วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เครดิตบูโร


เรื่องในวันนี้เป็นประเด็นสืบเนื่องจากที่ได้ยินได้ฟังพิธีกรรายการเล่าข่าวยามเช้าท่านหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันดูเหมือนจะมีอิทธิพลทางความคิดต่อคนไทยอยู่ไม่น้อย พูดถึงแนวคิดที่จะมีการนำข้อมูลการชำระค่าสาธารณูปโภค อาทิ ค่านำ้ ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์ ไปรวบรวมไว้ใน “เครดิตบูโร” ว่าเป็นการขึ้นบัญชีดำหรือที่หลายคนเรียกกันว่า “แบลคลิสต์”

 

อันที่จริงผมเองก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (หรือ “เครดิตบูโร”) หรอกครับ เพียงแต่ฟังแล้วรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ที่คนไม่รู้เรื่องทางการเงิน มาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเงินแบบสนุกปาก เรียกเสียงเชียร์จากชาวบ้าน นัยว่าทำอย่างนี้แล้วก็ยิ่งกู้เงินยากกันเข้าไปใหญ่ แถมพิธีกรสาวอีกท่านหนึ่งยังช่วยสมทบความคิดเห็นเข้าไปอีกด้วยว่า “ถ้าเกิดเราเผลอลืมเสียค่านำ้ค่าไฟ ก็เสียเครดิตกันเลยอย่างนั้นหรือ”

 

วันนี้ผมจึงขออนุญาตขยายความและทำความเข้าใจเรื่องนี้กันสักหน่อย

 

อันที่จริงแล้วคำว่า “ข้อมูลเครดิต” หรือ “เครดิตบูโร” นั้น เป็นเพียงศูนย์กลางข้อมูลเครดิตของบุคคลและนิติบุคคลต่างๆ ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งส่งข้อมูลของตนมาแชร์ไว้ตรงกลาง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ กำกับการให้สินเชื่อ ไม่ให้มีการปล่อยสินเชื่อที่ไม่ดี อันจะส่งผลกระทบต่อระบบการเงินโดยรวม ซึ่งก็แน่นอนว่า บางคนก็มีเครดิตดี บางคนก็มีเครดิตไม่ดี ดังนั้นเครดิตบูโรจึงเป็นทั้งบัญชีดำ สำหรับคนเครดิตไม่ดี และเป็นบัญชีแห่งโอกาส สำหรับคนที่รักษาเครดิต

 

กล่าวโดยสรุป การที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะปล่อยสินเชื่อให้กับคุณหรือไม่นั้น เป็นวิจารณญาณของธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นๆเอง เครดิตบูโรเป็นเพียงแหล่งข้อมูลกลางสำหรับประกอบการพิจารณาเท่านั้น ในด้านดีแล้ว คนที่มีบัตรเครดิต กู้เงินซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ แล้วจ่ายตรงเวลาทุกครั้ง (อันที่จริงก็จ่ายช้าได้บ้างแต่ต้องไม่เกิน 30 วัน) ก็จะมีข้อมูลเครดิตที่ดี และเสริมสร้างโอกาสในการกู้เงินครั้งต่อๆไปด้วยเช่นกัน

 

ส่วนประเด็นที่จะมีการนำใบแจ้งหนี้ค่าบริการสาธารณูปโภค อาทิ ค่านำ้ ค่าไฟฟ้า และค่าโทรศัพท์ มารวมเป็นข้อมูลเครดิตด้วยนั้น คงต้องมองกันทีละประเด็นดังนี้ครับ

 

อันดับแรก มองกันที่ความเป็นไปได้ ตรงนี้ถือว่ายากหน่อย เพราะหากจะทำจริง คงต้องมีการแก้ไขกฎหมาย เพราะในปัจจุบันองค์กรที่จะส่งข้อมูลเข้าเครดิตบูโรได้นั้น จะต้องเป็น “สถาบันการเงิน” และประกอบธุรกิจด้านการให้ “สินเชื่อ” เท่านั้น

