากนี้ ยังนำไปขายให้คนงานในกองถ่ายภาพยนตร์ ซึ่งมีหลายเรื่องที่มาอาศัยสถานที่ใน อ.เขาหลัก ถ่ายทำภาพยนตร์ แม้กระทั่งเรื่องที่ดังที่สุดยังต้องมาใช้บริการ

“บอย” จะใช้วิธีเข้าไปขอสมัครเป็นคนงานในกองถ่ายทำภาพยนตร์ด้วย หลังจากนั้นจะทำทีเป็นตีสนิทกับคนงานในกองถ่าย ไม่นานก็ขายยาบ้าได้เป็นกอบเป็นกำ

            ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ การขายให้กับนักเรียน ตั้งแต่ชั้น ม. 1 ขึ้นไป แต่”บอย” จะไม่ชอบลูกค้าประเภทนี้เท่าไหร่นัก อ้างว่า เด็กกลุ่มนี้ยังต้องขอเงินพ่อ-แม่มาเรียน จึงต้องคิดราคาสูงกว่าปกติ คือขายให้เม็ดละ 500-800 บาท แต่เด็กเหล่านี้ยังหาเงินมาซื้อได้

            การค้ายาเสพติดในพื้นที่นี้ มีการแข่งขันกันรุนแรงมาก ในเขต อ.เขาหลักนั้น มีอย่างน้อย 3 เอเย่นต์ที่ขายแข่งกับ “บอย” หนึ่งในเอเย่นต์นั้น มีคนในเครื่องแบบชื่อ “โจ้”ร่วมอยู่ด้วย แต่เทคนิคการขายของ“บอย”นั้น จะขายถูกกว่ากลุ่มอื่น จึงทำให้คนในเครื่องแบบบางคนไม่พอใจ

            “ผมรู้ว่าในระยะหลังนี้คนในเครื่องแบบ ออกอาการโกรธผมมาก ที่ไปแย่งลูกค้าเขา จึงทำให้ถูกตามล่าตัว หากถูกจับได้ ผมถูกยัดยาบ้า หรือเลวร้ายก็ถูกยิงตายแน่นอน ผมพยายามจึงแต่งรถมอเตอร์ไซด์ให้ใช้ความเร็วสูงๆ เพื่อฉุกเฉินจะได้หนีทัน บางครั้งต้องเปลี่ยนที่นอนอยู่บ่อยๆ บางครั้งต้องนอนบนยอดไม้ชายทะเล”

            “บอย”ไม่อยากใช้ชีวิตเช่นนี้อีกต่อไป จึงปรึกษากับ “ทีมข่าวระวังภัย 24 ช.ม.” ว่าจะถอนตัวจากวงการนี้จะทำอย่างไรดี ..??

ทางทีมงานจึงได้ติดต่อตำรวจในพื้นที่ พร้อมกับพา “บอย”เข้าไปพบ แต่ความรู้สึกในระหว่างเข้าไปพบนั้น เหมือนว่าจะไม่ปลอดภัยอีก และมิหนำซ้ำยังไปเจอหน้าตำรวจบางคนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มยาเสพติดอีกด้วย ทำให้เกิดความผิดหวังในการถอนตัวจากขบวนการนี้ไม่สำเร็จ

จากนั้น จึงได้พยายามเข้าพบกับข้าราชการฝ่ายปกครองระดับสูง ใน จ.พังงาได้ ทีมงานได้สอบสวนอยู่หลายชั่วโมง พร้อมกับพยายามนำตัว “บอย” ไป “ล่อซื้อยาบ้า” หากไปทำเช่นนี้มีแต่ “ตาย”อย่างแน่นอน

เมื่อไม่ได้อย่างที่ข้าราชการผู้นั้นคิด ทำให้กลุ่มอาสาสมัครผู้เป็นลูกน้อง ต้องใช้วิธี “อุ้ม”ขึ้นรถไป แต่ “บอย”ไม่ให้ความร่วมมือ สุดท้ายจึงต้องปล่อยตัวกลับมา นับว่าเป็นความพยายามที่จะออกจากวงการค้ายาบ้าไม่สำเร็จเป็นครั้งที่ 2

            หลังจากนั้น”บอย”จึงเดินทางเข้ากรุงเทพ เพื่อเข้ามาพบกับรายการ “ระวังภัย 24 ชั่วโมง” แต่ในระหว่างที่เดินทางนั้น เขายังเชื่อว่า มีแก็งค์ค้ายาเสพติดขับรถสะกดรอยตามมา จึงต้องเอาตัวรอดด้วยการขับรถเข้าไปหลบในบั๊มน้ำมันข้างทาง จนกระทั่งถึง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรู้สึกว่าปลอดภัยขึ้นมาบ้าง

            เมื่อมาถึง “ระวังภัย 24 ชั่วโมง” ผู้สื่อข่าวจึงได้ประสานไปยัง พล.ต.ท.อดิเทพ ปัญจมานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบช.ปส.) ซึ่งได้มอบหมายให้ พล.ต.ต. พุทธิชาด เอกฉันท์ ผู้บังคับการปราบปรามยาเสพติด 4  (ผบก.ปส.4) ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวนายบอย ถึงห้องออกอากาศ เพื่อนำตัวไปสอบสวนขยายผลให้ทราบว่ามีข้าราชการกลุ่มใดหรือมีใครที่เป็นเอเย่นต์ใหญ่ในการค้ายาบ้า แถบภาคใต้ และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบจับกุมต่อไป

            ตำรวจได้นำตัวไปสอบปากคำกว่า 3 ชั่วโมง หลังจากนั้น จึงให้ค่าเดินทาง 300 บาทเดินทางไปหาที่พักเอง ทำให้ ”บอย”ต้องผิดหวังที่จะถอนตัวออกจากขบวนการค้ายาบ้าเป็นครั้งที่ 3 จึงต้องย้อนกลับมาพบทีมงานระวังภัย 24 ชั่วโมงอีกครั้ง เพราะมีความรู้สึกว่า ไม่ปลอดภัยอีกเช่นเคย

            มาครั้งนี้จึงมาตำหนิการทำงานของหน่วยงานรัฐว่า การที่ได้ข้อมูลเรื่องยาเสพติดมานั้นควรจะเริ่มทำงานตั้งแต่ การเข้าไปตรวจสอบการทำงานในพื้นที่ จะต้องจับกุมตั้งแต่ผู้ค้ารายเล็กไปจนถึงผู้บงการ และต้องปราบปรามข้าราชการควบคู่กันไปด้วย และเชื่อว่า สามารถแก้ปัญหายาเสพติดให้ลดน้อยลงได้

            จนกระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ก.พ.นี้เอง เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ย้อนกลับไปติดต่อ “บอย”อีกครั้ง พร้อมกับรับปากถึงเรื่อง การขยายผลไปยังกลุ่มเครือข่ายค้ายาบ้าที่ อ.เขาหลัก ขยายผลไปยังตำรวจที่ชื่อ “โจ้” และจะนำตัวไปดูแลด้านความปลอดภัยแล้ว

 

                                                            +++++++++++++++++++

 

 

โดย ปรีชา

 

กลับไปที่ www.oknation.net