(อ้างอิง พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545) ดังนั้น การประปา การไฟฟ้า และองค์การโทรศัพท์ ฯลฯ ยังไม่ข่ายกลุ่มองค์กรที่จะส่งข้อมูลเข้าเครดิตบูโรได้ ที่สำคัญเครดิตบูโร (หรือบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ) ไม่มีอำนาจในการบังคับสถาบันการเงินให้เข้าร่วมในการส่งข้อมูลให้ได้ ดังจะเห็นได้จากการที่ลูกหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ไม่มีข้อมูลในเครดิตบูโร

 

ประเด็นที่สอง ผมอยากให้เรามามองกันที่ข้อดีของการนำข้อมูลค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าโทรศัพท์ มารวมอยู่ในข้อมูลเครดิตกันสักหน่อย 

 

ข้อดีที่จะได้นั้นผมมองว่าเป็นคุณูปการไม่น้อยเลยทีเดียว นั่นคือ โอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของชาวบ้านทั่วไป หรือที่เคยโด่งดังกันในนาม “ไมโครไฟแนนซ์” เมื่อหลายปีก่อน พูดให้ง่ายเข้าก็คือ ในอดีตชาวบ้านทั่วไปนั้นเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ยาก เหตุหนึ่งเพราะไม่มีข้อมูลเครดิต ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการพิจารณาของสถาบันการเงิน ดังนั้น หากข้อมูลค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคเหล่านี้เข้าไปรวมอยู่ในระบบ คนที่จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ตรงเวลา ก็จะมีข้อมูลเครดิตในทางบวก ที่แสดงถึงความรับผิดชอบทางการเงิน และความน่าเชื่อถือของบุคคลนั้นๆ อันส่งผลดีต่อการพิจารณาการให้เงินกู้กับคนหาเช้ากินคำ่ ลดโอกาสการเกิดหนี้นอกระบบไปในทางอ้อมได้อีกด้วย

 

สำหรับข้อเสียนั้นผมมองว่า จะเกิดขึ้นกับคนที่ขาดความรับผิดชอบเท่านั้นครับ ส่วนที่น้องพิธีการสาวรายนั้นบอกว่า ถ้าเกิดเราลืมจ่ายค่่าน้ำค่าไฟขึ้นมาก็เสียเครดิตเลย อันนั้นก็มากไปครับ เพราะข้อมูลประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีจะเกิดขึ้น เมื่อน้องชำระหนี้ช้าไปเกิน 30 วัน ไม่ใช่วันสองวันอย่างที่เอ่ยอ้างมา

 

ถ้าลองคิดแบบใจเขาใจเรา ใครยืมเงินเรา สัญญาว่าเดือนหน้าจะจ่าย แล้วเบี้ยว เราก็ต้องรู้สึกไม่ดี ไม่มั่นใจ ไม่เชื่อถือเหมือนแต่ก่อน คำว่า “เครดิต” ก็เป็นมุมมองที่ไม่ต่างกันเลยครับ

 

ในส่วนของธนาคารโลกเองแบ่งระดับความสำคัญในการชำระหนี้ไว้ 4 ระดับ นัยว่าถ้าให้เลือกได้ คนเราจะเลือกจ่ายหนี้ตามลำดับก่อนหลัง ดังต่อไปนี้ 1. หนี้การค้า  2. หนี้สาธารณูปโภค 3. หนี้ลูกจ้าง 4. หนี้ธนาคาร

 

อธิบายความได้ง่ายๆ ว่า ถ้ามีเงินเหลือจำกัดจำเขี่ย คนทำมาหากินจะยอมจ่ายหนี้เจ้าหน้้าหนี้การค้าก่อนเป็นอันดับแรก เพราะกลัวไม่มีวัตถุดิบหรือสินค้ามาขาย ถัดมาคือหนี้ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เพื่อให้ธุรกิจยังเปิดกิจการไปได้ ส่วนลูกจ้างนั้นพอตกเบิกได้ อาจไม่พอใจบ้าง แต่ก็ยังทนๆกันไป และช้าที่สุด ทำเฉยได้มากสุดก็หนี้ธนาคาร ไม่มี ไม่ไหว ก็ไม่หนี รอประนอม

 

ถ้าพิจารณาจากลำดัับชั้นการชำระหนี้ขั้นต้ัน บ้านเรายังใช้เครื่องมือทางการเงินตัวนี้ เพียงแค่ระดับที่ต่ำที่สุด คือ เก็บข้อมูลเฉพาะหนี้ธนาคารและสถาบันการเงินเท่านั้น ดังนั้นการไม่เก็บข้อมูลในระดับที่สูงขึ้น จึงเป็นทั้งการทำร้ายระบบการเงินเอง และปิดกั้นโอกาสของคนที่มีเครดิตดีแต่ไม่ได้เป็นหนีสถาบันการเงินไปในตัวด้วย (ในปัจจุบันข้อมูลผู้ค้ำประกันหรือข้อมูลอย่างพวกเช็คเด้งก็ยังไม่นับรวมในเครดิตบูโร)

 

อีกประเด็นที่พูดกันมาก คือ ถ้าติดแบล็คลิสต์ (มีข้อมูลเครดิตที่ไม่ดีในเครดิตบูโร) แล้วจะทำธุรกรรมทางการเงินไม่ได้ 3 ปีบ้าง 5 ปีบ้าง อันนี้ก็เข้าใจกันไปเองครับ ถ้าเป็นแบล็คลิสต์ ก็รีบหาเงินมาชำระคืนเขาให้หมด ให้ข้อมูลเปลี่ยนจากติดลบมาเป็นศูนย์ ทีนี้เรื่องการพิจารณาให้กู้เงินในครั้งต่อไปก็จะกลับมาครับ แต่คงเป็นสิทธิของผู้ให้กู้ (สถาบันการเงิน) แต่ละราย ว่าจะพิจารณาอย่างไร บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติเขาไม่สามารถกาหัวข้อมูลใครได้ว่า คนไหนเป็นแบล็คลิสต์หรอกครับ เพราะเขาเป็นเพียงแค่คนให้ข้อมูล สุดท้ายก็ต้องแล้วแต่ความมั่นใจของผู้ให้กู้ ก็เท่านั้นเอง

 

ในโลกทางการเงินนั้น “เครดิต” นั้นเป็นส่ิงสำคัญมาก ไม่เชื่อลองถามคนที่กำลังจะซื้อบ้านดูสิครับว่า ทำอะไรง่ายกว่ากัน ระหว่าง “หาเงิน 1 ล้านมาซื้อบ้าน” กับ “กู้เงิน 1 ล้านมาซื้อบ้าน” คำตอบมันชัดในตัวเองอยู่แล้ว และนั่นคือเหตุผลที่ว่า ทำไมคนเราจึงควรรักษาเครดิตทางการเงินของตัวเองให้ดี และควรหมั่นตรวจสอบข้อมูลเครดิตของตัวเองเป็นประจำทุกปี 

 

เพราะ “เครดิต” = “โอกาส” ดังนั้น เรียนรู้และเข้าใจที่จะรักษามันไว้ให้ดีที่สุด แล้วจะพบว่า “เครดิต” นี่แหละ คือ อีกเครื่องมือหนึ่งที่จะพาคุณไปสู่อิสรภาพทางการเงินได้

 

พบกันฉบับหน้าครับ

 

-----------------------------------------------------

สนใจสัมมนาหลักสูตร Financial Literacy - พื้นฐานสู่อิสรภาพทางการเงิน รุ่นที่ 21: วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2554 ติดตามรายละเอียดได้ที่www.bizkons.com

-----------------------------------------------------

สอบถามปัญหาและข้อสงสัยด้านการเงินส่วนบุคคล ส่งคำถามมาได้ที่ financial.literacy@hotmail.com

-----------------------------------------------------

โดย Davinci

 

กลับไปที่ www.oknation.net